เที่ยว “ชัยปุระ” เมืองวิจิตร รัฐราชาสถาน ประเทศอินเดีย

4  วันเต็มของการใช้ชีวิต กิน  นอนและเที่ยวที่เมือง ชัยปุระแห่งนี้ทำให้เราได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆมากมายทั้งสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม  อาหารพื้นถิ่นวิถีชีวิตของผู้คนชาวอินเดีย  ทุกสิ่งอย่างอยู่ร่วมกันกับอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่ทันสมัย กลายเป็นความสวยงามได้อย่างลงตัว 

เราไม่แปลกใจเลยที่เมือง “ชัยปุระ” ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นเมืองที่ติดอันดับโลกด้านไอทีแต่ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมก็ยังคงอยู่คู่กับผู้คนยุคสมัยนี้ได้อย่างดี

 

เมือง “ชัยปุระ” หรือไจปูร์ หรือ นครสีชมพู (Pinkky City) เป็นเมืองหลวงของรัฐราชสถานประเทศอินเดีย คนอินเดียเรียกเมืองนี้ว่า ไจปูร์ แต่คนไทยเรียกว่า ชัยปุระมีความหมายว่า “เมืองแห่งชัยชนะ” ค่าตั๋วเครื่องบิน จากสุวรรณภูมิบินตรงลงสนามบินชัยปุระเริ่มต้นที่ 4,510 บาท อัตราแลกเปลี่ยนเงินรูปีกับเงินบาทณ วันที่เดินทาง 7-12 มีนาคม 2560 อยู่ที่ 1 รูปีเท่ากับ 0.52 บาท

ส่วนอากาศที่เมืองชัยปุระ กลางวันเฉลี่ยที่  25-35 องศา แต่กลางคืนอุณหภูมิลดต่ำมาก อยู่ที่ 10-25 องศา กลางวันแดดแรงมากแนะนำใช้ครีมกันแดดและแผ่นมาร์กหน้าสำหรับดูดความร้อนจากใบหน้าพกติดตัวไปด้วยคะ

การเดินทางไปเปิดประสบการณ์ใหม่ที่เมือง“ชัยปุระ” แบบบินตรงกับสายการบินไทยสมายล์ ทริปนี้จึงดีต่อใจ ทั้งสนุกและตื่นเต้นเป็นทริปที่เรียกว่า Amazing & Unseen ของเราเพราะเป็นการเดินทางมาเยือนเมืองแห่งนี้เป็นครั้งแรก

เครื่องออกจากสนามบินสุวรรณภูมิเวลาสี่ทุ่ม ถึงสนามบินชัยปุระ ตีหนึ่งนิดๆใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง (เวลาอินเดียช้ากว่าประเทศไทย 1.30 ชั่วโมง) และประมาณตีสอง เราเข้าเช็คอินที่โรงแรมFortune SelectMetropolitan Hotel นอนหลับพักผ่อนได้อีก 7 ชั่วโมง 9 โมงเช้าเริ่มประเดิมอาหารอินเดียมื้อแรกก่อนออกไปตะลุยเที่ยวกัน

วันแรกของการเที่ยวในเมือง “ชัยปุระ”ตามโปรแกรมไม่อัดแน่นทำให้รู้สึกได้ว่า มาเที่ยวและพักผ่อนจริงๆ เรา นั่งรถทัวร์สีขาวสะอาดตาพาเที่ยวชมเมืองสีชมพู ตลอดสองข้างทางตึกรามบ้านช่องของเมืองนี้ก็ล้วนเป็นสีชมพูทั้งหมด

 

ไกด์อินเดียเล่าให้ฟังว่า เมืองสีชมพูนี้ เกิดขึ้นจากไอเดียของ มหาราชซาราม ซิงห์ ที่ได้รับสั่งให้ประชาชนทาสีชมพูทับบนสีปูนเก่าของบ้านเรือนตนเอง ช่วงก่อนเจ้าชายแห่งเวลส์มาเยือนเพื่อแสดงถึงไมตรีจิตอันดีต่อกันต่อมารัฐบาลอินเดียได้ออกกฎหมายควบคุมสิ่งก่อสร้างภายในเขตกำแพงเมืองเก่า ให้ต้องทาสีชมพูรักษาสภาพเดิม

