กินอย่างไรให้ถูกจริตกับ “ต่อมความสุข”

เครดิตภาพ : www.bbc.com

เพิ่มเพื่อน

การรับประทานอาหารที่ดีและถูกสุขลักษณะในแต่ละมื้อ คุณรู้หรือไม่ว่าเป็นการ “ปลดล็อค” สารเคมีบางอย่างที่ช่วยกระตุ้น “ต่อมร่าเริงหรือต่อมความสุข” ของเราให้ทำงานได้ดีขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลในระยะยาวต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตของเราให้มั่นคงขึ้น

ในฐานะที่เพิ่งผ่านพ้น วัน “International Day of Happiness” หรือเรียกว่า “วันความสุขสากล” เมื่อวันที่ 20 มีนาคม ที่ผ่านมา  ลองมาสำรวจกันดูหน่อยมั้ยว่า “อาหาร” ประเภทไหนช่วยกระตุ้นความสุขทางอารมณ์ของคุณได้

คนส่วนใหญ่รู้ว่า “สารแห่งความสุข” นั้นมีอยู่จริงๆ แต่ก็มีอีกหลายกลุ่มที่ไม่รู้ว่าอาหารประเภทไหนที่จะช่วยกระตุ้นดึงดันสารตัวนี้ให้ออกมาทำงานได้อย่างเต็มที่

ในบทความงานวิจัยของทีม “BBC Food Diets” ระบุถึง สารเคมี 3 ชนิด ได้แก่ Dopamine ให้ความรู้สึกในด้านมีแรงจูงใจ, Oxytocin อารมณ์ดีจิตใจแจ่มใส และ Serotonin ช่วยควบคุมสภาวะอารมณ์ไม่ให้เรารู้สึกหดหู่ ซึ่งสารเคมีทั้ง 3 ตัวดังกล่าวนี้จะทำหน้าที่คล้ายๆ กันช่วยให้เราอารมณ์ดี ร่าเริง กระปรี้กระเปร่า ซึ่งก็จะส่งผลหลายๆ อย่างตามลำดับ เช่น ทำให้เราเข้ากับคนอื่นได้ง่ายขึ้

งานวิจัยนี้ ระบุว่า นอกจากนี้ ผักและผลไม้ซึ่งเรารู้ว่ามีประโยชน์อยู่แล้ว “โฮลเกรน” (Whole Grains) ธัญพืชเต็มเมล็ดที่ยังไม่ผ่านการขัดสีหรือผ่านกระบวนการน้อยที่สุด ซึ่งแหล่งอาหารเหล่านี้ล้วนมีคาร์โบไฮเดรตซ่อนอยู่ โดยมีความสำคัญต่อการทำให้อารมณ์ของคุณคงที่ เนื่องจากน้ำตาลในระดับที่ต่ำและยังเป็นประโยชน์ต่อร่างกายจะไหลเข้าสู่ร่างกายอย่างช้าๆ ตัวอย่างอาหารที่คุณสามารถหาได้ง่ายและมีสารที่สามารถทำปฏิกริยาบวกกับร่างกายเพื่อหลั่งสารความสุข ได้แก่ ขนมปังโฮลวีทข้าวกล้องพาสต้าโฮลเกรนถั่ว และข้าวโอ๊ต เป็นต้น

นอกจากนี้ สารความสุขทั้ง 3 ยังทำปฏิกริยาด้วยดีกับ “tryptophan” ซึ่งเป็นกรดอะมิโนชนิดหนึ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ ต้องได้รับจากอาหารอื่นๆ เท่านั้น โดยสมองจะนำไปใช้เมื่อรวมเข้ากับ วิตามินบี 3 วิตามินบี 6 และแมกนีเซียม เพื่อใช้ในการสร้างสาร Serotonin กระบวนเหล่านี้จะช่วยใหการนอนหลักของเรามีความสมบูรณ์มากขึ้น กล่าวคือ จะช่วยให้เราสามารถนอนหลับได้อย่างสนิท

ทั้งนี้ อาหารหลายประเภทที่อุดมไปด้วยสาร tryptophan เพื่อใช้การทำปฏิกิริยากับสารหลั่งความสุขของเรา ได้แก่ ไข่ น้ำมันปลา ดาร์กช็อกโกแลต 70% ขึ้นไป และ โกโก้

นอกจากนี้ งานวิจัยได้เผยเคล็ดลับอีกหนึ่งอย่างก็คือ วิธีการทำอาหาร เช่น การตุ๋น การต้ม หรือการผัดที่ใช้น้ำมันน้อยที่สุด โดยเฉพาะเมนูอาหารประเภท “ไข่” ซึ่งเต็มไปด้วย ไขมันดี โปรตีน และวิตามินบี นอกจากจะช่วยให้ระบบสมองของเราทำงานได้ดีมีประสิทธิภาพ ซ่อมแซมความรู้สึกที่ไม่มีความสุขของเรา ยังช่วยป้องกันการเกิดภาวะซึมเศร้าแบบไร้เหตุผลอีกด้วย ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของ “โรคซึมเศร้า” ของชาวโลกในปัจจุบัน

ขณะที่ อาหารที่มี “โฟเลตต่ำ” (วิตามินบี 9) อาจเพิ่มโอกาสทำให้เรารู้สึกหดหู่ใจได้ง่าย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุ ที่มีอารมณ์ที่ค่อนข้างแปรปวน ดังนั้น เราสามารถเพิ่มโฟเลตได้จาก ผักสีเขียว ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว ตับ ถั่ว และอาหารเสริมอื่นๆ

และที่น่าสนใจ ก็คือ “อาหารทะเล” โดยเฉพาะกับปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน และปลาแมคเคอเรล ยังเป็นแหล่งของ “ธาตุสังกะสี” ชั้นยอดซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานของสมองเกือบทุกด้าน ในงานวิจัยกล่าวว่า กลุ่มตัวอย่างชาวอังกฤษที่มีอายุระหว่าง 18-55 ปี จำนวน 100 คน แสดงออกชัดเจนถึงความรู้สึก “โกรธ” และ “ซึมเศร้า” โดยเฉพาะในกลุ่มตัวอย่างที่เป็น “ผู้หญิง” เพียงเพราะว่าพวกเขาไม่ได้รับประทานอาหารที่มีธาตุสังกะสีมากพอ

หากรู้แบบนี้แล้ว ถึงเวลาที่เราควรหันมาใส่ใจ “อาหารการกิน” อย่างถูกต้องได้แล้วหรือไม่ ไม่ใช่แค่เพื่อต้องการคงรักษารูปร่างให้สวยหล่อสะดุดตาผู้อื่น แต่หลักความเป็นจริงภายใต้ความ “สวย-หล่อ” ต้องสะท้อนออกมาจากจิตใจ บางทีการนอนตามสูตร 6-8 ชั่วโมงต่อวัน แต่กลับนอนหลับไม่สนิท ก็อาจจะไม่ช่วยฟื้นฟูอะไรเสียด้วยซ้ำ

อาหารดีที่ช่วยให้สารแห่งความสุขหลั่งได้อย่างเต็มที่ มีอยู่รอบตัวของเรา หากรู้จักที่จะเลือกทาน และออกกำลังกายควบคู่อย่างเพียงพอ นอกจากรูปร่างที่ดีแล้ว ความอ่อนเยาว์ก่อนวัยอันควร ก็จะเดินทางมาเยือนเราด้วย

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!.... เพิ่มเพื่อน