เป็นเรื่อง!! ขึ้นมาทันที…เมื่อ “คุณโชติพัฒน์ พีชานนท์” ลูกเขย “เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี” แห่งอาณาจักร TCC หรือ ผู้ถือหุ้นใหญ่ของ บริษัท เครือไทย โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (TGH) ยื่นหนังสือ “เลิกกิจการ” ของบริษัทในเครือ “อาคเนย์ประกันภัย” ต่อ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ตลท. ในฐานะ ประธานกรรมการบริหาร TGH เมื่อเช้าวันพุธที่ 26 มกราคม 2565

ด้วยเหตุผล!! บริษัทได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ “โควิด-19” หลังจากจ่ายเคลมประกันเฉพาะโควิด-19 ให้กับประชาชนผ่าน 2 บริษัทในเครือ คือ “อาคเนย์ประกันภัย” และ “ไทยประกันภัย” ไปแล้วถึง 9.9 พันล้านบาท จนทำให้บริษัท “อาจ” ไม่สามารถดูแลพันธสัญญาลูกค้าประกันภัยของ “อาคเนย์ประกันภัย” ที่ยังไม่ครบสัญญาอีก 10,480,957 ราย และพันธมิตรคู่ค้าตลอดจนถึง ตัวแทน และพนักงาน ในอนาคตต่อไปได้

ข้อมูล! สำคัญที่ “คุณโชติพัฒน์” แจ้งต่อ ตลท.ให้ทราบไว้ก็คือ ณ วันที่ 1 มกราคม 2565 “อาคเนย์ประกันภัย” มี “ผู้มีส่วนได้เสีย” คือลูกค้าผู้ถือถือกรมธรรม์ Non Covid-19 ทั้งหมด 8,629,036 ราย นั่นก็คือ กลุ่ม ประกันรถยนต์ ประกันภัยอุบัติฯ และอื่นๆ รวมถึงผู้ถือกรมธรรม์ Covid-19 อีก 1,851,921 ราย (รวม 10,480,957 ราย ) ตลอดจนถึง อู่ซ่อมรถ โรงพยาบาล ตัวแทน 9,000 ราย และพนักงานบริษัท 1,396 คน

แล้วสถานะบริษัทมีความแข็งแกร่งทางการเงินของอาคเนย์ประกันภัยในขณะนี้ ด้วยยังมีสินทรัพย์สุทธิกว่า 1,800 ล้านบาทและเงินกองทุน (Capital Adequacy Ratio) ประมาณร้อยละ 170 !!

ด้วยเหตุและข้อมูลนี้…ทำให้ “คณะกรรมการบริษัท” ได้มีการประชุมกันไปเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2565 ลงมติเห็นพ้องให้ “ยกเลิกกิจการอาคเนย์ประกันภัยโดยสมัครใจ”  และ “คืน” ใบอนุญาตประกอบกิจการต่อนายทะเบียน “สำนักงานคปภ.” เพื่อเป็น “ทางออก” ที่จะทำให้ “ผู้มีส่วนได้เสีย” ไม่ได้รับผลกระทบหรือได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

โดย “ผู้ถือหุ้นใหญ่” ยืนยันว่า เมื่อเลิกกิจการตอนนี้ “อาคเนย์ฯ” จะยังมีสินทรัพย์ที่พอเพียงกับการนำไปจ่ายเงินคืนผู้เอาประกันภัย10,480,957 ราย ที่เหลือ และเคลียร์หนี้สินกับ อู่ซ่อมรถ โรงพยาบาล ตัวแทน รวม 9,000 ราย และดูแลพนักงานบริษัท 1,396 คนได้อย่างเหมาะสม

 (ไม่ตกอยู่สถานการณ์ยากลำบาก “ตกงานทันที” เหมือนพนักงาน 2 บริษัทประกันฯ ที่โดนสั่งปิดไปก่อนหน้านี้)