ตัวเมืองของนครสีชมพู ย่านพระราชวังแห่งสายลมหรือฮาวามาฮาลมีตลาดชื่อ ฮาวามาฮาลบาซ่าร์ (Hawa Mahal Bazaar) เป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีความคึกคักมากทั้งผู้คน รถโดยสาร มอเตอร์ไซต์ รถทัวร์ ม้า อูฐ วัว เดินเต็มไปหมดทั้งบนถนนและบนทางฟุตบาท

มีร้านค้าเปิดขายของตลอดแนวคนขายของทุกร้านเป็นผู้ชายทั้งหมด ทำหน้าที่เรียกลูกค้าให้ซื้อของกันคึกคัก คนขายของที่นี่ตื้อเก่งมาก ขอบอกว่า ถ้าของยังไม่ถูกใจต้องใจแข็งเข้าไว้และเดินทำไม่รู้ไม่ชี้ อย่าแสดงออกว่าอยากได้เช่นแค่ยืนๆดูแต่ใจอยากได้ก็ทำเป็นดูเฉยๆ คนขายจะรีบบอกราคาเรา อย่าถามราคาก่อน

ส่วนของที่อยากซื้อให้ต่อรองแบบสุดๆไปเลยของราคา 100 บาทสามารถต่อรองได้เหลือ 50 -70 บาทขึ้นอยู่กับสินค้าที่เราซื้อต่อรองแล้วไม่ได้ราคาที่ต้องการให้เดินออกจากร้านไปเลยสักพักคนขายจะเรียกเรากลับไปในราคาที่ต้องการแต่ไม่ควรต่อรองราคาให้ถูกจนน่าเกลียดเกินไป เว้นแต่เราไม่ต้องการสินค้าตัวนั้น

พวกเราทุกคนลงจากรถไปเก็บภาพบรรยากาศ วิถีชีวิต วัฒนธรรมของเมืองนี้ ตามโปรแกรมเที่ยวซึ่งมีทั้งหมด 10 ที่เที่ยวสวยงาม ขอนำมาฝากกันนะคะ

1.พระราชวังแห่งสายลม หรือฮาวามาฮาล สถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรกที่เป็นแลนด์มาร์คของที่นี่ถูกสร้างด้วยหินทรายสีชมพูสูง 5 ชั้น หน้าตาคล้ายรวงผึ้งแกะสลัก ตัวพระราชวังมีช่องหน้าต่างเล็กๆและมีการแกะสลักบานหน้าต่างหินอ่อนหรือหินทรายเป็นลวดลายต่างๆอย่างสวยงาม ว่ากันว่า ทำไว้ให้หญิงสาวนางในได้มองผู้คนที่เดินผ่านไปมาอยู่นอกพระราชวัง

ป้อมปราการแอมเบอร์ฟอร์ท และพระราชวังแอมเบอร์พาเลซ ตั้งอยู่บนพื้นที่เดียวกันมองจากฝั่งถนนขึ้นไปตัวป้อมปราการดูสวยงาม สง่า ตั้งอยู่บนภูเขาสูงท่ามกลางธรรมชาติแม้จะมีแดดแรงแต่อากาศไม่อบอ้าว

ทุกคนจะขึ้นชมป้อมปราการฯได้ โดยนั่งช้างขึ้นไป ที่นี่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมผสมผสานศิลปะโมกุล(อิสลาม)และฮินดูดูเข้ากันอย่างสวยงามและลงตัว

ป้อมปราการที่โดดเด่นอยู่บนยอดเขา มองเห็นกำแพงยาวยาวกว่า 13 กิโลเมตรดูคล้ายกำแพงเมืองจีน ที่นี่มีช้างเกือบ100 เชือกมาบริการนักท่องเที่ยวขึ้นป้อมปราการฯชมบรรยากาศและทัศนียภาพ  ระหว่างทางขึ้น หรือมองลงมาจากริมเชิงหน้าผาของป้อม มองเห็นทะเลสาป และทัศนียภาพสวยงามมาก ไม่เสียดายเงินที่ให้ทริปช้าง 100 รูปีที่ที่พาเราขึ้นเขาชมความสวยงามของที่นี่

3.พระราชวังฤดูร้อน จัลมาฮาล เป็นพระราชวังสำหรับพระราชวงศ์ล้อมรอบด้วยทะเลสาป Man Sagar น้ำรอบพระราชวังช่วยลดความร้อนช่วงหน้า ร้อนได้เป็นอย่างดี

4.ซิตี้พาเลซ เป็นที่พำนักของเจ้าผู้ครองเมืองในอดีต สร้างสมัย มหาราชาใจสิงห์เป็นสถาปัตยกรรมแบบราชสถาน ศิลปะชั้นยอดแบบโมกุล(อิสลาม)

ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์ Sawai Man Singh Museum แสดงของใช้ส่วนพระองค์ของมหาราชา

5.จันทาร์ มานทาร์ สถานที่ท่องเที่ยวด้านดาราศาสตร์ที่สำคัญแห่งหนึ่งของเมืองชัยปุระมีหอนาฬิกาแดดขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่นี่ จากทั้งหมด 4 แห่ง วัดเวลาได้อย่างแม่นยำสมัยโบราณใช้เป็นเครื่องมือคำนวณฤกษ์เวลาออกรบ ปัจจุบันได้รับประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกปี ค.ศ.2010

6.จุดชมวิวเมืองชัยปุระ@ ป้อมนราห์การห์(NaharagrhFort) หรือป้อมไทเกอร์ สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1734 สมัยมหาราชาไสวจัย ซิงห์ที่ 2

เป็นจุดยุทธศาสตร์ในการดูแลปกป้องเมืองชัยปุระในอดีตตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมือง ระยะทางห่างจากเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร ปัจจุบันเปิดบริการนักท่องเที่ยวขึ้นมาเที่ยวชมวิวเมือง ขึ้นมาแล้วมองเห็นอาคารบ้านเรือนทั้งเมือง

อนุสรณ์สถานมหาราชาแห่งชัยปุระ (Royal Gaiotor) อยู่ทางทางทิศตะวันออกห่างจากเมืองชัยปุระไป ประมาณ 10 กิโลเมตรสร้างขึ้นในบริเวณที่ถวายเพลิงพระศพของมหาราชาแห่งชัยปุระเพื่อรำลึกถึงอดีตมหาราชาที่เคยปกครองเมืองชัยปุระอนุสรณ์สถานแห่งนี้สร้างด้วยหินอ่อนเป็นรูปโดมแบบฮินดูสไตล์ของราชปุต

8.อัลเบิร์ตฮอลล์ (Albert Hall) หรือพิพิธภัณฑ์กลางของเมืองชัยปุระสร้างตามสถาปัตยกรรมของอังกฤษ ด้านในจัดแสดงวิถีชีวิตของชนกลุ่มน้อยในราชสถานรวมถึงห้องสมุดและภาพวาดแบบย่อส่วน (Miniature Painting) ในสมัยของโมกุลให้ชม

และอิซร์ลัต (Isar Lat) หรือเรียกว่าสวาร์กาสูลี (Swargasuli)เป็นหอคอยสูงสีเหลืองนวลซึ่งเป็นจุดชมวิวอีกจุดหนึ่งของเมืองชัยปุระที่งดงาม

9. รัมบักห์พาเลซ (Rambagh Palace) เป็นพระราชวังอีกแห่งหนึ่งของมหาราชาแห่งเมืองชัยปุระปัจจุบันถูกดัดแปลงให้กลายเป็นโรงแรมที่แพงที่สุดของชัยปุระ ที่นี่อลังการและสวยงามมากพวกเรามีโอกาสได้แวะมานั่งจิบชาก่อนขึ้นเครื่องกลับเมืองไทยได้เห็นการใช้ชีวิตบางส่วนของสังคมชนชั้นสูงยามค่ำคืนและนักธุรกิจที่มานัดพบปะสังสรรค์กัน

10.Ganesh Temple วัดพระพิฆเนศใหญ่ที่สุดของที่นี่ใครมาแล้วต้องมากราบไหว้ขอพรพระพิฆเนศช้างหัวเทพในศาสนาฮินดูถือว่าเป็นพระเจ้าแห่งความเป็นมงคล ภูมิปัญญาความรู้และความมั่งคั่ง เป็นที่เคารพบูชาที่นิยมมากที่สุดของนักท่องเที่ยวทั้งชาวอินเดียและชาวต่างชาติ

และ เบียร์ล่ามันเดียร์ (BirlaMandir) หรือเรียกอีกชื่อว่า วัดลักษมีนารายัน (LaxmiNarayan) ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงวัดพระพิฆเนศ สามารถเดินไปได้ที่นี่เป็นวัดฮินดูสีขาวโดดเด่น สวยงามโดยเฉพาะกลางคืนเวลาเปิดไฟสีเหลืองนวล วัดนี้สร้างโดยมหาเศรษฐีชาวอินเดีย ภายในมีพระอุมาซึ่งทรงเป็นมารดาแห่ง พระพิฆเนศ ให้ประชาชนเข้ามากราบไหว้แต่ห้ามถ่ายภาพ

