จากสถานการณ์ปัจจุบันของ “กองทุนประกันวินาศภัย” หรือ กปว. ที่ยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการจัดหา “ผู้จัดการกองทุนฯ” คนใหม่ อาจทำให้ผู้เอาประกันภัยในฐานะเจ้าหนี้ประกันภัยของบริษัทประกันภัยที่ถูกปิดตัวไปเป็นกังวลแผนการดำเนินงานของกองทุนฯ ล่าสุด “คุณกัลยา จุกหอม” รักษาการผู้จัดการกองทุนฯ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการทำงานและความคืบหน้าของสถานการณ์กองทุนฯ ไว้ว่า
ความรับผิดชอบต่อภาระหนี้สาธารณะ
ในฐานะรักษาการผู้จัดการกองทุนประกันวินาศภัย (กปว.) ดิฉันมองว่าการบริหารจัดการภาระหนี้สะสมที่เกิดขึ้นจากการเพิกถอนใบอนุญาตบริษัทประกันภัยในช่วงวิกฤตที่ผ่านมา มิใช่เพียงภารกิจด้านการชำระบัญชีตามกฎหมายเท่านั้น แต่คือพันธกิจเชิงยุทธศาสตร์ในการ “คืนความเป็นธรรมและบรรเทาความเดือดร้อน” ให้แก่เจ้าหนี้เกือบ 1 ล้านรายการ ซึ่งความเดือดร้อนเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นในระบบประกันวินาศภัยของประเทศ
ยุทธศาสตร์ของ กปว. ในปัจจุบันมุ่งเน้นที่การบริหารงานด้วยความโปร่งใสและใช้ข้อมูลจริงเป็นตัวนำ (Data-Driven Approach) เพื่อแปรเปลี่ยนความสับสนของตัวเลขให้กลายเป็นแผนการดำเนินงานที่จับต้องได้ โดยเราให้ความสำคัญกับการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล (Data Validation) เป็นลำดับแรก เพื่อให้มั่นใจว่าทุกบาททุกสตางค์ของกองทุนจะถูกส่งถึงมือผู้เอาประกันภัยที่ได้รับความเสียหายจริงอย่างถูกต้องและเป็นธรรม
วิเคราะห์มูลหนี้เชิงลึก จากการคาดการณ์สู่ข้อเท็จจริง 5.3 หมื่นล้านบาท
หนึ่งในความสำเร็จที่สำคัญของการบริหารจัดการคือ “การพิสูจน์มูลหนี้ที่แท้จริง” ซึ่งถือเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของกองทุนและระบบโดยรวม การที่มูลหนี้รวมลดลงจากตัวเลขคาดการณ์เดิมที่ 1 แสนล้านบาท มาสู่ระดับปัจจุบัน มิได้เกิดจากการเพิกเฉยต่อสิทธิของประชาชน แต่คือความสำเร็จในการบริหารจัดการข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ (Management Success) ผ่านการคัดกรองพฤติกรรมการแจ้งหนี้ใน 2 กรณีหลัก
การยื่นคำขอเกินความเสียหายจริง จากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่า เจ้าหนี้จำนวนมากยื่นคำขอโดยยึดตาม “วงเงินคุ้มครองสูงสุด” ในกรมธรรม์ (เช่น 1-3 ล้านบาท) แทนที่จะเป็นค่าสินไหมตามความเสียหายจริง เช่น ในกรณีประกันภัยโควิด-19 ประเภท “เจอจ่ายจบ” ที่มีมูลค่าความคุ้มครองจริง 50,000 บาท แต่มีการยื่นตัวเลขสูงสุดตามหน้าตารางกรมธรรม์เข้ามา ทำให้ยอดหนี้ในระบบสูงเกินจริงในตอนต้น
ความซ้ำซ้อนของข้อมูลในระบบออนไลน์ ด้วยความกังวลของเจ้าหนี้ในช่วงวิกฤต ทำให้มีการยื่นเรื่องผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ซ้ำซ้อนกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งกองทุนฯ ได้ใช้เทคโนโลยีตรวจสอบและคัดออกได้มากกว่า 70,000 รายการ
ดังนั้นการทราบตัวเลขมูลหนี้ที่แท้จริงช่วยให้ กปว. สามารถกำหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการคำนวณระยะเวลาและความต้องการกระแสเงินสดในอนาคต
โครงสร้างการบริหารรายรับและกลไกการจ่ายคืนเจ้าหนี้
การจัดการกระแสเงินสด (Cash Flow Management) ภายใต้ข้อจำกัดด้านรายได้เป็นโจทย์ที่ท้าทายที่สุด กองทุนฯ ดำเนินงานภายใต้วงรอบการรับเงินสมทบจากบริษัทประกันภัยปีละ 2 รอบ เพื่อสร้างระบบการชำระคืนที่มั่นคงและคาดการณ์ได้
รอบที่ 1: รับเงินสมทบในเดือนมกราคม เพื่อดำเนินการอนุมัติจ่ายคืนเจ้าหนี้ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป
รอบที่ 2: รับเงินสมทบในเดือนกรกฎาคม เพื่อดำเนินการอนุมัติจ่ายคืนเจ้าหนี้ตั้งแต่เดือนสิงหาคมเป็นต้นไป
ปัจจุบันกองทุนฯ มีรายรับเฉลี่ยปีละ 1,400 ล้านบาท เมื่อบริหารจัดการค่าใช้จ่ายแล้ว จะมีวงเงินสุทธิเพื่อจ่ายคืนเจ้าหนี้อยู่ที่ 1,200 – 1,300 ล้านบาทต่อปี แม้ด้วยอัตราการชำระคืนปัจจุบันอาจต้องใช้ระยะเวลาในการปิดจบภาระหนี้ทั้งหมด แต่กองทุนฯ มิได้นิ่งนอนใจและกำลังพิจารณาแสวงหาช่องทางหรือนวัตกรรมทางการเงินเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการจ่ายคืนหนี้ให้รวดเร็วยิ่งขึ้นในอนาคต
ปฏิบัติการเร่งด่วนปี 2569 ปิดตำนาน 2 บริษัท สัมพันธ์ประกันภัย และ APF
เป้าหมายสำคัญที่เป็นรูปธรรมภายในสิ้นปีนี้คือการ “ปิดจบกรณีศึกษาเก่าแก่” (Legacy Cases) ของ บริษัทสัมพันธ์ประกันภัย และ APF ประกันภัย ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ที่รอคอยการได้รับสิทธิคืนมาอย่างยาวนานที่สุดจากการรับมอบเรื่องต่อจากกรมบังคับคดี ดิฉันให้ความสำคัญกับกลุ่มนี้เป็นพิเศษเพื่อสะท้อนว่า กองทุนฯ จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเพียงใด
ขณะนี้ กองทุนฯ มีมูลหนี้คงเหลือของทั้ง 2 บริษัทเพียง 75 ล้านบาท และคณะกรรมการบริหารกองทุน (บอร์ด) ได้พิจารณาอนุมัติวงเงินดังกล่าวไว้เรียบร้อยแล้ว การปิดตำนาน 2 บริษัทนี้ภายในสิ้นปี 2569 จะเป็นบทพิสูจน์ถึงความสามารถในการบริหารจัดการของ กปว. ที่มุ่งมั่นสะสางภาระหนี้ให้สำเร็จเป็นรายกรณีไปอย่างเบ็ดเสร็จ
ความคืบหน้าการพิจารณาสินไหมโควิด-19 และการยกระดับมาตรฐานการพิสูจน์สิทธิ
สำหรับภาระหนี้ส่วนใหญ่ซึ่งมาจากกลุ่มประกันภัยโควิด-19 กปว. ได้ยึดถือประโยชน์ของเจ้าหนี้เป็นที่ตั้ง ปัจจุบันเราดำเนินการกลั่นกรองหนี้สำเร็จไปแล้วถึง 80-90%
ในส่วนของ 10% ที่เหลือซึ่งมักติดปัญหาเรื่องเอกสารหลักฐานสูญหายหรือร่องรอยข้อมูลไม่ชัดเจน กองทุนฯ ได้ยกระดับมาตรฐานการบริการด้วยการใช้ “คู่มือหลักเกณฑ์การใช้ข้อมูลระบบทดแทนเอกสารต้นฉบับ” ซึ่งเป็นแนวทางเชิงรุกในการดึงข้อมูลจากฐานระบบเดิมของบริษัทที่ถูกเพิกถอนมาใช้พิสูจน์สิทธิแทนการผลักภาระให้ประชาชนต้องจัดหาเอกสารที่หาไม่ได้แล้ว ถือเป็นการลดขั้นตอนและแสดงความจริงใจในการช่วยเหลือ
นอกจากนี้ สำหรับมูลหนี้ในกลุ่มประกันภัยรถยนต์ (ซึ่งมีสัดส่วนประมาณ 20%) และประกันวินาศภัยประเภทอื่นๆ ที่มีความซับซ้อนและต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการประเมินราคาค่าซ่อม กองทุนฯ ตั้งเป้าหมายที่จะดำเนินการสอบทานเพื่อให้ทราบมูลหนี้แท้จริงทั้งหมดภายในปี 2569 นี้ เพื่อความชัดเจนในการวางแผนการเงินขั้นถัดไป
คำมั่นสัญญาต่อความโปร่งใสและการเดินทางไปสู่จุดสิ้นสุดของมูลหนี้
กปว. เรามีความมุ่งมั่นในการบริหารงานด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว และเป็นธรรม แม้เส้นทางการจัดการภาระหนี้ 5.3 หมื่นล้านบาทจะเป็นภารกิจที่ใหญ่หลวงและต้องใช้ระยะเวลา แต่เรามีแผนภูมิการดำเนินงานที่ชัดเจนและมีการตรวจสอบที่เป็นระบบ
สุดท้ายกองทุนฯ จะทำหน้าที่เป็นปราการด่านสุดท้ายในการคุ้มครองสิทธิของท่านอย่างสุดความสามารถ และเราจะยังคงแสวงหาแนวทางในทุกมิติเพื่อเร่งกระบวนการจ่ายเงินคืนให้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความมั่นคงและความศรัทธาให้แก่ระบบประกันวินาศภัยไทยอย่างยั่งยืนต่อไป.-
เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....

ทีมงาน INN WHY? รายการเพื่อผู้บริโภค ร่วมปฏิวัติความคิด ปรับเปลี่ยนชีวิต ก้าวสู่ความมั่นคง หลังเกษียณ
ติดตามเราได้ที่ไลน์แอด @INNWHY.TV หรือ Facebook.com/INNWHY.TV และ Youtube.com/c/innwhy
Contact us : INNWHY31@gmail.com







