น่าห่วง!! สถานการณ์ “การออม” ครัวเรือนไทยชะลอตัวลง!!

รายงานวิจัยจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปีที่ 23 ฉบับที่ 3688 วันที่ 30 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ระบุว่า สถานการณ์การออมของครัวเรือนไทย แม้จะมีแนวโน้มขยับขึ้นในช่วงหลังวิกฤติ (2543 – 2554) แต่ก็เริ่มชะลอตัวลงนับตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา จากระดับ 25.1% ต่อรายได้เฉลี่ยรายเดือนในปี 2554 สู่ระดับ 21.4% ในปี 2558

ทั้งนี้ อาจเนื่องจากหนี้ครัวเรือนในช่วงดังกล่าวเริ่มขยายตัวเร็วขึ้น ทั้งจากการกู้เพื่อ ซ่อมแซมความเสียหายจากอุทกภัยครั้งใหญ่ปี 2554 และการขอสินเชื่อเพื่อซื้อสินค้าคงทนอย่างบ้านและรถยนต์ ตามนโยบายบ้านหลังแรกและรถยนต์คันแรกของภาครัฐ

อย่างไรก็ดี สัดส่วนการออมของครัวเรือนไทย ดังกล่าวก็ยังอยู่ในระดับสูงกว่าประเทศที่พัฒนาแล้ว อาทิ สหรัฐฯ ที่สัดส่วนการออมภาคครัวเรือนอยู่ที่ ประมาณ 5% ต่อรายได้ครัวเรือน

ประเด็นสังเกตเกี่ยวกับภาวะการณ์ออมของครัวเรือนไทย คงอยู่ที่การออมส่วนใหญ่มาจากกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้สูงกว่า 15,000 บาทต่อเดือน เนื่องจากครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทโดยเฉลี่ย มีรายได้น้อยกว่าค่าใช้จ่าย

ดังนั้น ทางการและเอกชนที่เกี่ยวข้องจึงควรสานต่อมาตรการต่างๆ ที่สนับสนุนการออมและการสร้างวินัยทางการเงินของกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้ต่ำ เพื่อเป็นกันชนทางการเงินของครัวเรือนไทย รวมถึงบรรเทาปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อไทยกาลังจะก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุโดยสมบูรณ์ภายในอีกไม่เกิน 10 ปีต่อจากนี้

 

 

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!.... เพิ่มเพื่อน