เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ MTL ได้จัดงาน Exclusive Dinner Talk โดย “คุณสาระ ล่ำซำ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้พูดคุยถึงศักยภาพการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในช่วง 6 เดือนแรกของปี พร้อมเดินหน้าปรับทัพผู้บริหารคนรุ่นใหม่ และประกาศวิสัยทัศน์ครั้งสำคัญในการรับมือกับ “สังคมอายุยืนยาว” (Longevity) หรือ Super Aging Society อย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการผสานความมั่นคงด้านสุขภาพ (Health Span) และความมั่งคั่ง (Wealth Span) เพื่อคนไทย

@ ผลการดำเนินงาน 6 เดือนแรกเติบโตแกร่ง ฐานะการเงินมั่นคง

“คุณสาระ” เริ่มต้นได้การเล่าถึงผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของ MTL ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องและสามารถรับมือกับความท้าทายจากภายนอก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ ภาวะเงินเฟ้อ และต้นทุนค่ารักษาพยาบาล (Medical Inflation) ที่พุ่งสูงขึ้น โดยบริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับใหม่ (New Business Premium) เติบโตประมาณ 7% และเบี้ยประกันภัยรับรวมเติบโตถึง 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นและเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ควบการลงทุน (ILP) ที่เติบโตสูงถึง 200-400% โดยเบี้ยประกันภัยรับใหม่ของ Unit Linked มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด และครองส่วนแบ่งการตลาดอันดับ 2 ของอุตสาหกรรมในช่วง 5 เดือนแรก

ส่วนกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตเพื่อความคุ้มครอง ซึ่งครอบคลุมทั้งประกันตลอดชีพ (Whole Life), ประกันแบบคุ้มครองระยะเวลา (Term) และ Universal Life เติบโตประมาณ 6% และกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อการออมระยะยาว (Long-term Saving) เติบโตถึง 20% ตอบโจทย์ความต้องการการออมเงินของคนไทย พร้อมประกันกลุ่ม ที่ยังคงรักษาส่วนแบ่งการตลาดอยู่ในอันดับ 2 อย่างแข็งแกร่ง

นอกจากนี้ “คุณสาระ” ยังตอกย้ำความมั่นคงทางการเงินด้วยอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR Ratio) ที่สูงถึง 490% ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งและพร้อมดูแลลูกค้าในระยะยาวอีกด้วย

@ ความท้าทายแห่งอนาคต!!

“คุณสาระ” เล่าต่อถึงการมี “อายุยืน” ไม่ได้แปลว่า “สุขภาพดี” และ “มีเงินพอ” นับประเด็นสำคัญทื่ทำให้ทาง MTL ต้องหยิบยกขึ้นมาเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนธุรกิจในเวลานี้ เพราะเหตุผลสำคัญที่ต้องคำนึงถึงแนวโน้มการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super Aging Society) ของประเทศไทย โดยพบว่าอัตราการเกิดของคนไทยน้อยกว่าอัตราการเสียชีวิต ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าในปี 2083 ประชากรไทยอาจลดลงเหลือเพียง 33 ล้านคน

หากไม่มีการดำเนินการใดๆ สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในยุคที่คนอายุยืนยาวขึ้น คือ ช่องว่างระหว่างอายุขัย (Life Span) และช่วงเวลาที่มีสุขภาพดี (Health Span) ข้อมูลจาก Geneva Association ระบุว่า ผู้คนมีช่วงเวลาที่สุขภาพย่ำแย่หรือเจ็บป่วยในช่วงบั้นปลายชีวิตยาวนานถึงประมาณ 11 ปี

 “คุณสาระ” ย้ำว่าการจะทำให้ช่องว่างนี้แคบลงได้ ไม่ได้พึ่งพาเพียงการดูแลสุขภาพเท่านั้น แต่ต้องอาศัย Wealth Span” หรือระยะเวลาของความมั่งคั่งและรายได้ที่เพียงพอ เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายและเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่สูงขึ้นในวัยเกษียณ ซึ่งปัจจุบันคนไทยจำนวนมากยังขาดการออมที่เพียงพอ และมักพึ่งพารายได้หลังเกษียณจากครอบครัว ซึ่งโครงสร้างครอบครัวปัจจุบันเริ่มเปลี่ยนไปสู่การเป็นครอบครัวเดี่ยว ไม่มีบุตร หรือพึ่งพาตนเองมากขึ้น (Single, DINKs)

@ MTL ชู ผลิตภัณฑ์และระบบนิเวศตอบโจทย์ทุก Span ของชีวิต

ดังนั้นเพื่อรับมือกับโจทย์ใหญ่ระดับประเทศนี้ “คุณสาระ” อธิบายเพิ่มเติมว่า MTL ได้พัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการแบบเฉพาะบุคคล (Personalization) เพื่อให้ลูกค้ามีทั้ง Health Span และ Wealth Span ที่ดีควบคู่กันไป ได้แก่

