@@…กราบสวัสดีคร้าบ…มิตรรักแฟนคลับขาประจำสื่อ INNWhy กับคอลัมน์ก็อสซิปคนแวดวงการประกันภัย SPY MAN รอบสัปดาห์นี้เราวนกลับมาพบกันตรงวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569 พร้อมเรื่องราวข้อมูลต่างๆ นานาเพียบเหมือนเดิม…แม้น้ำยังท่วมขังในหลายพื่นที่ก็ขอเอาใจช่วยผู้ประสบภัยทุกคนให้ผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปกันโดยเร็วถ้วนหน้า และรอบหน้าที่ห่าฝนจะมาอีกช่วงกลางเดือนนี้ก็ขอให้ทุกคนปลอดภัยนะคร้าบบบบ…@@

@@…สถานการณ์น้ำท่วมนี้ก็ทำเอาตลาดทรุดๆ ไปในช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา…ลูกค้าหลายคนชะลอการจ่ายเบี้ย…ทำให้การทำงานของตัวแทนต้องเผชิญกับปัณหาการปิดบัญชีประจำเดือนกันหลายคน…SPY MAN ขอเอาใจช่วยให้ต้นนี้งานไหลรื่นเหมือนน้ำที่ไหลบ่าเข้าท่วมบ้านเรื่อนผู้คนนะคร้าบ…จงอย่าได้ติดขัดอุปสรรคอะไรอีก เพราะสัญญาณการฟื้นตัวของการขายประกันฯ เริ่มตีกลองฆ้องโม่งมากันแล้ว…@@

@@…เข้าสู่ไตรมาสสุดท้ายของปีแล้ว…3 ไตรมาสที่ผ่านมาหลายบริษัทยิ้มออกกันได้หล่ะ…หลังจากสัญญาณการตอบรับจากลูกค้ากระเตื้องขึ้น…โดยเฉพาะค่าย “โตเกียวมารีนประกันชีวิต” เห็นว่าล่าสุดเมื่อสิ้นสุดเดือน 9 จบไตรมาส 3 ผลงานพุ่งเป็น 200 เปอร์เซ็นต์กันเลยทีเดียวเมื่อเทียบกับเดือน 9 ปีที่แล้ว…งานนี้ “ดร.สมโพชน์ เกียรติไกรวัล” ยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีกันตั้งแต่ต้นเดือนนี้กันเลยหล่ะ…@@

@@…เรื่องดีๆ ช่วงน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งหลงเหลงกันนี้ก็ยังมีอีกหลายเรื่อง อย่างการเปิดโครงการ “หลักสูตรผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการความเสี่ยงและวางแผนด้านการประกันภัย (Professional Risk and Insurance Management Executive Program) หรือ THAIFA PRIME” รอบ2 เมื่อวันที่ 2 กันยายนนี้ ของ “สมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน” หรือ THAIFA เพราะมีนักศึกษาระดับ CEO ไปเรียนกันด้วย…@@

@@…อย่าง “คุณซีเจ ปัญจวัฒน์ โพธิ์ศรีทอง” CEOแห่ง “ฟิน อินชัวรันส์ โบรคเกอร์” ที่มาพร้อม CSO คู่ใจ “คุณโน้ต ศิร์เสกข์ ศักดิ์ผดุงกมล” แล้วยังมี “คุณวรรณ อุทัยวรรณ ชุมตันติ” ผู้อำนวยการสถาบันประกันภัยไทย (ทีไอไอ) เข้าร่วมเป็นนักศึกษา THAIFA PRIME รุ่น 2 นี้อีกด้วย…ซึ่งยังมีอีกหลายคนทีเดียวที่ ณ ที่นี้ไม่ได้เอ่ยถึง…รอบนี้นับเป็นความสำเร็จอีกระดับหนึ่งของ THAIFA ล่ะคร้าบ…@@

@@…เหนืออื่นใด…หากไม่กล่าวถึงความตั้งใจผู้เป็นตัวตั้งตัวตีโครงการหลักสูตร THAIFA PRIME อย่าง “ดร.เล็ก ประภาพร ลิขสิทธิ์” คงไม่ได้หล่ะ!! แม้จะเป็นผู้หญิงตัวเล็กแต่ใจช่างใหญ่หลวงเหลือเกินกับโครงการดังกล่าว ที่นับว่าเป็นมิติใหม่ของวงการประกันภัยไทยเราอีกระดับหนึ่งเลยกันหล่ะ…กับการทำหลักสูตรแบบคนไทยให้คนไทยได้เรียนได้ศึกษากันครั้งนี้…ซึ่งรุ่นต่อๆ ก็คงจะขยายไปสู่คนในแวดวงการอย่างกว้างขวางมากหล่ะคร้าบ…@@

@@…และเรื่องใหญ่สุดเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่คนไทย 30 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ จะได้รับการคุ้มครองเหตุ “ภัยพิบัติ” จากการที่รัฐจัดให้มี “ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” ขึ้นด้วยวงเงินความคุ้มครองสูงสุดถึง 75,000 ล้านบาท ด้วยเบี้ยประกันภัยที่รัฐจ่ายให้บริษัทประกันฯ ผู้เข้าบริหารความเสี่ยงภัยให้ประชาชนรอบนี้ 15,500 ล้านบาท…นับเป็นเรื่องที่เยี่ยมยอดจรงิๆ…แต่ความจริงก็คือ จะคุ้มครอง “มรสุมใหม่” ที่ใช่กำลังท่วมกันนี้นะคร้าบ…@@

@@…โดยล่าสุดทาง “สมาคมประกันวินาศภัย” นำโดย “ดร.สมพร สืบถวิลกุล” นายกสมาคมฯ ก็ได้แถลงชี้แจงโครงการอย่างด่วนจี๋ทันทีที่มีการเซ็นสัญญากันไปเมื่อวันที่ 1 ตุลาคมนี้ ย้ำบอกว่าภัยพิบัติที่เกิดขึ้นกับประชาชนบริษัทกันฯ ร่วม 19 บริษัทที่เข้าร่วมโครงการพร้อมจ่าย!! เริ่มตั้งแต่ค่าสินไหมเบื้อนต้น 10,000 บาทต่อหลังคาเรือน ไปจนถึงพิกัดสูงสุด 100,000 บาทต่อหลังคาเรือน…อันนี้คิดกันแบบครั้งต่อครั้งเลยนะคร้าบ…@@

@@…มาถึงตรงนี้…ก็อยากจะหยิบเรื่องหนึ่งขึ้นมาแชร์ กรณี “น้ำท่วมรถ” จนมีความเสียหายแบบใช้งานต่อไม่ได้ขณะที่กำลัง “ติดไฟแนนซ์” อยู่ในระหว่างการผ่อนจ่ายค่างวดอยู่นั้น…จะทำอย่างไรดี!! ก็บังเอิญผู้ใหญ่ในวงการส่งเรื่องของ “คุณอุดม งามเมืองสกุล” คณะบดี คณะนิติศาสตร์ ม.พะเยา มาให้อ่าน…สรุปได้ใจความว่า “เจ้าของรถ” ที่ซื้อผ่อนมาคันนี้ไม่ต้องจ่ายค่างวดให้ไฟแนนซ์ต่อแล้วคร้าบ…แต่ต้อง “คืนซากรถ” ให้เขาไป…นี่คือเรื่องดีๆ ที่ประกันภัยมาค้ำจนในนาทีสุดท้ายอ่ะนะ…สวัสดี!!…@@

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....