ครั้งหนึ่งเมื่อ 20 ปีก่อน ยุคที่ตลาดประกันชีวิตคึกคักกันสุดๆ กับแบบประกันใหม่ที่มีลูกเล่นให้กับคนกลางและลูกค้าได้มีโอกาสร่วม “วางแผนการเงิน” ด้วยกันอย่างสนุกสนาน หลังจากที่ “บริษัทประกันชีวิต” ต่างพากันพัฒนากรมธรรม์ประกันชีวิตหลากหลายรูปแบบขึ้นมารองรับ

เป็นแบบประกันชีวิตที่ให้ “ลูกค้า” สามารถ “จ่ายเบี้ยประกันครั้งเดียว” แล้วได้รับความคุ้มครองยาวนานไปตลอดสัญญา จะ 5 ปี 10 ปี หรือมากกว่านั้น เพราะก่อนหน้านั้นแบบสะสมทรัพย์ทั่วไปหรือเซฟวิ่ง (Saving-Endowment) “ไม่มี” แบบนี้มาก่อน นิยมที่จะจ่ายเบี้ยกันเป็นแบบรายเดือน ราย 3 เดือน ราย 6 เดือน และรายปี แบบปีต่อปีไปเรื่อยๆ จนครบสัญญามากกว่า

พอมีแบบประกันชีวิตที่จ่ายเบี้ยครั้งเดียวหรือที่เรียกกัน “ซิงเกิ้ลพรีเมี่ยม” (Single Premium) เป็นแบบประกันมาใหม่แล้วสร้างอารมณ์ลูกค้า เพราะไปกระตุ้นโดนต่อมกลุ่มคนมีเงินให้หันมาสนใจนำเงินมาผ่านระบบประกันชีวิตเข้าจนได้

สิ่งที่น่าสนใจตอนนั้น..คือ แต่ละบริษัทประกันชีวิตมีการ “ดีดลูกคิด” คืนผลตอบแทนตามแบบประกันชีวิตสะสมทรัพย์แต่ละปีๆ แล้วดูจะสูงกว่าตลาดการเงินทั่วไป  และยิ่งเมื่อมีการนำแบบประกันเหล่านี้ไปเทียบ “ผลตอบแทน” กับที่ฝากในสถาบันการเงินอื่นเช่น ธนาคาร คิดกันปีต่อปีแล้ว เมื่อถึงระยะเวลาหนึ่ง แบบสะสมทรัพย์ (มีเงินปันผล) บางตัวให้ผลตอบแทนที่มากกว่าอย่างเห็นๆ

เรียกว่าคุ้ม 2 เด้ง…เด้งแรก ได้รับความคุ้มครองที่แตกต่างธนาคารทันที หาก “ผู้เอาประกันชีวิต” เสียชีวิตขึ้นในปีแรกสองปีแรกขึ้นมา เพราะประกันชีวิตจะจ่ายที่ “ทุนประกันชีวิต” ซึ่งมากกว่า “เบี้ยประกันฯ” ที่จ่ายไปในปีสองปีแรกแน่นอน

คุ้มเด้งสอง…ผลตอบแทนได้รับทันทีรูปแบบ “ส่วนลด” หน้างาน ตามด้วย “เงินคืนระหว่างปี” ตามเปอร์เซ็นต์ที่สูงกว่า “ดอกเบี้ย” ธนาคาร และเงินต้นคืน จากมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์นั่นเอง!!

แล้วเหตุป่วนๆ ก็เกิดขึ้นกับอุตสาหกรรม เมื่อมีการขายแบบ “จ่ายเบี้ยครั้งเดียว” (Single Premium) ที่ว่ามาตั้งต้นนั้นขึ้นมา “คนกลาง” ที่อยู่ในระบบกลุ่มหนึ่งก็ใช้ “เทคนิค” การนำเสนอให้ลูกค้ากลุ่ม “นักลงทุน”  (ชอบหอบเงินวิ่งตามหาดอกเบี้ยสูงๆ)

             โดยมีการ “คิดสูตร” การนำเงิน “ก้อนใหญ่” ก้อนหนึ่งมาซื้อประกันสะสมทรัพย์ที่จ่ายเพียงครั้งเดียว แต่ระหว่างปีจะมี “เงินปันผล” ให้ “กี่เปอร์เซ็นต์” ก็ขึ้นอยู่กับแบบที่ระยะนั้น “ฮ็อตสุด” แล้วนำมาจัดโปรแกรมให้นักลงทุนนำเงินมาใส่ ด้วยการทำความเข้าใจร่วมกันว่าด้วยหมายเหตุตัวโตๆ ว่า…