1.ประกันสุขภาพที่ปรับเปลี่ยนได้ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถเลือกจ่ายแบบมีความรับผิดส่วนแรก (Copay / Deductible) และมีออปชันให้ปรับเปลี่ยน (Convertible option) ได้ในวัยเกษียณโดยไม่ต้องตรวจสุขภาพใหม่

2. Flexi Protection (ซื้อไม่ได้ใช้ ใช้ไม่ได้ซื้อ) เป็นการแก้ Pain Point ของการทำประกันชีวิต โดยให้ลูกค้าสามารถนำทุนประกันชีวิตมาใช้เป็นค่ารักษาพยาบาล (OPD/IPD) ได้ หากใช้ไม่หมดก็สามารถส่งต่อเป็นมรดกให้ทายาทได้เมื่อจากไป

3. การผ่อนปรนเงื่อนไขรับประกัน เปิดกว้างในการรับพิจารณาผู้ที่เคยมีประวัติเจ็บป่วยให้สามารถเข้าถึงประกันได้มากขึ้น

4.การสร้างระบบนิเวศด้านสุขภาพ (Health Ecosystem) ด้วยนำร่องคลินิกปฐมภูมิ Care Cover 2 สาขา และพัฒนาเครือข่ายสถานพยาบาล MTL Smile Hospital Network ซึ่งมีโรงพยาบาลเข้าร่วมกว่า 166 แห่งสำหรับประกันเดี่ยว และกว่า 700 แห่งสำหรับประกันกลุ่ม

5.การเตรียมความพร้อมช่วงบั้นปลาย ซึ่ง MTL ได้ร่วมมือกับพันธมิตร เช่น มูลนิธิชีวมิตร ในการวางแผนพินัยกรรมชีวิต (Living Wills) และเชื่อมต่อกับ Nursing Home และ Independent Living โดยปรับเงื่อนไขให้สามารถจ่ายผลประโยชน์ตรงสู่สถานดูแลผู้สูงอายุได้เมื่อเกิดเหตุตามเงื่อนไข เช่น โรคหลอดเลือดสมอง หรืออัลไซเมอร์

@ ปรับทัพองค์กร ดันคนรุ่นใหม่ ชู “Reverse Mentoring” สู่ความยั่งยืน

 นอกจากนี้ “คุณสาระ” ยังได้เล่าต่อถึงการขับเคลื่อนองค์กรของ MTL ว่ามีการ “ปรับตัว” รับมือกับความรู้และเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยการผสานการทำงานระหว่างผู้บริหารระดับสูงที่มีประสบการณ์ กับกลุ่มผู้บริหารหน้าใหม่หรือคนกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ที่เติบโตมากับเทคโนโลยี

 เขาย้ำว่าบริษัทให้ความสำคัญกับการทำ Reverse Mentoring” ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เข้ามาช่วยชี้แนะและนำทีม เพื่อให้องค์กรเข้าใจความต้องการของตลาดคนรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง

“พนักงานของ MTL ในยุคใหม่จะถูกพัฒนาทักษะให้เปลี่ยนจากผู้ที่มีความรู้ด้านเดียว เป็นบุคลากรที่มีความรู้แบบ T-shaped, Pi-shaped หรือ Comb-shaped ซึ่งหมายถึงการมองเห็นภาพรวมตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ทั้งการขาย ผลิตภัณฑ์ การตลาด กฎหมาย PDPA ไปจนถึงการใช้ AI และบริการหลังการขาย เพื่อก้าวสู่การเป็นที่ปรึกษา (Advisor) อย่างเต็มตัวคุณสาระกล่าว และว่า

ควบคู่ไปกับการเติบโตทางธุรกิจ MTL ยังมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยได้รับรองมาตรฐานด้าน ESG (Environmental, Social, and Governance) ทั้งในมิติของการลงทุนสีเขียว (Green Investment) และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สังคม ซึ่งตอกย้ำเจตนารมณ์ในการเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทยอย่างมั่นคง

คุณสาระ กล่าวตอนท้ายสุดว่า เมืองไทยประกันชีวิตจึงมีความพร้อมอย่างยิ่งในการเป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยพาคนไทยก้าวข้ามความท้าทายของวิกฤตวัยเกษียณ ทำให้คนไทยมีอายุยืนยาวอย่างมีความสุข ทั้งสุขภาพกายที่แข็งแรง (Health Span) และความมั่นคงทางการเงิน (Wealth Span) ไปพร้อมกัน.-

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....