ไปต่างประเทศ…แลกเงินอย่างไร…? ให้คุ้มค่าที่สุด…!!!

 

 

พูดถึงเรื่อง อัตราแลกเปลี่ยนกับการแลกเงินตราสำหรับพกพาติดตัวระหว่างเดินทางท่องเที่ยวไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก วันนี้รายการ INN WHY ? จะพาไปรู้จัก เรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนกับการแลกเงินไว้เดินทางท่องเที่ยว กับ คุณปิยะ ตันติเวชยานนท์ ในฐานะ เจ้าของธุรกิจแลกเงิน สีส้ม และ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซุปเปอร์ริช อินเตอร์เนชั่นแนล เอ็กซ์เชนจ์ (1965) จำกัด กันคะว่า คนเดินทางอย่างเราควรแลกเงินอย่างไรดี…? ให้คุ้มค่าที่สุด!!! 

คุณปิยะ บอกว่า   ต้องใช้ใจแลก  เพราะค่าของเงินยากที่จะป้องกันความเสี่ยงและไปกำหนดว่า ค่าเงิน ณ ตอนนี้จะไปอยู่ที่อัตราเท่าไหร่ ขอยกตัวอย่าง ค่าเงินเยนของประเทศญี่ปุ่น ที่ช่วงนี้คนไทยนิยมเดินทางไปท่องเที่ยวญี่ปุ่นกันมาก

อย่างช่วงก่อนหน้าสงกรานต์ทุกคนกำลังมีความสุข  ได้ไปดูดอกซากุระบาน ค่าเงินญี่ปุ่นก็พุ่งสูงขึ้นทันที คือ 1.นอกจากแรงดีมานด์หรือความต้องการแล้ว  2.มาจากปัจจัยทางเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นเองที่เริ่มดูดีขึ้นหรือหรือเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ซึ่งเอื้อกัน  เพราะสองประเทศนี้มีความใกล้เคียงกัน 

เรามองว่า ทำไมตอนที่ไปเที่ยว  เงินญี่ปุ่นแพงจัง พอหลังสงกรานต์ เกิดวิกฤติทางการเมือง สหรัฐอเมริกา- เกาหลีเหนือ-ญี่ปุ่น และญี่ปุ่นเกิดการประกาศให้ระวังเตือนภัยสงคราม ทำให้ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นตกพรวด แล้วนักลงทุนจะลงทุนอย่างไร

ฉะนั้นการลงทุนเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนโดยส่วนตัวจึงไม่แนะนำ!!!

คุณลูกค้าอาจไปเที่ยว  ถ้าในเรื่องของไปเที่ยวให้ทำใจให้สบาย เราอยู่ในเรื่องของธุรกิจท่องเที่ยว  ซุปเปอร์ริช สีส้มเอง ก็อยู่ในเรื่องของท่องเที่ยว ฉะนั้นในแพลน 2 เดือนระยะเวลาที่เราจะเดินทางไปเที่ยวนั้น ให้ดูว่าช่วงไหนที่เราพอใจแลกเงินให้แลกได้เลย

ยกตัวอย่าง เงินญี่ปุ่นก่อนสงกรานต์มาถึงตอนนี้ลงไปประมาณ 1 บาท ถ้าเราอยากจะ แพลนไปญี่ปุ่น และใช้เงินสัก 5 แสนเยน ฉะนั้น 1 บาท ของ 5 แสนเยน คือ 5,000 บาท เท่ากับมีกำไรชีวิตเก็บไว้ในกระเป๋า 5,000  บาท 

