คปภ.เผย“ประกันภัย 10 บาท”สร้างสถิติ 1 เดือน ยอดทะลุ 1.3 ล้านราย

ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า สำนักงาน คปภ. มีมาตรการเชิงรุกในการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านการประกันภัย เพื่อส่งเสริมให้มีการนำระบบประกันภัยเป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนได้อย่างทั่วถึง สำหรับปี 2561 เพื่อแสดงความห่วงใยและส่งเสริมระบบประกันภัยเข้ามาบริหารความเสี่ยงภัยให้กับประชาชนที่เดินทางท่องเที่ยวหรือกลับภูมิลำเนาตามประเพณีไทยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ สำนักงาน คปภ. จึงพัฒนากรมธรรม์ประกันภัย 10 บาท พร้อมปรับปรุงในส่วนอายุของผู้เอาประกันภัยโดยขยายอายุของผู้เอาประกันภัยจาก 20-60 ปี เป็น 20-70 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าระบบประกันภัยได้มากขึ้น

ทั้งนี้จากสถิติการรับประกันภัยกรมธรรม์ประกันภัยกลุ่มสงกรานต์อุ่นใจ (ประกันภัย 10 บาท (ไมโครอินชัวรันส์ ที่มีการเปิดขายระหว่างวันที่ 1-30 เมษายน 2561 พบว่า กรมธรรม์ประกันภัย 10 บาท ได้สร้างสถิติใหม่เป็นประวัติศาสตร์ให้กับวงการประกันภัย โดยมียอดจำหน่าย 1,327,193 ราย เพิ่มขึ้น 21.04 เท่า เมื่อเทียบกับกรมธรรม์ประกันภั ย100 ที่มียอดจำหน่าย 63,069 ราย ในช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 94.75 เท่า เมื่อเทียบกับกรมธรรม์ประกันภัย 222 ที่มียอดจำหน่าย 14,006 ราย ในช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากรมธรรม์ประกันภัยสงกรานต์อุ่นใจ หรือ ประกันภัย 10 บาท ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการนำระบบประกันภัยเข้าไปบริหารความเสี่ยงให้กับประชาชน อีกทั้งยังเป็นกลยุทธ์ใหม่ของสำนักงาน คปภ. ที่มีการนำผลิตภัณฑ์ประกันภัยมาเชื่อมโยงเข้ากับสินค้าอุปโภคบริโภคและบริการ เพื่อให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองด้านประกันภัยอย่างทั่วถึงอีกด้วย

เลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า เนื่องจากกรมธรรม์ประกันภัย 10 บาท เป็นโครงการนำร่องในปีนี้ถือเป็นปีแรกจึงพบปัญหาอุปสรรคบางประการที่จะต้องปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อาทิ ขั้นตอนที่ประชาชนจะเข้าไปลงทะเบียนเพื่อให้ได้รับสิทธิประกันภัย 10 บาท ตามเงื่อนไขของผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการนี้ยังมีความซับซ้อนทำให้ประชาชนไม่เข้าใจหรือเห็นว่ามีขั้นตอนที่ยุ่งยากจึงไม่ลงทะเบียนเพื่อให้ได้รับสิทธิตามเงื่อนไขที่กำหนด แม้ว่าจะไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆก็ตามที อีกทั้งพนักงานของผู้ประกอบกิจการที่เข้าร่วมโครงการนี้ โดยเฉพาะพนักงานที่อยู่ในส่วนภูมิภาคยังขาดความรู้ความเข้าใจในการแนะนำให้ประชาชนได้รับสิทธิกรมธรรม์ 10 บาท ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ รวมทั้งการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับรู้ถึงการได้มาซึ่งสิทธิเพื่อรับความคุ้มครองจากกรมธรรม์ 10 บาท มีระยะเวลาสั้นและกระชั้นชิด จึงทำให้ไม่เป็นที่รับรู้ของประชาชนโดยทั่วไป

ดังนั้นเพื่อเป็นการพัฒนาต่อยอดกลยุทธ์ Connectivity ด้วยการนำระบบประกันภัยเข้ามาเชื่อมโยงเข้ากับสินค้าอุปโภคบริโภคและบริการ ให้เกิดประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและเพื่อยกระดับการพัฒนาช่องทางการเข้าถึงกรมธรรม์ประกันภัย 10 บาท ของประชาชนในโอกาสต่อไป สำนักงานคปภ. จึงกำหนดแนวทางไว้ดังนี้ ประการแรกนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการรับประกันภัยเพื่อความสะดวกและรวดเร็ว ไม่ยุ่งยาก ซับซ้อน และสามารถลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการนี้ในปีต่อไป เช่น การใช้ QR Code ประการที่สอง เร่งสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับทุกภาคส่วน รวมถึงคนกลางที่ทำหน้าที่เป็นผู้แนะนำและสื่อสารข้อมูลที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ประกันภัยได้อย่างถูกต้อง ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนเกิดการรับรู้และเข้าถึงระบบประกันภัยได้อย่างทั่วถึง ประการที่สาม ร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมประกันภัยเพื่อขับเคลื่อนการประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง และประการสุดท้าย สร้างแรงจูงใจเพื่อให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ด้านสินค้าอุปโภคบริโภคและบริการเข้าร่วมโครงการให้มากยิ่งขึ้น
สำหรับปีนี้ต้องขอขอบคุณและชื่นชมผู้ประกอบการสินค้าอุปโภคบริโภคและบริการ รวมทั้งบริษัทประกันภัย ทั้ง 19 บริษัท ที่ร่วมแรงร่วมใจกันนำระบบประกันภัยส่งตรงถึงมือโดยที่ประชาชนคนไทยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น

“สำนักงาน คปภ. ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนให้เข้าถึงระบบประกันภัยและเลือกใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยงให้กับตนเองและครอบครัวได้อย่างเหมาะสม ดังนั้นกรมธรรม์ประกันภัย 10 บาท จึงเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่สำนักงาน คปภ. มีความภาคภูมิใจที่จะทำให้ประชาชนคนไทยสามารถเข้าถึงระบบประกันภัยได้ง่ายๆ” เลขาธิการ คปภ. กล่าวในที่สุด

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....