            “ให้เอาเงินใส่ไว้ระบบนี้ 3 ปี แล้วขอเวนคืนกรมธรรม์ ก็จะได้เงินก้อนใหญ่ที่เป็นเงินลงทุนคืน บวกกับผลตอบแทนอื่นๆ เช่น เงินส่วนลด (คอมมิชชั่น) เงินปันผล (เขาเรียกกันในวงว่า ดอกคืน) รวมแล้วจะมากกว่าที่นำเงินก้อนนั้นไปไว้ในธนาคาร 3 ปี”

            อะไรเกิดขึ้น!! บริษัทประกันชีวิตหลายแห่งได้รับกระทบ!! คนกลางหัวใส่ได้ประโยชน์ในอาชีพ ลูกค้าที่ “รู้ใจ” ก็ได้ประโยชน์เต็มๆ

            ซึ่งต้องบอกว่า เป็นเรื่องที่ไม่ควรกระทำ!! ไม่มีประโยชน์ต่อระบบประกันชีวิต แถมซ้ำจะเป็นการบอนไซไม่ให้อุตสาหกรรมเติบโตไปข้างหน้า มีแต่ย่ำอยู่กับที่และถดถอยเสียหาย

            เหตุการณ์ป่วนๆ วงการประกันชีวิตตอนนั้น มาถึงตอนนี้ก็มีให้เห็นไม่มากแล้ว เพราะผลตอบแทนตามแบบประกันใหม่ๆ ที่ออกมา “ไม่เอื้อ” ให้ไปเทียบเคียงกับสถาบันการเงินอื่น…ทุกที่เจอดอกเบี้ยต่ำหมด

            แต่!! วันนี้มีตัวเล่นใหม่เกิดขึ้นอีกแล้ว…เมื่อมีการนำ “กระดานหุ้น” มาเล่นเทียบกับการลงทุนควบคู่ไปกับทำประกันชีวิต อย่างแบบ “ยูนิต ลิงค์” (Unit-Linked)

            ทั้งนี้สกู๊ปนี้เป็นการนำ “อดีต” มาเล่าสู่กันฟังใหม่ เพื่อให้เป็นอุทาหรณ์เตือนสติ “ผู้เกี่ยวข้อง” ให้ช่วยกันควบคุมดูแลอุตสาหกรรมเติบโตไปข้างหน้าอย่างถูกต้อง อย่าปล่อยให้ “สิ่งไม่ควร” เกิดลามจนเสียหายไปกันใหญ่อีกรอบ

เพราะ “บริษัท” นั่นแหละที่จะเจ็บกว่าใคร “ผู้บริหาร” บางคนอาจไม่เป็นไร เพราะครบวาระแล้วก็จากกันไปเท่านั้นเอง!!

            เรื่องมีอยู่ว่า มีเอกสารการขายประกันชีวิตควบการลงทุน “ยูนิต ลิงค์” (ใบเสนอขาย) โดยเอกสารนี้จะผ่านผู้บริหารระดับสูงของบริษัทแห่งนั้นหรือไม่ ไม่รู้!! แต่หัวกระดาษ “มีชื่อบริษัท” ชัดเจนมาก เชิญชวนให้ “คนมีเงิน” หรือที่อาจจะเรียกกันใหม่ว่า “นักลงทุน” นำเงินก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งมาใส่ไว้ใน “สูตรผลตอบแทน” ที่จัดทำมาให้แค่ 2 ปี แล้วจะได้ “เงินต้น-ดอก” คืนกันแบบคุ้มๆ อีกแล้ว

            ยกตัวอย่าง เอามาใส่ปีแรกไว้ 15 ล้าน แล้วรับไปก่อนส่วนลด 5 ล้าน ปีที่ 2 อีก 15 ล้าน รวม 30 ล้าน พอขึ้นปี 3 ก็หยุด! จากแผนที่จะต้องซื้อประกันฯ ตลอดสัญญาจริง 10 ปี โดยสิ้นสุดปีที่ 2 มูลค่าซื้อคืนหน่วยลงทุนจะมากถึง 20 ล้าน ถ้ารวมส่วนลด 5 ล้าน 2 ปี ก็ 10 ล้าน รวมกับขายคืนหน่วยลงทุนอีก 20 ล้าน ก็ครบทุน 30 ล้าน ไม่รวมผลประโยชน์อื่น

            รวมๆ แล้ว นักลงทุนไม่เสียอะไร แต่ได้โอกาสที่จะได้รับการคุ้มครองเป็นหลายเท่าๆ ของทุนในระหว่าง 2 ปี พร้อมผลตอบแทนรูปแบบอื่น (เทียบแล้วดีกว่าฝากกินดอกธนาคาร!!)   

            งานนี้ “บางบริษัท” ที่เป็นเจ้าภาพ เตรียมใจรับ “เปอร์วูบ” รอ ได้เลย!!

 

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!.... เพิ่มเพื่อน