สวรรค์ในแดนโสมขาว …?????

 

ต้องยอมรับว่าหลังจากที่กระแส “K-POP” หรือที่ย่อมาจากคำว่า “Korean Pop Culture” หลั่งไหลเข้ามาในประเทศไทยกว่า 5 ปีก่อนหน้า ทำให้ค่านิยมและพฤติกรรมต่าง ๆ มากมายของคนไทยเปลี่ยนไปมาก

สิ่งหนึ่งคือ “เกาหลีใต้” เป็นหนึ่งในหลายประเทศในดวงใจของวัยรุ่นคนไทยที่ต่างใฝ่ฝันอยากจะไปสักครั้งหนึ่งในชีวิต บางคนบอกกับเราว่า ชอบมากอยากย้ายสำมะโนครัวไปอยู่เกาหลีใต้

ไม่แปลกใจเพราะหลากหลายปัจจัยกระตุ้นเร้า ทั้ง ซีรีส์เกาหลี เอยที่ดูแล้วกระตุ้นต่อมอยากให้ไปเที่ยว  โดยเฉพาะได้เห็นสถานที่สวย ๆ บรรยากาศดี ๆ โรแมนติกมากมาย งานมโนก็เข้าครอบงำสะสมจนแล้วจนเล่า ทำเอาวัยรุ่นและไม่รุ่นชาวไทยจำนวนไม่น้อยออกอาการเพ้อฝัน  ขอเจอหนุ่มเกาหลีหน้าใสกิ๊กถอดแบบมาจากซีรีส์ซักคนเหอะ ขณะที่หนุ่มไทยก็ใช่ย่อย โหยหาสาวเกาหลีสวย ๆ กันให้ควั่ก ลากยาวไปจนถึงเทรนด์การเมคอัพแบบ “มันวาว” ก็มา…ทีนี้ละก็ต้องแพ็คกระเป๋าตามล่าเครื่องสำอางเกาหลียอดฮิตต่าง ๆ มาครอบครองถ้าใครได้มีดอกาสได้เดินทางไปเที่ยว

แม้แต่ตัวของเราเองที่วันหนึ่งเราได้มีโอกาสเดินทางมาถึง “ดินแดนสวรรค์” ของติ่งเกาหลี…..สิ่งแรกที่รับรู้ได้ทันทีก็คือ “ค่าครองชีพ” เพราะเป็นตัวปัญหาอยู่ไม่น้อย ก็เล่นแพงกว่าประเทศไทยราว 3 เท่าตัวได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับว่า ราคาเครื่องสำอางค์ที่เกาหลีน่ารักมากๆ ต่างกับไทยลิบทีเดียว ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงเดินย่านเครื่องสำอางค์แล้วกระทบไหล่กับคนไทยเต็มไปหมด

แต่ที่แอบเสียใจนิดๆ คือเราไปช่วงจังหวะ “ค่าเงินวอน” แข็งตัวซะงั้น! ตัวเรารึก็เป็น “นักชิม” ตัวยงที่เป็นยิ่งกว่าติ่งเกาหลีเสียด้วยงานเลยเข้า เรื่องเลยใหญ่โต เพราะทำเอากระเป๋าเงินแฟบทีเดียว! ยกตัวอย่างง่าย ๆ เลยราคา “น้ำเปล่า” ในมินิมาร์ทที่หน้าตาคล้าย ๆ เซเว่นในไทย ก็ปาเข้าไป 1,000 วอนแล้ว คิดเป็นเงินไทยในช่วงเวลานั้นก็เกือบ 40 บาท ส่วนออเดิร์ฟกินเล่น ๆ เช่น เห็ดปิ้ง ก็ไม้ละ 3,000 วอน หรือราว ๆ 100 บาท  ส่วนของทอดที่เรามักจะเห็นตามซีรีส์เกาหลีที่นิยมขายกันตามริมทาง ก็ตกราว ๆ ไม้ละ 45-100 บาท (ราว 1500-3000 วอน) หรือพวกข้าวผัดตามร้านริมถนนในย่านช้อปปิ้งก็ประมาณ 8,000 วอน หรือราวๆ 260 บาทได้

แล้วที่พีคที่สุด! เห็นจะเป็น “ขนมสายไหม” ฟูๆ สีสันสดใสพันกับไม้ขายริมถนนย่านช้อปปิ้ง ราคา 3,500 วอน หรือเกือบ 150 บาท!! อันนี้ยังไม่นับอาหารจานเดียว หรือ พวกปิ้งย่างมื้อหลัก ๆ นะ! ที่น่าคิดคือ…ย่านที่เราไปตระเวนชิมนั้น อยู่แถบๆ มหาวิทยาลัยในกรุงโซลด้วย

เสื้อผ้าส่วนใหญ่ก็เริ่มต้น 10,000 วอน ถ้าประมาณ 5,000 วอน ก็จะเป็นเสื้อยืดผ้าคอตตอนเกรดปานกลางๆ เท่านั้น ราคาจำพวก “เสื้อโค้ท” กันหนาวสวยๆ นี่ไม่กล้าที่จะเข้าไปถามเลย…แต่ยอมรับว่า ดีไซน์ของเสื้อผ้าและแฟชั่นนี่ล้ำจริงๆ ไม่แปลกใจว่าทำไมคนไทยส่วนใหญ่ถึงชื่นชอบกันนัก