ฉะนั้นในธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ สำหรับการไปท่องเที่ยวแล้ว ซุปเปอร์ริช จะไม่ดูในเรื่องของการลงทุน  แต่จะดูเรื่องความคุ้มค่ากับจิตใจ ว่า เราไปเที่ยวไปแล้วมีความสุข การแลกเงินไป 5,000 บาทพอกลับมา เรทราคาค่าเงินร่วง ทำให้ขาดทุน ซึ่งจริงๆ แล้วเราพกไป 5 แสนเยน เหลือกลับมากี่หมื่นเยน แต่คุณได้ใช้ไปแล้ว คุณไปซื้อความสุขมาและได้กำไรจากความสุขไปแล้ว เราอาจใช้เงินไปสัก 80% เหลือกลับมา  20% แลกคืนน่าจะขาดทุนไม่เกิน  500 บาท เงินที่เหลือในจำนวนนี้แลกคืนกลับมาเอาไว้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันจะดีกว่า   

ฉะนั้น ถ้าเราต้องการเดินทางท่องเที่ยวให้วางแผนการเดินทางประมาณ 2 เดือน และถ้าพอใจแลกเงินในช่วงเรทราคาเท่าไหร่ ช่วงไหนก็ค่อยแลก จะแลกทั้งหมดเลยก็ได้  หรือถ้าเราต้องการเที่ยวแบบสบายไม่ต้องมีความเสี่ยงในค่าเงินอะไรมากมาย ให้ค่อยๆ ทยอยซื้อในช่วงระหว่าง 2 เดือนก่อนเดินทาง เพื่อแชร์ความเสี่ยง แต่ให้คิดต่อไปว่า อาจต้องเสี่ยงเรื่องของ การจราจรเพราะเจอปัญหารถติดระหว่างเดินทางไปแลกเงิน

แต่อย่างไรก็ตาม วันนี้ลูกค้าหายห่วงได้แล้วเพราะซุปเปอร์ริช มีมากกว่า 40 สาขา สนใจแลกเงินที่สาขาไหนตามแอพพลิเคชั่นที่จะออกมาสิ้นปีนี้ได้เลย เพราะซุปเปอร์ริชจะเป็น E-Payment ให้ลูกค้าแลกเงินได้ง่ายและสะดวกที่สุดผ่านแอพพลิเคชั่น เพื่อที่ลูกค้าจะได้รู้สึกสบายกับการแลกเงินไปต่างประเทศว่า ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

ด้วยเพราะยุคโลกาภิวัตน์ที่มาพร้อมกับยุคของอินเตอร์เน็ต ทำให้ไฟแนนเชียล เทคโนโลยี เปลี่ยนแปลงไป มีเรื่องของการเงินเข้ามามากขึ้น ซุปเปอร์ริชก็ต้องปรับตัวตาม ที่นอกจากมีเว็บไซต์ให้ลูกค้าสามารถเข้าไปเช็คเรทราคาอัตราแลกเปลี่ยนได้แล้ว  การมีแอพพลิเคชั่นตัวนี้ออกมาจะช่วยรองรับความสะดวกสบายให้ลูกค้าแลกเงินและจ่ายเงินผ่านแอพฯได้ง่ายและสะดวกที่สุดตามที่ลูกค้าปรารถนา

การใช้งานง่ายมาก เพียงแค่ลูกค้าดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นของเรา แล้วคลิ๊กเลือกซื้อเงินตราและจ่ายเงิน จากนั้นคลิ๊ก GPS เพื่อเช็คว่ามีสาขาไหนใกล้ลูกค้ามากที่สุด เพื่อเดินทางไปรับเงินต่างประเทศจากเราในจุดที่ใกล้ที่สุด.

Raveetawan

Blogger Travel : มีความฝันอยากเห็นคนไทยรุ่นใหม่เริ่มตระหนักการ วางแผนชีวิตตั้งแต่วัยน้อยๆทั้งการเก็บออมเงิน ให้ถูกที่ถูกทาง มีเงินใช้อย่างเพียงพอต่อค่าครองชีพ หลังหยุดทำงานเมื่อเข้าสู่วัย 55 ปีไปแล้วและ ดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจให้แข็งแรงให้พร้อมอยู่อย่างมาร์ทหลังเกษียณ