บ้านดินหนานจิ้ง มรดกโลกทางวัฒนธรรม ประเทศจีน

“บ้านดินหนานจิ้ง” หรือ “บ้านดินถู่โหลวหนานจิ้ง” หนึ่งในวัฒนธรรมมรดกโลกที่น่าเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง ของประเทศจีน สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12-20 ในห้วงของราชวงศ์ซ่ง ราชวงศ์หมิง และราชวงศ์ชิง  ตั้งอยู่ในเมืองจางโจว มณฑลฝูเจี้ยน สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ได้รับการโปรโมทจากในงานแถลข่าวส่เสริมการท่อเที่ยวมรดกโลกทาวัฒนธรรมซึ่เป็นความร่วมมือกันระหว่ารัฐบาลไทยและจีน

เห็นแล้วต้องบอกว่าน่าทึ่งมากกับฝีมือและภูมิปัญญาโบราณของชาวฮกเกี้ยน ที่ได้ออกแบบและสร้างกลุ่มบ้านดินด้วยความสูง 5 ชั้น ซึ่งรูปแบบดูเรียบง่ายแต่แข็งแกร่งใหญ่โตมาก  ภายในบรรจุผู้คนได้มากถึง 400 คนต่อ 1 หลัง

มีตำนานเล่าสู่กันต่อๆ มาว่า ชาวจีนสมัยก่อนที่เดินทางมาอยู่ในเมืองจางโจว แต่ไม่ได้รับการต้อนรับทำให้ชาวจีนกลุ่มนี้ต้องเข้าไปอาศัยอยู่ในป่าแทนและเนื่องจากในป่าแห่งนี้มีโจรผู้ร้ายชุกชุมมาก จึงมีแนวคิดสร้างบ้านดินลักษณะดังกล่าวขึ้นมาโดยชั้นบนของบ้านดินสร้างช่องระบายลมที่จะเปลี่ยนเป็นหอยืนยามและป้อมยิงในการต่อสู้กับโจรและสร้างทางเข้าออกบ้านดินเพียงประตูเดียว

ซึ่งความชาญฉลาดของคนสมัยก่อนคิดเท่าทันโจรที่ว่า หากโจรบุกปล้นบ้านแล้วเผาประตูบ้านจะทำอย่างไรเพราะเป็นประตูไม้สร้างขึ้นจากไม้กระดานหนา 10 เซนติเมตร จึงออกแบบเหนือประตูจะมีรางน้ำ เมื่อถูกโจมตีด้วยไฟ ชาวบ้านจะลำเลียงน้ำจากชั้น 2 ผ่านถังเก็บน้ำและรางไม้ไผ่เพื่อดับไฟ บ้านดินจึงเป็นสถาปัตยกรรมที่มีความแข็งแกร่ง และยากที่จะเจาะเข้าไปถึงภายในได้   บ้านดินจึงเป็นทั้งป้อมปราการและเป็นบ้านพักอาศัยในคราวเดียวกัน

ทั้งนี้ ภายในอำเภอหนานจิ้งมีบ้านดินถู่โหลวมากกว่า 1,300 หลังตั้งอยู่กระจัดกระจายบนพื้นที่ 1,962 ตารางกิโลเมตรของอำเภอหนานจิ้ง และในจำนวนนี้มีจำนวน 57 หลังที่มีอายุมากกว่า 100 ปี และ 20 หลังที่ได้ยกย่องให้เป็นมรดกโลก”บ้านดินหนานจิ้ง”

สไตล์การสร้างบ้านดินมี 2 แบบ คือ แบบอาคารทรงกลมหลายชั้นและแบบทรงเหลี่ยม แต่ส่วนใหญ่จะเป็นทรงกลมมากกว่า และมีบ่อน้ำอยู่ตรงกลางตรงตามหลักฮวงจุ้ยที่ดี ส่วนที่ตั้งถูกโอบล้อมด้วยภูเขาสูงซึ่งถือว่าเป็นทำเลที่ดี ได้ทำให้เกิดอาชีพทำนาขั้นแบบบันไดและไร่ชา