ถามว่าแล้ว 4 วันที่ใช้ชีวิตที่นี่ได้กินอาหารแบบไหนและได้ทันดูเทศกาลสาดสีของชาวอินเดียหรือเปล่า    ต้องบอกว่า 13  มื้อจัดเต็มอาหารอินเดียที่โรงแรมและโรงแรมเองนั้นเข้าใจนักท่องเที่ยวโดยไม่ทำเมนูอาหารที่มีเครื่องเทศแรงเกินไปทุกคนเลยอิ่มอร่อยได้ทุกมื้อ

โดยเฉพาะแป้ง นามหรือแป้งโรตีย่าง  แป้งนุ่ม หอม ต้องทานตอนกำลังอุ่นๆค่ะ  รวมถึงอาหารพื้นถิ่นที่ชื่อ ดาลบาตีโชมา เป็นแป้งทอดลูกกลมๆรีๆ ขนาดพอดีคำเวลาจะกิน คนขายจะใส่ไส้ที่เป็น ถั่วบดผสมเครื่องเทศ รสชาติออกหวานกินกับน้ำ แกงข้นๆก็อร่อยลงตัว  อาหารนี้หาซื้อกินได้แทบจะทุกจุดของเมืองนี้

 ส่วนอาหารที่เรากินกัน 13 มื้อ จะมีหน้าตาอาหารอย่างไรก็ตามภาพด้านล่างนี้เลยคะ

ส่วนเทศกาลสาดสีนั้น เริ่ม วันจันทร์ที่ 12มีนาคม แต่พวกเราเจอเทศกาลนี้จากชาวอินเดียก่อนวันเริ่มจริง 1 วันเราเจอสาดแบบมีมารยาทแต่รวดเร็วไวแบบไม่ทันตั้งตัว ทำเอาทุกคนหน้าตาเป็นสีชมพูกันหมด ทุกคนสนุกสนานกันมาก

แต่ขอบอกว่า ใครโดนสีแล้วต้องรีบไปล้างออกจากใบหน้าทันทีเพราะแต่เดิมการเล่นสาดสีในสมัยก่อนจะใช้สีที่ทำจากสมุนไพรต่างๆนานาชนิดปัจจุบันเริ่มมีสีสังเคราะห์เข้ามา อาจทำให้ผิวหน้าแพ้ได้

เทศกาลสาดสีคล้ายๆ กับเทศกาลสงกรานต์บ้านเราที่อินเดียเรียกว่า วันโฮลี่ หรือ วันตรุษของชาวฮินดู เป็นวันเริ่มต้นรับสิ่งดีๆในวันขึ้นปีใหม่ เวลาจะสาดสีกันเราจะได้ยินเสียงคนอินเดียพูดคำว่า แฮปปี้โฮลี่ เพราะชาวอินเดียเชื่อกันว่า การสาดสีให้กันเป็นการปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกไป

 ดังนั้น ก่อนวันเทศกาลเราจะเห็นชาวอินเดียเดินทางกลับบ้านไปเฉลิมฉลองเทศกาลสาดสีกันเยอะแยะมากมาย.

ขอขอบคุณสายการบินไทยสมายล์ ที่จัดทริปสนุกๆ เที่ยวเมืองชัยปุระ https://www.thaismileair.com/ และขอบคุณพ็อกเก็ตไวไฟ #GlobalWIFIที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสารกันผ่านโซเชียลมีเดียได้ตลอดทริปเดินทาง

ติดตามอ่านเรื่องราวการเดินทางได้ที่ http://raveetawan.bloggang.com

#ไทยสมายล์ #Thaismile #ไจปูร์ #ชัยปุระ #Lovelytrip #TravelIndia #TourIndia #jaipur#Tourjaipur#Traveljaipur #เที่ยวไจปูร์ #เที่ยวชัยปุระ #เที่ยวอินเดีย #GlobalWIFI #IncredibleIndia

 

 

Raveetawan

Blogger Travel : มีความฝันอยากเห็นคนไทยรุ่นใหม่เริ่มตระหนักการ วางแผนชีวิตตั้งแต่วัยน้อยๆทั้งการเก็บออมเงิน ให้ถูกที่ถูกทาง มีเงินใช้อย่างเพียงพอต่อค่าครองชีพ หลังหยุดทำงานเมื่อเข้าสู่วัย 55 ปีไปแล้วและ ดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจให้แข็งแรงให้พร้อมอยู่อย่างมาร์ทหลังเกษียณ