เดินเล่นช้อปปิ้งโน่นนี่นั่นแล้ว ได้มีดอกาสเจอนักศึกษากลุ่มหนึ่งเราก้ได้ทักทายและพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเล้กๆน้อย นักศึกษากลุ่มนี้กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 3 หลังจากที่แลกเปลี่ยนความรู้จักกันเสร็จ เราก็ถือโอกาสซ่อกแซ่กถามถึงชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยว่าเป็นอย่างไร เท่าที่สรุปใจความได้ก็คือ นักศึกษาที่นี่ส่วนใหญ่ “เครียด” !!! คนเกาหลีในวัยเรียนที่นี่เคร่งเครียดกันมาก เครียดกับเกรดเฉลี่ยและก็อาชีพที่หลังเรียนจบไปแล้วเพราะระบบการศึกษาของเกาหลีใต้ค่อนข้างเริ่ดขึ้นหิ้งเป็นเบอร์ต้นๆ ของโลกทีเดียว

มีสิ่งหนึ่งที่แปลกใจมากที่สุด ระหว่างที่พูดคุยกันนั้น เราสัมผัสได้ถึงความเครียดที่สะสมมาหลายชั้น นับตั้งแต่ครอบครัว, เพื่อน, สังคม และครอบครัวของแฟน พออ่านมาถึงตรงนี้แล้วทุกคนอาจจะแปลกว่า “ต่างจากสังคมของไทยตรงไหน?” จริงอยู่ที่ปัจจัยต่าง ๆ ของความเครียดนั้นอาจไม่ต่างกัน แต่ว่าสำหรับคนเกาหลีนั้นถือว่า พุ่งไปอยู่ระดับ 10 ของความเครียดได้ ในขณะที่คนไทยอาจจะเครียดเพียง ระดับ 5 หรือ 6 เท่านั้น

ส่วนอาชีพที่นี่จะมีเพียงไม่กี่อาชีพในสังคมเกาหลีใต้ที่ได้รับการยอมรับ และมีรายได้ดี เช่น นักร้อง, นักแสดง, ครู และนักกีฬา เหล่านี้คืออาชีพที่ ใช้หน้าตาเพื่อมีจุดยืนในสังคมทำให้เป็นอาชีพใฝ่ฝันของรุ่นใหม่ที่นี่ สิ่งหนึ่งที่ตามมาของอาชีพเหล่านี้คือ การแข่งขันที่ดุเดือดมาก! ในเรื่องของการ “ศัลยกรรม” ที่ปอปปูล่าสุด ๆ ในเกาหลีใต้

ซึ่งความเครียดเหล่านั้นได้รับการปลูกฝังมาตั้งแต่ครอบครัวของตนเอง สำหรับบ้านที่พอจะมีฐานะอยู่บ้าง จะให้งบลูกชายและลูกสาวเพื่อไปทำศัลยกรรม ซึ่งเกณฑ์อายุที่สามารถทำศัลยกรรมได้ บางคนบอก 16 ปี แต่บางกลุ่มก็บอก 18 ปีบริบูรณ์

อันนี้ขอไม่สรุปเพราะแม้แต่คนเกาหลีแท้ๆ ก็ยังเถียงกันเรื่องกฎเกณฑ์ตรงนี้เลย 555555 ทั้งนี้ทั้งนั้น คงแล้วแต่ความเหมาะสมของแต่ละครอบครัวที่จะพิจารณานั่นเอง

มาถึงตรงนี้….เพียงอยากจะฉายภาพให้ชัดเจนว่า “ความตึงเครียด” ของคนเกาหลีใต้ นอกเหนือจากสงครามในประวัติศาสตร์กับ “เกาหลีเหนือ” คู่อริเสมอต้นเสมอปลาย…สังคมและสิ่งแวดล้อมใน “บางมุม” ก็อาจไม่ได้แฮปปี้และน่าอยู่เหมือนประเทศไทยมากนัก เชื่อไหมว่า..คนเกาหลีใต้หลายคนมากก็รู้สึกอิจฉา “คนไทย” และโหยหา “ความสุขใจ” จากบ้านเรา อยู่เมืองไทยแฮปปี้ที่สุดแล้วค่ะ.

 

 

 

ทีมงาน INN WHY?

ทีมงาน INN WHY? รายการเพื่อผู้บริโภค ร่วมปฏิวัติความคิด ปรับเปลี่ยนชีวิต ก้าวสู่ความมั่นคง หลังเกษียณ ติดตามรับชมรายการสด ทุกวันศุกร์ เวลา 15.30 – 16.30 น.
ทางสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม IPM ช่อง 62 ,
Facebook.com/INNWHY.TV และ Youtube.com/c/innwhy
Contact us : INNWHY31@gmail.com