สำหรับตัวบ้านนั้นใช้ วัสดุก่อสร้างหลักจาก ดิน ไม้ หิน และไม้ไผ่  ความหนาของกำแพง 1 เมตร เพื่อช่วยป้องกันพายุลมแรง โดยทุกครอบครัวจะอยู่กันอย่างเป็นสัดส่วน ภายในออกแบบโดยคำนึงถึงประโยชน์การใช้สอยอย่างคุ้มค่า แบ่งเป็นห้องย่อยๆในขนาดเท่าๆกัน เพื่อให้ทุกครอบครัวได้อยู่กันเป็นสัดส่วน และทุกห้องถูกสร้างให้หันหน้าเข้าหากัน

ดังนั้น ช่วงฤดูร้อนจะทำให้บ้านดินมีอากาศเย็นสบายและอบอุ่นในฤดูหนาว ส่วนฤดูกาลน่าเที่ยวนั้นคุณเจนนี่ จาง Managing Director จาก kingfo Group แนะนำอากาสแต่ละช่วงฤดูว่า

ช่วงเดือนพฤษภาคมถึงสิงหาคม อากาศจะสบายๆไม่ร้อน
ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม อากาศร้อน
ช่วงเดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคมอากาศกำลังดี
ช่วงเดือนพฤศจิกายน  ธันวาคมและมกราคม อากาศเย็นประมาณ 10 กว่าองศา

นอกจากนี้ด้วยโครงสร้างที่แน่นหนายังช่วยบรรเทาความเสียหายที่เกิดจากแผ่นดินไหวซึ่งเกิดขึ้นบ่อยในบริเวณนี้อีกด้วย

มีนักสถาปนิกชื่อดังชาวญี่ปุ่น Keiichiro Mogi ยกย่องให้บ้านดินเป็นโครงสร้างที่มีลักษณะเฉพาะ ที่เปรียบเปรยไว้ว่าเป็นสิ่งที่ UFO ส่งลงมาจากฟากฟ้า และผุดขึ้นมาจากพื้นดินดั่งเห็ด

และ Stevens Andre เจ้าหน้าที่จากองค์กรยูเนสโก กล่าวว่า บ้านดินเป็นรูปแบบสิ่งก่อสร้างแบบชนบทที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อีกทั้งเป็นสัญลักษณ์แห่งภูมิปัญญาที่สืบทอดวัฒนธรรมจากรุ่นสู่รุ่นที่ทรงคุณค่าของโลก โดยในปี 2008 คณะกรรมการมรดกโลกขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก (UNESCO) ได้ขึ้นทะเบียนบ้านดินให้เป็นเป็นมรดกโลก และในปี 2011 ได้รับการจัดอันดับจากการท่องเที่ยวประเทศจีน China National Tourism Administration ในระดับ 5A (AAAAA) หรือระดับสูงสุดของที่เที่ยวในจีน

 หมู่บ้านเถียนหลัวเคิง Tianluokeng Tulou Cluster

หมู่บ้านเถียนหลัวเคิง หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “ข้าวสี่จานซุปหนึ่งถ้วย” เป็นกลุ่มบ้านดินที่ประกอบด้วย บ้านดินทรงกลม 4 หลัง และทรงสี่เหลี่ยม 1 หลังตั้งอยู่กึ่งกลาง แสดงถึงวัฏจักรการกำเนิดของธาตุทั้ง 5 ตามหลักปรัชญาจีนโบราณ (ทอง ไม้ น้ำ ไฟ ดิน) เมื่อมองจากด้านบนจะมีลักษณะเปรียบเหมือนภาพดอกเหมยฮัว ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติที่มีสัญลักษณ์หมายถึงความเข้มแข็ง มั่นคง และอุตสาหะ ด้วยการจัดวางองค์ประกอบโครงสร้างและรูปแบบในทางสถาปัตยกรรมที่โดดเด่นนี้เองที่ทำให้บ้านดินแห่งนี้ได้รับยกย่องให้เป็นมรดกโลกด้านวัฒนธรรมจากองค์การยูเนสโก รวมถึงเป็นสัญลักษณ์ของบ้านดินในมณฑลฝูเจี้ยน ซึ่งต่อมาภายหลังยังได้กลายมาเป็นหนึ่งในหมู่บ้านที่มีทัศนียภาพสวยงามของจีน และเป็นหมู่บ้านที่สะท้อนถึงแก่นประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจีนอีกด้วย

 

