จาก Web Designer สู่ Blogger

“สีรุ้ง พงษ์พานิช”  :  “อยู่ในโซเชียลฯไม่ใช่เรื่องง่ายๆ และไม่มีอะไรอยู่ค้ำฟ้าด้วย”

 

2

               กว่าจะมาเป็น Net Idol  แห่งวงการท่องเที่ยว มีผู้ติดตามทะลุหลักล้านคนไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ในยุคสังคมออนไลน์ ยุคที่ใครๆก็เป็นสื่อได้ด้วยตัวเองและการรักษาแฟนคลับให้อยู่เป็นเพื่อนคู่ใจเพจของเรายิ่งเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่า

วันนี้ “สีรุ้ง พงษ์พานิช”  หนึ่งในบล็อกเกอร์แนวหน้าของเมืองไทย ด้านการท่องเที่ยว  เจ้าของ Fanpage Facebook ชื่อ Unseen Tour  Thailand  เพจยอดนิยมที่มีแฟนคลับคอยติดตามผลงานเธอเกินกว่า 2 ล้านคนได้บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของเธอบนโลกออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ innwhy ถึงการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมออนไลน์(Social Media) ว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ทำไมเธอถึงอยู่ได้ เรามาติดตามเรื่องราวจากเธอกันค่ะ

 

1


“สีรุ้ง” บอกว่า 
วันนี้เธอยังไม่รู้เลยว่า ตัวเธอเองนั้นใช่ Net Idol หรือเปล่า  ใช่ Blogger หรือเปล่า รู้แต่เพียงว่า มีจิตอาสาที่อยากนำภาพที่สื่อถึงเรื่องราวสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ งาม ๆ ที่มีอยู่มากมายในเมืองไทยทั้งที่เธอถ่ายเองและภาพที่แฟนคลับส่งมาให้มาแชร์บนเพจให้สาธารณะได้เห็น ได้ชมแล้วมีความสุขและอยากเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่นั้นๆ   แค่นี้ก็มีความสุขแล้ว

การที่มียอดแฟนเพจติดตามมากมายอย่างล้นหลามและยังคงมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เธอบอกว่า รู้สึกมีกำลังใจและต้องขอบคุณทุกๆคนที่ติดตาม ทำให้ต้องทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดต่อไป

ถามว่า “สีรุ้ง”อยู่ตรงนี้ได้อย่างไร และอยู่มานานแค่ไหน แล้วอนาคตหล่ะ….เพราะทุกวันนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า แฟนเพจของเธอเหนียวแน่นจริงๆ สังเกตได้ไม่ยาก ในทุกครั้งเวลาที่เธอโพสต์ภาพแหล่งท่องเที่ยวสวยๆ ของเมืองไทยผ่านหน้าเพจเฟซบุ๊ค จะมีแฟนคลับให้การติดตาม Comment และกดไลค์กดแชร์กันมากมาย

“สีรุ้ง” บอกว่า ถ้ามองจากภายนอกมาที่ตัวเธอ  ทุกคนจะมองดูเหมือนเป็นเรื่องง่าย แต่แท้จริงแล้วเธอยืนยันอย่างหนักแน่นเลยว่า การอยู่ในสังคมออนไลน์ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ  และไม่มีอะไรอยู่ค้ำฟ้าด้วย

 

3

เธอเล่าว่า กว่าจะมายืนอยู่ในจุดนี้นั้น เธอไม่ได้ทำงานที่เกี่ยวข้องกับตรงนี้เลย หากแต่ทำงาน ฟรีแลนซ์ตั้งแต่เรียนจบทำมานาน 10 ปี  เป็นงาน Web Designer  ไม่เกี่ยวกับด้านที่เธอเรียนมาเลย เธอเรียนด้านบริหารธุรกิจ แต่เพราะมีความชอบและหลงใหลส่วนตัวเรื่องเกี่ยวกับเว็บไซต์ อยากมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองเลยไปหาซื้อหนังสือที่เกี่ยวข้องกับการเขียนโปรแกรมเว็บมาศึกษาเพื่อฝึกเขียนเว็บด้วยตัวเอง พอเริ่มเขียนได้ก็เริ่มรับงานออกแบบเว็บไซต์ พอมีลูกค้าคนที่1 ก็มีคนที่ 2 จากนั้นก็มีลูกค้าต่อเนื่องมาถึงตอนนี้มีลูกค้าที่ต้องดูแล 100 กว่าราย  ทำให้ทำงานไม่ทันเลยต้องทำเท่าที่ทำไหวก่อน

เว็บไซต์ที่อยากมีเป็นของตัวเองในตอนนั้นมีความฝันว่า แค่อยากรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆในเมืองไทยและข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานที่นั้นๆ  ก็ทำเล่นๆ จนมาวันหนึ่งพอมีเวลาว่างเลยเข้าไปเช็คข้อมูลเว็บไซต์ตัวเองในกูเกิ้ลดูว่ามี User หรือใครเข้ามาดูเว็บของตัวเองบ้าง ก็ไปเจอชื่อเว็บไซต์ของตัวเองไปติดอยู่ในจดหมายของกระทรวงการต่างประเทศที่แนะนำให้ท่านทูตจากประเทศต่างๆ ได้เข้าอ่านเป็นแหล่งข้อมูล ซึ่งก็แปลกใจเพราะตามความเข้าใจของตัวเองนั้นดูแล้วเว็บไม่น่าจะมีอะไรเลย

