วางแผนสุขภาพให้รู้เท่าทันโรคมะเร็ง

ปัจจุบันปัจจัยและความเสี่ยงต่างๆ ล้อมรอบตัวเรามีมากมายทั้งปัจจัยที่ควบคุมได้ เช่น อาหารการกิน การออกกำลังกาย การดูแลสุขภาพ และปัจจัยความเสี่ยงที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา ไม่ว่าจะเป็น ลักษณะทางพันธุกรรม มลพิษต่างๆ สารปนเปื้อนที่อยู่ในอาหารรวมถึงความเสี่ยงอันเกิดจากความมักง่ายของมนุษย์ด้วยกันเอง

เมื่อกล่าวถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพและโรคภัยไข้เจ็บแล้ว “โรคมะเร็ง” ถือเป็นโรคที่สร้างความหวาดวิตกให้กับผู้คนทั่วโลกมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะนอกจากผู้ที่เจ็บป่วยต้องทุกข์ทรมานแล้วผู้ป่วยและครอบครัวยังต้องแบกภาระค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาลในการรักษาอีกด้วย

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก โรคมะเร็งเป็นสาเหตุอันดับสองที่ทำให้ประชากรโลกเสียชีวิตมากที่สุด โดยในปีพ.ศ. 2561 มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งจำนวน 9.6 ล้านคนทั่วโลก  ในจำนวนผู้เสียชีวิต 6 คนจะมีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็ง 1 คน และจากจำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมด ร้อยละ 70 เป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในประเทศที่มีประชากรที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง  และจากสถิติของปี 2560 พบว่ามีเพียงร้อยละ 26 ของประเทศที่ประชากรมีรายได้น้อยจนถึงปานกลางเท่านั้นที่มีสวัสดิการภาครัฐในการให้บริการตรวจโรคมะเร็ง

สาเหตุหลักของประชากรเหล่านี้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งคือ การรับรู้ว่าตนเองป่วยก็เมื่อถึงระยะลุกลามแล้ว ไม่ได้รับการวินิจฉัยและการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพเพียงพอ ทั้งนี้หากเปรียบเทียบกับประเทศที่ประชากรมีรายได้สูงพบว่าร้อยละ 90 จากทั้งหมดของผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งมีการเข้าถึงการรักษาโรคมะเร็งอย่างทั่วถึงและตรวจพบโรคในระยะแรกๆ โรคมะเร็งเป็นโรคที่สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมหาศาล คิดเป็นเม็ดเงินที่ใช้ในการรักษาโรคดังกล่าวสูงถึง 1.16 ล้านล้านเหรียญสหรัฐต่อปี

 สำหรับสถิติผู้ป่วยโรคมะเร็งในประเทศไทยนั้น  นพ. สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า ในปัจจุบันคนไทยเสียชีวิตด้วยโรงมะเร็งเป็นอันดับหนึ่ง นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 จนถึงปี 2554 มีผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งทั้งสิ้น 112,392 คนและมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี และจากสถิติผู้ป่วยโรคมะเร็งของประเทศไทยในปี 2559 โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติ โรคมะเร็งที่พบมากที่สุดของประชากรไทย 5 อันดับแรกได้แก่ มะเร็งเต้านม มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก มะเร็งปอด และมะเร็งปากมดลูก ส่วนใหญ่วินิจฉัยพบว่าตนเองเป็นมะเร็งในระยะที่ 4

ทั้งนี้หากต้องเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งแล้ว สวัสดิการสังคมจากภาครัฐในปัจจุบันจะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายได้ในระดับหนึ่ง แต่หากต้องการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่รวดเร็วทันการณ์อาจต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาล ตัวอย่างเช่น ค่าใช้จ่ายการรักษาโรคมะเร็งปอดของโรงพยาบาลภาครัฐแห่งหนึ่ง หากรักษาด้วยการฉายรังสี (ไม่รวมค่าทำคีโม) จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 200,000 บาท