หมู่บ้านถ่าเซี่ย   Taxia Village

ในจำนวนหมู่บ้านที่มีทัศนียภาพงดงามของจีน และหมู่บ้านที่สะท้อนถึงแก่นประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของมณฑลฝูเจี้ยน หมู่บ้านถ่าเซี่ยเป็นที่กล่าวขานถึงในด้านทัศนียภาพเมืองชนบทแห่งสายน้ำที่สวยงามดั่งภาพในฝัน มีลำธารที่ใสสะอาดทอดตัวยาวคดเคี้ยวผ่านหุบเขาเป็นระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ทำให้วิถีชีวิตของผู้คนที่นี่ผูกพันอยู่กับสายน้ำเป็นหลัก สะท้อนภาพความเป็นอยู่ของคนจีนในสมัยโบราณที่ดูเรียบง่าย มีสะพานหินโค้งรูปแบบต่างๆถึง 11 สะพาน ที่เชื่อมระหว่างสองฝั่งของลำธารเข้าไว้ด้วยกัน อันเป็นที่ตั้งของบ้านดินจำนวน 42 หลัง ที่กระจายตัวอยู่ท่ามกลางเนินเขาและลำธารของหมู่บ้านแห่งนี้ เปรียบดั่งภาพวาดไท้จิ จิตรกรรมภูมิทัศน์จีนสุดคลาสสิคจากมุมมองไกล

 

นอกจากความงดงามทางธรรมชาติแล้ว ที่นี่ยังมีศาลเจ้าเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงของบรรพบุรุษตระกูล Zhang ที่ได้มีการอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์เป็นสมบัติของชาติภายใต้การดูแลของรัฐ ในฐานะวัดเก่าแก่ของบรรพบุรุษที่ยังหลงเหลืออยู่ในประเทศจีน ด้านหน้าศาลเจ้ามีเสาหินมังกร 24 ต้น ที่ถือเป็นกลุ่มเสาหินที่มีจำนวนมากที่สุดและสมบูรณ์ที่สุดในประเทศจีน

Yunshuiyao

ยวินชุ่นเหยา หมู่บ้านเล็กๆในชนบทแห่งหนึ่งในเขตหนานจิ้ง ที่เงียบสงบและยังคงวิถีการดำรงชีวิตแบบดั้งเดิม หมู่บ้านที่สุดแสนโรแมนติกอันเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์รักแสนเศร้าเรื่องยวินชุ่ยเหยา เรื่องราวของคู่รักที่ต้องเผชิญช่วงเวลาอันโหดร้ายโดยการต้องพลัดพรากจากกันกว่าครึ่งศตวรรษจากเหตุการณ์บ้านเมืองอันไม่สงบสุขในไต้หวัน ท่ามกลางความงดงามของต้นไทรโบราณที่ตั้งตระหง่าน ทางเดินหินเก่าแก่ ทิวทัศน์บ้านดิน ผิวน้ำของลำธารที่นิ่งใส สถานที่แห่งนี้จึงทำให้รู้สึกได้ถึงความรัก ความห่วงหา ความคิดถึง ที่แทรกตัวแฝงไปในทุกหนแห่ง

 

Heguilou

บ้านดินเหอกุ้ยโหล่ว ตั้งอยู่บนพื้นที่แอ่งน้ำขนาด 3,000 ตารางเมตร เปรียบได้ดั่งเรือโนอาห์ขนาดใหญ่บนพื้นแผ่นดิน และเป็นบ้านดินรูปทรงสี่เหลี่ยมที่มีความสูงที่สุด อันเปี่ยมด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์ และคุณค่าทางสถาปัตยกรรม ทั้งในด้านความสูง และความหนาของตัวกำแพงในสัดส่วน 13:1 ซึ่งเป็นเรื่องเหลือเชื่อที่จะสร้างขึ้นได้เมื่อ 200 ปีก่อน

 

#lovelytrip  #บ้านดินหนานจิ้ง  #บ้านดินถู่โหลวหนานจิ้ง  #มรดกโลก  #มรดกโลกทางวัฒนธรรม

 

Raveetawan

Blogger Travel : มีความฝันอยากเห็นคนไทยรุ่นใหม่เริ่มตระหนักการ วางแผนชีวิตตั้งแต่วัยน้อยๆทั้งการเก็บออมเงิน ให้ถูกที่ถูกทาง มีเงินใช้อย่างเพียงพอต่อค่าครองชีพ หลังหยุดทำงานเมื่อเข้าสู่วัย 55 ปีไปแล้วและ ดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจให้แข็งแรงให้พร้อมอยู่อย่างมาร์ทหลังเกษียณ