โจมตีทางไซเบอร์ พ่นพิษท่าเรือเอเชีย ความเสียหายมูลค่ากว่าแสนล้านเหรียญ  

รายงานของลอยด์ ออฟ ลอนดอน เมื่อเร็วๆนี้ชี้ว่า  การโจมตีทางไซเบอร์ต่อท่าเรือต่างๆในเอเชีย อาจจะมีมูลค่าถึง 110,000 ล้านดอลลาร์ หรือครึ่งหนึ่งของความเสียหายจากภัยธรรมชาติทั้งหมดทั่วโลกของปี 2561

มีการมองกันว่า “ประกันภัยไซเบอร์” เป็นตลาดที่กำลังโต แต่การทำประกันภัยประเภทนี้ในยุโรปและในเอเชียยังไม่มากเท่ากับในสหรัฐ 

รายงานของลอยด์ระบุว่า การโจมตีทางไซเบอร์ที่รุนแรงที่สุดคือการโจมตีในเวลาเดียวกันต่อท่าเรือ 15 แห่งในญี่ปุ่น มาเลเซีย จีน สิงคโปร์ และเกาหลีใต้  โดย 92% หรือ ความเสียหายทางเศรษฐกิจที่มีมูลค่าทั้งหมดประมาณ 101,000 ล้านดอลลาร์ ไม่ได้ทำประกันเอาไว้

ตัวเลขความเสียหายเหล่านี้ คำนวณโดยการจำลองผลกระทบของไวรัสคอมพิวเตอร์ที่เรือต่างๆได้นำมา และคำนวณมาจากการบันทึกฐานข้อมูลการขนส่งสินค้าทางเรือ หรือคาร์โก้ตามท่าเรือต่างๆ

ศูนย์เพื่อการศึกษาความเสี่ยงของมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ได้จัดทำรายงานชุดนี้ในนาม “โครงการบริการความเสี่ยงทางไซเบอร์”(CyRiM)โดยร่วมมือกับ ลอยด์ ออฟ ลอนดอน ซึ่งเป็นตลาดประกันภัยและประกันภัยต่อ ในอังกฤษ

ในบรรดาท่าเรือที่มีการขนส่งสินค้ามากที่สุดในโลก 10 แห่ง อยู่ในเอเชียถึง   9 แห่ง เนื่องจากเอเชียเป็นส่วนสำคัญของซัพลายเชนสำหรับบริษัทชั้นนำของโลกในภาคต่างๆ ตั้งแต่ภาครถยนต์ สินค้าอุตสาหกรรม เสื้อผ้า และอิเล็กโทรนิกส์

รายงานของลอยด์ประเมินว่า  ภาคขนส่งทั่วโลก ซึ่งรวมถึงการบินอวกาศ จะได้รับความเสียหายทางเศรษฐกิจจากการโจมตีทางไซเบอร์มากที่สุดเป็นเงินทั้งหมด 28,200 ล้านดอลลาร์ ส่วนภาคการผลิตจะได้รับความเสียหาย 23,600 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ภาคค้าปลีกจะได้รับความเสียหาย 18,500 ล้านดอลลาร์  

ประเทศที่มีการเชื่อมโยงกับท่าเรือแต่ละแห่ง ก็จะได้รับผลกระทบเช่นกัน และประเทศในเอเชียจะได้รับผลกระทบ มากสุดโดยได้รับความเสียหายในทางอ้อมเป็นเงิน 26,000 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วยยุโรป ซึ่งจะได้รับความเสียหาย 623 ล้านดอลลาร์ และอเมริกาเหนือจะได้รับความเสียหาย 266 ล้านดอลลาร์

จอห์น นีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของลอยด์ กล่าวว่า สินทรัพย์ใหญ่สุดสำหรับบริษัทต่างๆ ไม่ใช่สินทรัพย์ทางกายภาพแต่เป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีตัวตน และเนื่องจากมีการใช้เทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติมากขึ้น ความเสี่ยงเหล่านี้ก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้น

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!.... เพิ่มเพื่อน