กลุ่มโตเกียวมารีนปลื้มกำไรปีแรก

เปิดApp.ใหม่ FastTrack ช่วยเข้าถึงลูกค้าเร็วขึ้น

 

 

มร.ริวสุเกะ ฟูตามูระ กรรมการผู้จัดการ บมจ.โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) แถลงถึงผลประกอบการประจำปี 2559 ว่า กลุ่มโตเกียวมารีนสำนักงานใหญ่ ประเทศญี่ปุ่น และสำนักงานภูมิภาคในประเทศสิงคโปร์ ได้กล่าวให้การสนับสนุน บมจ.โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) อย่างเต็มที่ เพราะมองเห็นถึงศักยภาพทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศ รวมถึงความพร้อมในด้านทรัพยากรบุคคล ระบบการทำงาน ภายในบริษัท และการพัฒนาเทคโนโลยี ที่จะเอื้ออำนวยต่อการสร้างการเติบโต ในประเทศไทย ให้สามารถขึ้นมายืนอยู่ในระดับ ผู้นำของภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งในปี 2559 บริษัทมีอัตราการเติบโต ของเบี้ยประกันภัยรับปีแรกสูงถึง 39% และช่องทางตัวแทนซึ่งเป็นช่องทางการขายหลักของบริษัท สามารถสร้างอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับปีแรกได้สูงถึง 45%

 

 

“วิสัยทัศน์ของกลุ่มโตเกียวมารีนนั้น เรามุ่งเน้นในเรื่องการสร้างงานบริษัทสู่การเป็นองค์กรที่ดี TO Be a Good Company ซึ่งแน่นอนว่า จะเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนให้กับบริษัท เราพยายามปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรของการทำงานบนพื้นฐานของความถูกต้อง และมีพัฒนาการของการทำงานให้ดียิ่งขึ้นเสมอ นั่นหมายความว่า ทุกส่วนงานจะต้องเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงกระบวนการทำงานที่ถูกต้อง เพื่อให้การนำเสนอรวมถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างตรงใจลูกค้าอันนำไปสู่การเติบโต และความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้น โดยผลจากความพยายามในการพัฒนาองค์กรให้ก้าวสู่การเป็นองค์กรที่ดีที่ผ่านมา นั่นคือการได้รับรางวัลจากสำนักงานคปภ.ถึง 2 รางวัลในปี 2558 คือบริษัทประกันชีวิตที่มีการพัฒนาการดีเด่น และรางวัลตัวแทนประกันชีวิตคุณภาพดีเด่น”

 

 

สำหรับผลประกอบการประจำปี 2559 บริษัทมีเบี้ยประกันรับรวม 5,442 ล้าบาท มีอัตราการเติบโต 25% แบ่งเป็นเบี้ยปีแรก 1,569 ล้านบาท มีอัตราการเติบโต 40% โดยสัดส่วนการขาย 71% มาจากช่องทางการขายผ่านตัวแทน ช่องทางประกันกลุ่ม 18% และช่องทางเทเลมาร์เก็ตติ้ง และอื่นๆ 11% สำหรับช่องทางการขายผ่านตัวแทนซึ่งเป็นช่องทางหลักสามารถสร้างอัตราการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับปีแรกได้สูงถึง 47% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งต้องขอขอบคุณ คุณสมโพชน์ เกียรติไกรวัล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และพนักงานทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงพลังตัวแทน ผู้บริหารตัวแทน และผู้อำนวยการตัวแทนทุกระดับ นับเป็นกำลังสำคัญในการนำมาซึ่งการเติบโตของช่องทางตัวแทนที่ต่อเนื่องอย่างแข็งแกร่งในตลอดระยะเวลา 7 ปี นับจากการกลับมาขยายธุรกิจในช่องทางขายผ่านตัวแทนในปี 2553” มร.ริวสุเกะ ฟูตามูระ กล่าว

 

 

นายสมโพชน์ เกียรติไกรวัล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้เปิดเผยถึง ผลประกอบการช่องทางขายผ่านตัวแทนประจำปี 2559 ว่า มีเบี้ยประกันรับรวม 3,856 ล้านบาท เติบโตขึ้น 27% แบ่งเป็นเบี้ยปีแรก 1,139 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% และเบี้ยประกันรับปีต่อไป 2,717 ล้านบาท สำหรับในปี 2560 นี้ ได้มีการตั้งเป้าหมายการเติบโตของเบี้ยประกัน 15% โดยแบ่งเป็นเบี้ยปีแรก 1,300 ล้านบาท และเบี้ยปีต่อไป 3,100 ล้านบาท รวมเบี้ยประกันสำหรับช่องทางขายผ่านตัวแทน 4,400 ล้านบาท

“สำหรับในปีที่ผ่านมา สินค้าที่ได้รับการตอบรับอย่างมากจากลูกค้ายังคงเป็นสินค้าประเภทวางแผนเพื่อการเกษียณอายุ สะสมทรัพย์ ความคุ้มครองตลอดชีพ รวมถึงความคุ้มครองด้านสุขภาพอและด้านอุบัติเหตุ ตามลำดับ ยุทธศาสตร์สำคัญในการนำมาซึ่งการเติบโตของเบี้ยประกันช่องทางตัวแทนปีนี้ได้แก่ การขยายฐานตลาดให้เข้าถึงถลุ่มคนระดับวัยทำงานเพิ่มมากยิ่งขึ้น ด้วยกลยุทธ์การขายที่เรียกว่า “การวางแผนบำนาญภาคประชาชน”

