ไทยประกันชีวิตประกาศแผนยุทธศาสตร์ 10 ปี

นายไชย ไชยวรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เป้าหมายการดำเนินงานในปี 2561 ตั้งเป้าหมายเบี้ยประกันรับปีแรก 17,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 2560 ประมาณ 15% โดยแบ่งเป็นช่องทางตัวแทน 11,800 ล้านบาท และช่องทาง Non Agent 5,200 ล้านบาท โดยเน้นขายสินค้าประเภทคุ้มครอง สินค้าออมทรัพย์ระยะเวลา 20 ปีขึ้นไป สัญญาพิเศษเพิ่มเติม รวมถึงสินค้าควบการลงทุน ทั้ง Universal Life และ Unit Link ซึ่งเป็นสินค้าที่สามารถตอบโจทย์กลุ่มผู้มีเงินออม

โดยหัวใจหลักของธุรกิจประกันชีวิต คือการสร้างความผูกพันกับคน หรือ Human Touch โดยเฉพาะช่องทางตัวแทน แม้จะนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการขาย แต่สิ่งสำคัญคือ ต้องสร้างความไว้วางใจ ความรัก และความผูกพันให้เกิดกับผู้เอาประกัน ต้องมีความเป็นมืออาชีพ เป็น Life Partner รวมถึงการขายผ่านช่องทางออนไลน์ หรือ E-Commerce ที่ต้องมีความเป็นเพื่อนคู่คิด (Companion) เป็นที่ปรึกษาวางแผนชีวิตเช่นเดียวกัน เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับการบริการที่ดีไม่แตกต่างจากตัวแทน พร้อมกำหนดกลยุทธ์ในลักษณะ Ecosystem Strategy ทั้งในส่วนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ อาทิ การสร้าง Ecosystem ให้กับแบรนด์ ด้วยการเชื่อมต่อทุก Platform ของการสื่อสารทั้งสื่อดั้งเดิมและสื่อดิจิตอล เพื่อสร้างประสบการณ์ใน Platform ต่าง ๆ ไห้ผู้บริโภคมีปฏิสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับแบรนด์ หรือการสร้าง Ecosystem Partner เครือข่ายพันธมิตร เพื่อเสริมจุดแข็งด้านการสร้างแบรนด์ การบริการ ถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจว่า ปัจจุบันธุรกิจประกันชีวิตมีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน ทั้งพฤติกรรมการซื้อสินค้าและการบริการ ซึ่งตลอดระยะเวลา 76 ปี ไทยประกันชีวิตดำเนินธุรกิจบนพื้นฐานการรู้เท่าทันกระแส และเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อรองรับสถานการณ์ธุรกิจและการปรับเปลี่ยนของผู้บริโภคในปัจจุบันรวมถึงอนาคต

นอกจากนี้ได้จัดทำแผนยุทธศาสตร์ (Road Map) 10 ปี 5 ปี และ 3 ปี เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจอย่างชัดเจน ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว โดยมีเป้าหมายให้ไทยประกันชีวิตเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน (Sustainable Growth Organization) โดยยุทธศาสตร์บริษัทฯ จะสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในการดำเนินธุรกิจในลักษณะ People Business หรือธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับ “คน” ซึ่งบริษัทฯ ประกาศตั้งแต่ปี 2558 ประกอบด้วยกลยุทธ์หลัก 7 ด้าน และตั้งเป้าเป็นบริษัทขนาดใหญ่ 1 ใน 5 ด้านเบี้ยประกันรับปีแรกและเบี้ยประกันรับรวม Higher Return on Investment ให้ความสำคัญกับการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า รวมถึงการบริหารความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากบริษัทฯ ตระหนักดีว่า เงินลงทุนมาจากเบี้ยประกันที่ผู้เอาประกันชำระให้กับบริษัทฯ

โดยเฉพาะการดำรงเงินกองทุน (CAR Ratio) ณ สิ้นไตรมาสที่ 3 ปี 2560 อยูที่ 310% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนดไว้ที่ 140% Expense Optimization การบริหารต้นทุนให้เกิดประสิทธิภาพ ปรับลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น Technology Excellence ปรับปรุงระบบจัดการธุรกิจและนำเทคโนโลยีใหม่มาพัฒนาการดำเนินงาน ทั้งระบบการให้บริการ ช่องทางการขาย และ Brand Love การสร้างแบรนด์ เพื่อมุ่งสู่การเป็นแบรนด์ชั้นนำที่สร้างแรงบันดาลใจ และอยู่ในใจผู้บริโภคทุกคน

“บริษัทฯ ไม่เพียงกำหนดนโยบายการดำเนินธุรกิจในแต่ละปี เพื่อรับกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงทีเท่านั้น แต่ยังกำหนด Road Map ในการดำเนินธุรกิจในระยะกลางและระยะยาว เพื่อปรับปรุงและพัฒนาองค์กรในทุกๆ ด้าน สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน สามารถตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายและลูกค้าที่เปลี่ยนไปในอนาคต” นายไชยกล่าว

ทีมงาน INN WHY?

ทีมงาน INN WHY? รายการเพื่อผู้บริโภค ร่วมปฏิวัติความคิด ปรับเปลี่ยนชีวิต ก้าวสู่ความมั่นคง หลังเกษียณ ติดตามรับชมรายการสด ทุกวันศุกร์ เวลา 15.30 – 16.30 น.
ทางสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม IPM ช่อง 62 ,
Facebook.com/INNWHY.TV และ Youtube.com/c/innwhy
Contact us : INNWHY31@gmail.com