ลดหย่อนภาษี ให้ได้ 2 เด้ง!! 

ตอนที่แล้วผมเล่าค้างไว้ถึงค่าลดหย่อน 5 กลุ่มที่เราสามารถนำมาใช้ในการลดหย่อนภาษีได้ และได้ถามทิ้งท้ายเอาไว้ว่า แล้วเราควรจะเอาค่าลดหย่อนกลุ่มไหนไปใช้ในการวางแผนภาษีถึงจะคุ้มค่าที่สุด วันนี้ผมจะมาเฉลยให้ทราบว่า ค่าลดหย่อนกลุ่มไหนที่นิยมใช้ในการวางแผนภาษีมากที่สุดครับ ก่อนอื่น เรามาทบทวนกันสั้นๆ ก่อนว่าค่าลดหย่อน 5 กลุ่มที่พูดถึงนั้น มีอะไรกันบ้าง….

กลุ่มที่ 1 ค่าลดหย่อนของผู้มีเงินได้ทั่วไป คือค่าลดหย่อนส่วนตัวที่ทุกคนได้รับ ปัจจุบันอยู่ที่ 60,000 บาท

กลุ่มที่ 2 ค่าลดหย่อนของผู้มีเงินได้แบบมีเงื่อนไข เช่น ค่าลดหย่อนดอกเบี้ยบ้าน ค่าลดหย่อนบุตร ฯลฯ

กลุ่มที่ 3 ค่าลดหย่อนจากการออมและการทำประกัน เช่น LTF, RMF, ประกันชีวิตที่คุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป ฯลฯ

กลุ่มที่ 4 ค่าลดหย่อนจากโครงการพิเศษของรัฐ เช่น ค่าหย่อนในการไปเที่ยวเมืองรองเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ค่าลดหย่อนในการซ่อมแซมบ้านตอนเกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ ฯลฯ

กลุ่มที่ 5 ค่าลดหย่อนจากการบริจาค เช่น การบริจาคเพื่อการศึกษา การบริจาคให้วัด ฯลฯ

ทั้งนี้เราต้องเข้าใจว่า ค่าลดหย่อนที่เราเอาไปใช้ในการลดหย่อนนั้น ไม่ใช่ภาษีที่เราจะได้คืนกลับมา

เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลายคนเข้าใจผิดมาก เช่น ปีที่แล้วรัฐบาลต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจเลยออกนโยบายภาษีที่ชื่อว่า “ช้อปช่วยชาติ” ให้เรานำเงินค่าซื้อสินค้าหรือบริการในประเทศไปลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท

หลายคนเข้าใจว่า หากเราซื้อของ หรือช้อปปิ้ง 15,000 บาท เราก็จะได้รับเงินภาษีคืน 15,000 บาท อันนี้เป็นความเข้าใจที่ผิดมหันต์เลยครับ !!

เพราะค่าลดหย่อนที่เราได้มานั้น ไม่ใช่ภาษีที่เราได้คืน แต่ค่าลดหย่อนนั้นจะไปช่วยลดเงินได้สุทธิลง ซึ่งจะทำให้เราเสียภาษีน้อยลงตามฐานภาษีของเรา เช่น ปัจจุบันเราเสียภาษีฐาน 10% อยู่ การที่เราช้อปปิ้ง 15,000 บาท เราก็จะลดเงินได้สุทธิลง 15,000 บาท เราก็จะเสียภาษีน้อยลง 15,000 x 10% = 1,500 บาทเท่านั้น

แต่เราเสียภาษีฐาน 20% เราก็เสียภาษีน้อยลงเพิ่มขึ้นเป็น 15,000 x 20% = 3,000 บาท

แปลว่าเงินที่เราช้อปปิ้งไป 15,000 บาท เราได้ภาษีคืนมาแค่ 1,500 หรือ 3,000 บาท หรือตามภาษีที่เราจ่ายอยู่เท่านั้น ไม่ใช่ได้ภาษีคืนกลับมา 15,000 บาทแต่อย่างใด

ดังนั้น ในการนำค่าลดหย่อนมาช่วยในการวางแผนภาษี เราควรพิจารณาถึงประโยชน์ที่ได้รับจากค่าลดหย่อนนั้นด้วย ก่อนที่จะตัดสินใจทำตามหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขเพื่อให้ได้ค่าลดหย่อนนั้นมา

ถ้าถามผมว่า แล้วในมุมของนักวางแผนการเงินส่วนบุคคล ผมจะแนะนำให้เลือกค่าลดหย่อนกลุ่มไหนมาใช้ในการวางแผนภาษี

คำตอบ คือ ผมจะแนะนำให้ “เลือกค่าลดหย่อนในกลุ่มของการออมและการทำประกัน”

เพราะค่าลดหย่อนกลุ่มนี้ช่วยให้เราได้ประโยชน์ 2 เด้ง คือ เด้งแรกช่วยให้เราประหยัดภาษีแล้ว เด้งที่สอง เงินที่เราเสียไปนั้นก็ไม่ได้เสียเปล่าไปไหน แต่ยังกลับมาเป็นเงินออมหรือช่วยคุ้มครองความเสี่ยงให้เราอีกในอนาคต

เช่น เราซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) จำนวน 100,000 บาท เราก็ได้รับส่วนลดภาษีหนึ่งแสนบาท และ LTF ที่เราซื้อนั้น ก็ยังเป็นเงินของเราอยู่ทุกบาททุกสตางค์ แถมเรายังอาจจากการลงทุนด้วย ไม่ว่าจะเป็นเงินปันผล (ถ้ามี) หรือมูลค่าของกองทุนที่เพิ่มขึ้นในอนาคต

หรือถ้าเราทำประกันชีวิตระยะเวลา 10 ปี เราก็จะได้สิทธิลดหย่อนภาษีแล้ว หากเราเสียชีวิตในระหว่างนี้ ทายาทของเราก็จะได้รับเงินผลประโยชน์ตามทุนประกันที่เราทำไว้ด้วย

เห็นไหมครับว่าค่าลดหย่อนกลุ่มนี้ช่วยให้เราได้รับประโยชน์ 2 เด้งจริง ๆ เอาเป็นว่าในตอนถัดๆ ไปผมจะมาเจาะลึกถึงค่าลดหย่อนกลุ่มนี้ เพื่อที่จะช่วยให้เพื่อน ๆ เข้าใจถึงหลักเกณฑ์ในการนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ด้วยตัวเองกันครับ

ดร.พีท พีรภัทร ฝอยทอง CFP® ฝอยทอง

คอลัมน์ Infinity Wealth By ดร.พีท พีรภัทร ฝอยทอง CFP® ที่ปรึกษากฎหมายและนักวางแผนการเงินส่วนบุคคล