“สาระ ล่ำซำ” เมืองไทยไลฟ์ตั้งเป้าผู้นำสุขภาพ

เปิดโปรเจกต์ยักษ์ “Premier Health Solutions”

สาระ ล่ำซำ ตั้งเป้าหมาย เมืองไทยประกันชีวิต ผู้นำด้านสุขภาพ เปิดโปรเจกต์ยักษ์ด้านการดูแลสุขภาพ ตอบโจทย์ครบถ้วนด้วยนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และบริการที่หลากหลาย ภายใต้ชื่อ “Premier Health Solutions” โดย Fuchsia Innovation Centre สร้างปรากฏการณ์ใหม่แก่วงการประกันชีวิต ด้วยการเปิดตัว “myTHAIDNA” มิติใหม่ของการดูแลตัวเองที่ลงลึกถึงระดับ DNA  พร้อมผนึก “Health at Home” สตาร์ทอัพด้าน Healthtech ของประเทศไทย เดินหน้าตอบโจทย์การดูแลผู้ป่วยที่มีความต้องการในการรักษาอย่างต่อเนื่องที่บ้าน และผู้สูงวัย

นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ด้วยความมุ่งมั่นในการเดินหน้านโยบาย “ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centric)” และเพื่อเป็นการตอกย้ำเป้าหมายสู่การเป็นผู้นำด้านประกันสุขภาพ ล่าสุดเมืองไทยประกันชีวิต จึงได้เปิดโปรเจกต์ใหญ่แห่งปี “Premier Health Solutions” ด้วยแนวคิดที่จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้านการดูแลสุขภาพ ผ่านนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และบริการที่หลากหลาย ทั้งด้านการป้องกัน (Prevention) และการดูแลสุขภาพ (Care) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการในทุกช่วงชีวิต

ทั้งนี้จากแนวคิด “Premier Health Solutions” ได้นำมาสู่การเปิดตัว 2 โครงการสุขภาพจาก Fuchsia Innovation Centre ของเมืองไทยประกันชีวิต โดยโครงการแรก ได้เปิดตัว “myTHAIDNA” มิติใหม่ของการดูแลตัวเองผ่านการตรวจ DNA ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่สามารถช่วยให้คุณดูแลสุขภาพได้ดียิ่งขึ้น โดย “myTHAIDNA” เป็นการร่วมมือระหว่างเมืองไทยประกันชีวิต และ บริษัท Prenetics ในการให้บริการตรวจ Nutrigenomics หรือ โภชนพันธุศาสตร์ ที่สามารถบอกถึงความต้องการด้านโภชนาการ สารอาหารที่ร่างกายตอบสนอง และการออกกำลังกายที่เหมาะเฉพาะตัว ซึ่งการตรวจ DNA เป็นการตรวจเพียงครั้งเดียวเพราะผล DNA หรือรหัสพันธุกรรมเฉพาะของแต่ละบุคคลนั้นจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดชีวิต การเก็บตัวอย่าง DNA สามารถทำได้เองที่บ้านด้วยวิธีง่ายๆ ไม่เจ็บ โดยใช้เวลาเก็บตัวอย่าง DNA ประมาณ 1 นาทีเท่านั้น โดยตัวอย่างจะถูกส่งไปวิเคราะห์ที่ห้องปฏิบัติการของ บริษัท Prenetics ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านการทดสอบทางพันธุกรรม ผ่านห้องปฏิบัติการมาตรฐาน ISO-15189:2012 ที่ได้รับการรับรองในระดับสากล จาก Hong Kong Laboratory Accreditation Scheme โดยมีนักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ด้านพันธุศาสตร์เป็นผู้วิเคราะห์ผล และนักโภชนาการที่สามารถช่วยอ่านผลและให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ฟรีไม่เกิน 30 นาทีได้อีกด้วย นอกจากนี้ผู้รับการตรวจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ที่มีรายงานข้อมูล

เฉพาะบุคคลและคำแนะนำในการดูแลรักษาสุขภาพผ่านการรับประทาน การออกกำลังกายที่เหมาะสม เช่น การปรึกษากับนักโภชนาการ การตั้งเป้าหมายสุขภาพ และการเก็บข้อมูลด้านสุขภาพของตนเอง ซึ่งข้อมูล DNA ส่วนบุคคล จะถูกเก็บเป็นความลับ ไม่มีการเปิดเผยให้กับเมืองไทยประกันชีวิต

