โควิด-19 ชง “ภาคประกันภัยต่อ” เล็งพึ่งเอเชีย

เอเชียเสนอแนวโน้มการเติบโตที่ดีขึ้นให้กับบริษัทรับประกันต่อในปีนี้ เมื่อคำนึงถึงว่า วิกฤติไวรัสโคโรนาส่งผลกระทบต่อเอเชียน้อยกว่าสหรัฐและยุโรป

ผลประกอบการปี 2562 ของบริษัทประกันภัยต่อส่วนใหญ่แถลงออกมาแล้ว และตลาดได้มีเส้นฐานที่มีประโยชน์ที่จะประเมินว่า วิกฤติโควิด-19 จะส่งผลกระทบต่อภาคนี้อย่างไร แม้ว่าภาพผลประกอบการที่ได้จากปีที่ผ่านมา ยังคละเคล้ากันอยู่ ซึ่งสะท้อนว่า เป็นปีที่ท้าทาย

เบี้ยประกันและเงินทุนทั้งหมดของบริษัทประกันภัยต่อเพิ่มขึ้นเป็นเลขสองหลัก แต่อัตราส่วนรวมของภาคนี้อยู่ที่อัตรามากว่า 100% เมื่ออิงตามผลการวิเคราะห์ผลประกอบการบริษัทประกันภัยต่อ  23 บริษัทของ Aon

อย่างไรก็ดี ผลตอบแทนจาการลงทุนที่ดีขึ้นช่วยให้กำไรก่อนหักภาษีของกลุ่มประกันภัยต่อเพิ่มขึ้นประมาณ 87% โดยให้ผลตอบแทนต่อหุ้น 9.5% ซึ่งสูงกว่าต้นทุนของเงินทุน 2% ซึ่งจะทำให้ผู้ถือหุ้นพอใจและหมายถึงว่าบริษัทประกันภัยต่อส่วนใหญ่มีงบดุลที่ค่อนข้างแข็งแรงในปีที่ผ่านมา

ความจริงแล้ว บริษัทประกันภัยต่ออย่าง มาร์เคล อาร์ช แฟร์แฟกซ์ และบีซลีย์ ล้วนแต่มีผลตอบแทนสูงกว่า 15%  ซึ่งถือว่าดี หลังจากที่ผลตอบแทนต่อหุ้นทั่วทั้งภาคต่ำกว่าต้นทุนของเงินทุนมานานสองปี

แรงส่งจากปี 2562 นี้ได้มีไปจนถึงต้นปีนี้ โดยดัชนีหุ้นบริษัทประกันภัยต่อของ Aon แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อวันที่  19 กุมภาพันธ์ และจากนั้นมา นักลงทุนคาดว่า มูลค่าหุ้นจะลดลงมากเพราะการระบาดของไวรัสโคโรนา

จากข้อมูลเมื่อวันที่ 17 เมษายน ดัชนีหุ้นบริษัทประกันภัยต่อในปีนี้ปรับตัวลง 29%  ซึ่งทำให้การประเมินมูลค่ากลับไปอยู่ในระดับที่ได้เห็นครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2559 และต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชี โดยเมื่อแตะจุดต่ำสุด เมื่อหนึ่งเดือนก่อน  ดัชนีมีมูลค่าลดลง  46%

บริษัทประกันภัยต่ออาจะต้องมองหาตลาดเอเชียในปีนี้ หลังจากที่พายุไต้ฝุ่นฮาบิกิสและฟ้าใสในญี่ปุ่น ทำให้ ผลประกอบการในปี 2562 ต่ำ

ในรายงานประจำปี มิวนิค รี คาดการณ์ว่า จะมีความเสียหายในญี่ปุ่น ทั้งหมด ประมาณ 1,300 ล้านยูโร ซึ่งถือเป็นความเสียหายที่มากที่สุดเท่าที่เคยมี ในขณะที่พาร์ทเนอร์รี คาดว่าจะขาดทุนจากไต้ฝุ่นฮาบิกิส 258 ล้านดอลลาร์หากมีผลกระทบต่อ อัตราส่วนรวมของประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ(P&C combined ratio) 8.4% ซึ่งจะทำให้ขาดทุนมากกว่าคาด 114.7%

อย่างไรก็ดี ความเสียหายจากไต้ฝุ่นได้รับการชดเชยจากการเติบโตของเบี้ยประกันและปัจจัยพื้นฐานที่ดีขึ้นในตลาดอื่นๆในเอเชีย  โดยมิวนิค รี มองว่า เบี้ยประกันสุทธิในเอเชียจะเพิ่มขึ้นประมาณ 9.6% ขณะที่สวิส รี กล่าวว่า ธุรกิจประกันภัยในจีนและอินเดีย แข็งแกร่งเป็นพิเศษ โดยเบี้ยประกันจะโตประมาณ 9%  และ 11%ตามลำดับแนวโน้ม

เนื่องจากมีการปรับลดประมาณการเติบโตทางเศรษฐกิจลงมาก บริษัทประกันภัยต่อน่าจะมองว่า ปริมาณการทำประกันจะลดลดงมาก แต่มีแนวโน้มว่า เอเชียเป็นตลาดเดียวที่มีการเติบโต

นักเศรษฐศาสตร์ของฟิตช์ คาดการณ์ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี)โลกจะลดลงประมาณ 3.9% ในปีนี้  ซึ่งถือเป็นภาวะถดถอยที่ลึกมากอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในช่วงหลังสงคราม และนี่เป็นการถดถยอที่รุนแรงกว่าปี 2552 ถึงสองเท่า

ฟิตช์คาดว่าจีดีพียูโรโซนจะลดลงประมาณ 7% ส่วนจีดีพีสหรัฐจะลดลงประมาณ 5.6%  เทียบกับการเติบโตที่ต่ำกว่า 1% ในจีนและอินเดีย

วิลลิส รี มองว่า การเติบโตที่ลดลงนี้สามารถจัดการได้ โดยคาดว่าอย่างมากที่สุดจะมีการเรียกร้องค่ายกเลิกกิจกรรม ต่อบริษัทประกันภัยต่อ โดยจะมีผลกระทบประมาณ 1% ของฐานเงินทุน ซึ่งเท่ากับความเสียหายจากเฮอร์ริเคนขนาดกลาง

อย่างไรก็ดี บริษัทประกันภัยต่อทั่วโลกมีทุนแข็งแกร่ง โดยคาดว่าบริษัทประกันภัยต่อ  4 รายใหญ่ในยุโรปจะมีอัตราความสามารถในชำระหนี้ (solvency ratios)สูงกว่าอัตราขั้นต่ำที่มีการกำหนดกันเอง ในขณะที่ระดับเงินทุนของอุตสาหกรรมประกันภัยต่อในสหรัฐยังคงอยู่ในระดับที่สบายใจได้

ในขณะที่จีน ฮ่องกง เกาหลีใต้ และไต้หวัน ฟื้นตัวจากวิกฤติไวรัสโคโรนาอย่างช้าๆ บริษัทประกันภัยต่อจะจับตาตลาดเอเชียในปีนี้ อย่างใกล้ชิดมากกว่าที่เคยมี

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!.... เพิ่มเพื่อน