เป็นที่ต้องโฟกัส!!…ที่หนังสือแจ้ง ตลท. ดังกล่าว ได้มี “ข้อความ” ระบุไว้เป็นเหมือน “สาระสำคัญ” ที่ทำให้ทั้ง “สำนักงาน คปภ.” และ “กองทุนประกันวินาศภัย” ต้องเบิกตาขยับแว่น ส่องขยาย “ความหมาย” ของข้อความให้เข้าใจอย่างเร่งด่วน!! ว่า

“โดยขอให้คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยพิจารณาให้กองทุนประกันวินาศภัย เป็นผู้มีอำนาจดำเนินการในเรื่องการดำเนินการคืนเบี้ยประกันให้กับผู้เอาประกันภัยทุกรายตามกรมธรรม์ประกันภัยที่ อาคเนย์ประกันภัย ยังมีภาระผูกพันตามกรมธรรม์ประกันภัยต่อผู้เอาประกันภัยนั้น ๆ”

เรื่องนี้!! หมายความว่าอย่างไร!!

หากจะให้อนุมานความหมาย ณ นาทีนี้ก็คือ การยกเลิกกิจการตัวเอง ของ “อาคเนย์ประกันภัย” วันนี้!! จะไม่แตกต่างจากกรณีการ “ถูกสั่งปิด” กิจการของ “เอเชียประกันภัย” และ “เดอะวัน ประกันภัย” อะไรทำนองนั้นมั๊ย!!

ซึ่ง!! พิจารณาแล้ว “มันต่าง” กันตรงที่ว่า “เอเชียประกันภัย” และ “เดอะวัน ประกันภัย” ถูก สำนักงาน คปภ.สั่งปิดกิจการ เพราะไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้เพราะหนี้สินมากกว่าทรัพย์สินและไม่มีเงินจ่ายเคลมประกันโควิดเป็นสำคัญ

แต่ “อาคเนย์ฯ” ยังมีพร้อม!! เพียงแต่ “วิตกวิกฤติ” ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอนาคตแล้ว “ชัตดาวน์ตัวเอง” ก่อนจะเกิดวิกฤติ นับเป็นเหตุการณ์ใหม่!!

แล้วเหมือนว่าจะ “ไม่อยู่” ในอำนาจการเข้าไป “รับไม้ต่อ” ของ “กองทุนประกันวินาศภัย” ตามกฎหมายที่ระบุว่า มีหน้าที่ตามกฎหมายดูแลบริษัทที่ “ถูกสั่งปิด” เท่านั้น!! เหมือนที่เกิดขึ้นกับ “เอเชียประกันภัย” และ “เดอะวันประกันภัย” ที่ผ่านมา

เพราะ “กองทุนประกันวินาศภัย” จะมีอำนาจได้ต้องมีคำสั่งปิดกิจการอาคเนย์ประกันภัยจาก สำนักงาน คปภ. และมีการแต่งตั้งให้กองทุนประกันวินาศภัยเป็น “ผู้ชำระบัญชี” จากหน่วยงานรัฐสูงสุดที่ดูแลคือกระทรวงการคลังก่อนเท่านั้นด้วย

งานนี้จึงต้อง หันกลับมาที่ “สำนักงาน คปภ.” ที่ “ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ” เลขาธิการ คปภ. จะไปต่ออย่างไร จะเอาอย่างไรดี…จะมีคำสั่งอะไรออกมาหรือไม่ หรือ ณ นาทีนี้ได้ “ส่งคน” เข้าไปติดตามความเคลื่อนไหวของ “อาคเนย์ประกันภัย” อย่างใกล้ชิดเร่งด่วนหรือไม่

หรือจะปล่อยให้ “เหตุการณ์พาไป” เป็นฝนตกขี้หมูไหล

ในที่สุดอาจจะกลายเป็น Case Study ให้อีกหลายๆ บริษัท โดยเฉพาะเพื่อนร่วมชะตากรรมยื่นฟ้อง 10,000 ล้านบ้าน อย่าง “สินมั่นคงประกันภัย” เดินตามรอยเป็นรายต่อไป

เมื่อนั้น!! อะไรจะเกิดขึ้นอีกกับ “ประกันวินาศภัยไทย” !!

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!.... เพิ่มเพื่อน