 

 

ทั้งนี้ เกิดจากแนวคิดที่ต้องการให้ประชาชนทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญในการเตรียมความพร้อม เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงให้กับชีวิตหลังเกษียณ เพื่อให้ประชาชนมีวินัยในการเก็บออมต้วยตัวเองให้มากขึ้น เพราะหากมีการเก็บออมเงินตั้งแต่อายุยังน้อย จะมีระยะเวลาในการเก็บออมนาน จำนวนเงินที่เก็บออมจะไม่สูงมากจนเกินกำลัง นอกจากนี้บริษัทยังคงอำนวยความสะดวกในการเก็บออมด้วยการชำระเบี้ยรายเดือนผ่านบัตรเครดิต ซึ่งจะทำให้ได้รับประโยชน์จากการใช้บัตรเครดิตได้อีกทางหนึ่ง โดยคาดหวังว่าจะยกระดับให้สังคมไทยเป็นสังคมที่มีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่มีดีเมื่อยามเกษียณอายุ

ส่วนการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเป็นเครื่องมือสนับสนุนการขาย ซึ่งภายในต้นไตรมาส 2 ปีนี้ บริษัทจะทำการเปิดตัวออนไลน์แอพพลิเคชั่นใหมที่ใช้ชื่อเรียกว่า Fast Track เครื่องมือที่จะช่วยเพิ่มสมรรถนะให้กับตัวแทนในการนำเสนอและปิดการขายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยก่อนหน้านี้บริษัทได้ทำการเปิดตัวออนไลน์แอพพลิเคชัน สำหรับลูกค้าที่ใช้ชื่อเรียกว่า Touch Point เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลกรมธรรม์ การเช็คประวัติการเรียกร้องสินไหม ประวัติการชำระเบี้ย ใบแจ้งเตือนกำหนดชำระเบี้ย รวมถึงการดาวน์โหลดใบรับรองการชำระเบี้ยเพื่อใช้ในการลดหย่อนภาษีประจำปี หรือแบบฟอร์มเอกสารต่างๆ อีกทั้งยังเป็นช่องทางในการติดต่อบริษัทได้สะดวกยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ยังมุ่งเน้นการฝึกอบรมตัวแทนอย่างเข้มข้น โดยได้เสริมสร้างความรู้และทักษะในการขาย เพื่อยกระดับขีดความสามารถ และภาพลักษณ์ตัวแทน ตลอดจนถึงพนักงานให้ก้าวสู่ “มืออาชีพ” อย่างเต็มภาคภูมิ รวมถึงการจัดอบรมหลักสูตร “ผู้วางแผนการเกษียณ”หรือ “Certified Retirement Planner”เป็นหลักสูตรที่บมจ.โตเกียวมารีนประกันชีวิต(ประเทศไทย)ร่วมมือกับคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการจัดอบรมตัวแทนต่อเนื่อง 5 วัน 33 ชั่วโมง เพื่อให้ตัวแทนมีความรู้ในการให้คำแนะนำลูกค้าเพื่อวางแผนทางการเงินเพื่อการเกษียณอายุได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการ โดยหลักสูตรดังกล่าวได้รับการรับรองให้เป็นหลักสูตรสำหรับการต่อใบอนุญาตครั้งที่ 4 อีกด้วย

นายสมโพชน์ เกียรตไกรวัล กล่าวต่อว่า “หลังจากการขยายธุรกิจในช่องทางตัวแทนตั้งแต่ปี 2553 ทำให้บริษัทมีการเติบโตของเบี้ยประกันรับที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมีการควบคุมค่าใช้จ่ายและการบริหารจัดการที่ดี จึงทำให้บริษัทเริ่มมีกำไรจากการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2556 และมีกำไรต่อเนื่องมาตลอดจนถึงปัจจุบัน จากรายงานตัวเลขในงบกำไรขาดทุนปี 2559 จะพบว่า ในปีนี้จะเป็นปีแรกที่บริษัทมีกำไรถึงระดับที่จะต้องชำระภาษี หลังจากที่ได้มีการขยายช่องทางการขายผ่านตัวแทนเมื่อ7 ปีที่ผ่านมา นับเป็นผลการดำเนินงานที่เป็นไปตามแผนธุรกิจที่ได้วางไว้ โดยปัจจุบันบริษัทมีกำไรสะสมจำนวน 227 ล้านบาท และมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 14,699 ล้านบาท

 

 

 

ทีมงาน INN WHY?

ทีมงาน INN WHY? รายการเพื่อผู้บริโภค ร่วมปฏิวัติความคิด ปรับเปลี่ยนชีวิต ก้าวสู่ความมั่นคง หลังเกษียณ ติดตามรับชมรายการสด ทุกวันศุกร์ เวลา 15.30 – 16.30 น.
ทางสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม IPM ช่อง 62 ,
Facebook.com/INNWHY.TV และ Youtube.com/c/innwhy
Contact us : INNWHY31@gmail.com