ผลการสำรวจของแบล็กร็อก ผู้จัดการกองทุนใหญ่สุดของโลก ชี้ว่า บริษัทประกันวางแผนที่จะจัดสรรการลงทุนในตลาดเอกชนเพิ่มจาก 11%  เป็น 14% ในช่วงสองปีข้างหน้าเพื่อตามล่าผลตอบแทน   ขณะเดียวกันก็เพิ่มการลงทุนในกองทุนที่เน้นการลงทุนเพื่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

 ชาร์ลส์ ฮาตามิ  หัวหน้ากลุ่มสถาบันการเงินทั่วโลกของแบล็กร็อก  กล่าวว่า แนวโน้มในการลงทุนข้างต้นอิงตามผลสำรวจผู้บริหารของบริษัทประกัน 362 แห่ง  ใน 26 ตลาด ที่มีสินทรัพย์รวมกัน 27 ล้านล้านดอลลาร์

ผลสำรวจชี้ว่า อุตสาหกรรมประกันน่าจะต้อนรับความเสี่ยงต่อไปแม้ว่าหลังจากที่การชะงักงันของดอกเบี้ยที่เกิดจากการระบาดได้ผ่อนคลายลงแล้ว   และจากที่เมื่อปี 2562  บริษัทประกันจัดสรรการลงทุนในสินทรัพย์ตลาดเอกชน 7% ของการลงทุนทั้งหมด

แบล็กร็อกบริหารการลงทุนให้แก่บริษัทประกันมากกว่า 500,000 ล้านดอลลาร์ หรือ  5% ของสินทรัพย์ทั้งหมดซึ่งมีอยู่ 9.5 ล้านล้านดอลลาร์

สินทรัพย์ทางเลือก เช่น กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน หุ้นเอกชน และกองทุนบริหารความเสี่ยง ได้ดึงดูดนักลงทุนมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากธนาคารกลางเพิ่มปริมาณเงินเพื่อรักษาอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำและผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้ที่มีเกรดลงทุน ให้ผลตอบแทนต่ำ

แบล็กร็อก กล่าวว่า บริษัทประกันทั้ง 60% วางแผนที่จะรับความเสี่ยงมากขึ้นโดยการหาทางลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงในอีกสองปีข้างหน้า  ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่แบล็กร็อกเริ่มติดตามข้อมูลเมื่อปี 2558

ผลสำรวจยังพบว่า บริษัทประกัน มีความเห็นเกือบจะไปในทางเดียวกันว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อพอร์ตการลงทุน และคาดว่าจะจัดสรรการลงทุนที่ยั่งยืนเพิ่มประมาณ 30% ในอีกสองปีข้างหน้า

บริษัทประกันได้ให้ความสนใจใหม่มากต่อ โครงการอย่างเช่น  โครงสร้างพื้นฐานและโครงการพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์  โดยบริษัทประกันได้นำเงินไปลงทุนในผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างเช่น กองทุนGlobal Infrastructure Debt Fund ใหม่ของ แบล็กร็อก

เนื่องจากสภาพคล่องในตลาดเอกชนลดลง  ผลสำรวจยังชี้ว่า  41% ของบริษัทประกันตนวางแผนที่จะเพิ่มเงินสด ซึ่งจำเป็นต้องจ่าย  ตั้งแต่ความเสียหายจากไฟไหม้บ้านไปจนถึงอุบัติเหตุรถยนต์และการบาดเจ็บของคน

 

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!.... เพิ่มเพื่อน