“myTHAIDNA” เกิดขึ้นจากที่ในปัจจุบันการดูแลรักษาสุขภาพได้เปลี่ยนไป โดยเทคโนโลยี เข้ามามีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวินิจฉัยที่แม่นยำและการรักษาที่มีประสิทธิภาพรวดเร็วมากขึ้น และเทคโนโลยีสามารถช่วยให้เข้าใจถึงความต้องการของร่างกายได้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถดูแลตนเองและลดความเสี่ยงในการเจ็บป่วยที่อาจเกิดขึ้นได้ ซึ่งจุดนี้เองที่เมืองไทยประกันชีวิตเห็นถึงความสำคัญและความมีประโยชน์ การตรวจ DNA เพื่อหาความเหมาะสมทางด้านโภชนาการมีความแพร่หลายแล้วในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ที่มีห้องปฏิบัติการตรวจ DNA เชิงพาณิชย์อยู่มาก แต่ในเอเชีย นวัตกรรมการตรวจ DNA ยังมีราคาค่อนข้างสูง จึงเป็นนวัตกรรมที่คนส่วนใหญ่เข้าถึงได้ยาก ในครั้งนี้ เมืองไทยประกันชีวิต จึงได้ร่วมมือกับ บริษัท Prenetics นำการตรวจ DNA เพื่อการดูแลสุขภาพที่ดีกว่าเป็นเจ้าแรกของวงการธุรกิจประกันชีวิตในประเทศไทย เพื่อนำนวัตกรรมการตรวจ DNA ให้คนไทยเข้าถึงได้ง่ายในราคาที่เหมาะสม โดยสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่ www.mythaidna.com

สำหรับโครงการที่สอง เพื่อเป็นการตอบโจทย์ด้านสุขภาพมากยิ่งขึ้น บริษัทฯ ได้ร่วมเป็นพันธมิตร กับ บริษัท Health at Home สตาร์ทอัพด้าน Healthtech ของประเทศไทย ซึ่งการร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการตอบโจทย์ความต้องการของผู้ป่วยที่มีความต้องการในการรักษาอย่างต่อเนื่องที่บ้านหรือผู้สูงอายุที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากทำให้เป็นปัญหาของสถานพยาบาลที่มีเตียงและผู้ดูแลจำกัด และความต้องการนี้จะเพิ่มขึ้นไปอีกในระยะเวลาอันใกล้ เนื่องจากประเทศไทยกำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย (Ageing Society)

Health at Home เป็นธุรกิจบริการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่บ้าน ในแบบ Home Care โดยทีมงานผู้ดูแลที่มีมาตรฐาน เชื่อถือได้ พร้อมความทันสมัย ด้วยระบบ Real-time Analytics เพื่อช่วยให้ครอบครัวของผู้ป่วยหรือผู้สูงอายุสามารถติดตามการดูแลรักษาได้ตลอดเวลา โดยบริการของ Health at Home มีบริการให้เลือกในหลายระดับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ดูแลเบื้องต้นสำหรับผู้สูงอายุที่ยังช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ต้องการคนดูแลหรือคนอยู่เป็นเพื่อน จนถึงพยาบาลวิชาชีพ ที่สามารถดูแลผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งในอนาคตยังเตรียมขยายการให้บริการไปยังด้านอื่นๆ เพิ่มเติม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการให้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น

“จุดยืนในการมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านการประกันชีวิตและสุขภาพของเรา ไม่ใช่แค่เข้าใจว่าลูกค้าต้องการอะไร แต่เราจะคิดเผื่อไปมากกว่านั้น และสิ่งที่เรามานำมอบให้แก่ลูกค้า ไม่ใช่แค่เรื่องของประกัน การเคลม หรือการติดต่อตัวแทน แต่เป็นการดูแลลูกค้าผ่านนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และบริการที่หลากหลาย ที่ถูกออกแบบโดยการคิดเผื่อที่รอบด้านเพื่อตอบโจทย์ความต้องการในทุกช่วงชีวิต ” นายสาระ กล่าว

นายสาระ กล่าวว่า สำหรับเงื่อนไขในการรับสิทธิ์ซื้อการตรวจ “myTHAIDNA” เพียงซื้อแบบประกันภัยของบริษัทฯ ที่มีระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 4 ปีขึ้นไป โดยเลือกชำระเบี้ยประกันภัยเป็นรายปี และชำระเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 25,000 บาทขึ้นไปต่อกรมธรรม์ สำหรับลูกค้าใหม่ และชำระเบี้ยประกันภัยตั้งแต่ 12,500 บาทขึ้นไปต่อกรมธรรม์ สำหรับลูกค้าปัจจุบัน จะได้รับสิทธิ์ในการซื้อการตรวจในราคา 7,000 บาท (จำกัด 1 สิทธิ์/1 กรมธรรม์) ระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2560 – 30 มิถุนายน 2561 หรือจนกว่ามีผู้รับสิทธิ์จนครบจำนวน

ด้านสมาชิกเมืองไทย Smile Club สามารถใช้คะแนนสะสม Smile Point 1,800 คะแนน เพื่อแลกรับสิทธิ์ในการตรวจ myTHAIDNA จำนวน 1 สิทธิ์ ระยะเวลาการแลกคะแนนสะสมตั้งแต่วันนี้ – 29 ธันวาคม 2560 และสมาชิกเมืองไทยSmile Club ที่สนใจใช้บริการ Health at Home สามารถแสดงบัตรเพื่อรับส่วนลดการใช้บริการ 10 % จากราคาปกติ หรือ ใช้คะแนนสะสม Smile Point 25 คะแนน แลกรับส่วนลด 100 บาท และยังสามารถใช้คะแนนสะสม Smile Point แลกรับบริการ Smile Care 1 ครั้ง เป็นระยะเวลา 12 ชม.

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!.... เพิ่มเพื่อน