ดังนั้นค่าใช้จ่ายที่สูง การตื่นตัวและปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตจาก “อยู่ยาก” ให้ “อยู่เป็น” โดยวางแผนการใช้เงินเพื่อดูแลสุขภาพในระยะยาว พร้อม “รับ”และ “รู้” ให้เท่าทันโรคมะเร็ง ก่อนมะเร็งจะ “ทำร้าย” และ “ทำลาย” เรา สามารถวางแผนสุขภาพระยะยาวได้

ล่าสุด บมจ. ซิกน่า ประกันภัย ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันสุขภาพจากประเทศสหรัฐอเมริกา  ได้เปิดตัวแผนประกันคุ้มครองโรคมะเร็งทุกระยะ ค่าเบี้ยคงที่ 10 ปี หรือ แผนประกัน Cancer Fix 10 โดย คุ้มครองการเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งทุกระยะ รวมถึงมะเร็งผิวหนัง และเป็นแผนประกันที่จะเพิ่มความสบายใจให้กับลูกค้าถึง 3 ข้อดังนี้

 

1. คุ้มค่าด้วยเบี้ยประกันคงที่ยาวถึง 10 ปี ค่าเบี้ยเริ่มต้นวันละไม่ถึง 4 บาท
– ปกติทั่วไปค่าเบี้ยจะปรับเพิ่มตามอายุทุกๆ 5 ปี แต่เบี้ยประกันคงที่ยาวถึง 10 ปีทำให้สามารถวางแผนและแบ่งสันปันส่วนค่าใช้จ่ายของตนเองและครอบครัวได้ดียิ่งขึ้น
-เมื่อได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคมะเร็งทุกชนิด ทั้งระยะไม่ลุกลามและระยะลุกลาม (รวมถึงมะเร็งผิวหนัง) ลูกค้าจะได้รับความคุ้มครองสูงสุดเป็นเงินก้อนถึง 1.2 ล้านบาททันที
-ซื้อแผนประกัน Cancer Fix10 ได้ตั้งแต่อายุ 20 ปี จนถึง 60 ปี และต่ออายุความคุ้มครองไปได้อีกจนถึงอายุ 65 ปี

2. เพิ่มความมั่นใจให้รักษาโรคได้อย่างตรงจุดด้วย “บริการความเห็นที่สองทางการแพทย์” (Medical Second Opinion Service หรือ MSO)

– เป็นบริการที่ซิกน่าร่วมกับเครือข่ายทางการแพทย์ที่มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการวินิจฉัยโรคทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศมาให้บริการการตรวจวินิจฉัยโรคซ้ำ รวมถึงแนะนำแนวทางการรักษาที่ถูกต้องกับกลุ่มลูกค้าที่มีอาการเจ็บป่วยและเป็นโรคร้ายแรง เช่น โรคเอดส์ โรคตับแข็ง โรคหลอดเลือดสมองแตก รวมถึงโรคมะเร็ง
– ลูกค้าแผนประกัน Cancer Fix 10 สามารถเลือกใช้บริการความเห็นที่สองทางแพทย์เพื่อวินิจฉัยซ้ำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากโรงพยาบาลชั้นนำของโลก เช่น Harvard Medical School Teaching Hospitals, The Cleveland Clinic, หรือ John Hopkins University Medical Center หรือจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งชั้นนำในประเทศไทย อาทิ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล โรงพยาบาลสมิติเวช ศูนย์ศรีพัฒน์ หรือคณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้
– ได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการรักษาที่ถูกต้อง

3. ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15,000 บาท  เมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตแล้วต้องไม่เกิน 1 แสนบาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊คซิกน่าไทยแลนด์แฟนเพจhttps://bit.ly/2QpKGM4 หรือที่เว็บไซต์ https://bit.ly/2F8rP7d

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!.... เพิ่มเพื่อน