ความรู้สึกตอนนั้น บอกตามตรงว่า รู้สึกภูมิใจมากที่ได้ทำประโยชน์ให้กับส่วนรวม เลยมีกำลังใจขึ้นมาและได้เห็นประโยชน์ของการรวบรวมข้อมูลและรูปภาพสวยๆ ว่ามีประโยชน์ต่อสังคมจริงๆ จากความตั้งใจทำที่ไม่ได้คิดอะไร  ทำด้วยจิตอาสาเพราะมีรายได้อยู่แล้ว จากนั้นธุรกิจก็ตามมาโดยไม่รู้ตัว


Capture

             ต่อมาพอ สังคมออนไลน์เริ่มบูมคนเริ่มมีอิสระในการเป็นสื่อด้วยตัวเองมากขึ้น ก็เริ่มมาทำเพจเฟซบุ๊ค ชื่อ Unseen Thailand  เพื่อบริการ แบ่งปันภาพสวยๆงามๆ ในทุกซอกทุกมุมของเมืองไทยให้สาธารณะได้เห็นทั้งคนไทยด้วยกันเองและชาวต่างชาติที่อยู่ทั่วโลกจะได้มาเที่ยวเมืองไทยกันเยอะๆ  พอทำบ่อยขึ้นๆ ก็ยิ่งรักในงานที่ทำและเกิดเป็น Passion โดยไม่รู้ตัว ทำให้อยากทำต่อไปและจะขอทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด

เธอบอกว่า คนเราทำงานแล้วก็ต้องดูแลตัวเองด้วยโดยเฉพาะการวางแผนให้กับชีวิตตัวเองเพื่ออนาคตในวันข้างหน้า เพราะทุกคนมองว่า อนาคตอีกไกลเพราะเพิ่งเริ่มต้นทำงาน เพิ่งเรียนจบ  แต่อย่าลืมว่าเวลาจะผ่านไปเร็วมาก  งานที่ทำก็มีทั้งแน่นอนและไม่แน่นอน  เธอวางแผนเก็บออมเงินตั้งแต่เริ่มต้นทำงานไประยะหนี่ง คือมาเริ่มเก็บเงินตอนอายุ 26 ปี ตอนนั้นลงทุนครั้งแรกด้วยการซื้อประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ ต่อมาก็จัดสรรรายได้ส่วนหนึ่งมาซื้อประกันชีวิตแบบบำนาญ ชนิดมีเงินปันผล เพื่อเอาไว้ใช้หลังตัวเองเกษียณ เพราะถ้ารออายุมากๆแล้วค่อยมาซื้อคงไม่มีเงินจำนวนมากมาส่งเบี้ยประกัน

รายได้ช่วงนั้นเธอบอกว่า ใช้อย่างประหยัดแต่มีจับจ่ายบ้าง แต่ก็ไม่ลืมที่จะไปศึกษาการลงทุนในรูปแบบอื่นๆด้วย ซึ่งตอนนี้เธอได้ขยับจากการลงทุนในประกันชีวิต ไปลงทุนในหุ้นส่วนหนึ่ง เป็นหุ้น VI แต่ก็มีบ้างลงทุนในหุ้นตัวเล็กเพื่อสร้างความตื่นเต้นให้กับตัวเอง


เธอทิ้งท้ายว่า น้องๆที่เริ่มต้นทำงานหรือพี่ๆที่ยังไม่เริ่มเก็บออมเพราะยังจัดสรรรายรับรายจ่ายไม่ลงตัว ถ้าเรามีความพร้อมแล้ว อยากให้มองว่าการออมเป็นสิ่งสำคัญ ให้ถือเป็นภาระกิจหนึ่งของตัวเรา และเมื่อออมแล้วให้ลองศึกษาการแบ่งเงินไปลงทุนให้งอกเงย  ให้เลือกลงทุนในสิ่งที่ตัวเองถนัดซึ่งมีทั้งแบบเสี่ยงกับไม่เสี่ยงมากมาย เพราะเธอเองก็ไม่ใช่คนเก่งหรือเชี่ยวชาญเรื่องการลงทุนอะไรเลย แต่พอลงทุนไปแล้วก็จะไปศึกษาหาความรู้ในเรื่องที่เราลงทุนอยู่ตลอดเวลาเพื่อชีวิตในระหว่างทางก่อนเกษียณและบั้นปลายของเรา.

Raveetawan

Blogger Travel : มีความฝันอยากเห็นคนไทยรุ่นใหม่เริ่มตระหนักการ วางแผนชีวิตตั้งแต่วัยน้อยๆทั้งการเก็บออมเงิน ให้ถูกที่ถูกทาง มีเงินใช้อย่างเพียงพอต่อค่าครองชีพ หลังหยุดทำงานเมื่อเข้าสู่วัย 55 ปีไปแล้วและ ดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจให้แข็งแรงให้พร้อมอยู่อย่างมาร์ทหลังเกษียณ