เทรนด์ท่องโลกเชิงสุขภาพแบบ Solo อาเซียนมาแรงมีโอกาสติด TOP10 อีก 2 ปี

Credit Photo : www.star2.com

เทรนด์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพหรือการท่องเที่ยวเชิงฟื้นฟูสุขภาพทั้งกายและใจหรือ “ทริปเพื่อบำบัด” ที่อิงแอบธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวยุคใหม่จากทั่วทุกมุมโลก

ล่าสุดมีงานวิจัยของ “สถาบันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพสากล” หรือ Wellness Tourism Association (WTA) ในรัฐโคโลราโดของสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ตั้งแต่ปี 2019 การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะมีบทบาทมากขึ้น และที่น่าสนใจจะมาพร้อมกับเทรนด์ท่องเที่ยวแบบ “ฉายเดี่ยว” หรือ Solo ซึ่จะช่วยให้  นักท่องเที่ยวโฟกัสสถานที่ใดสถานที่หนึ่งของแหล่งท่องเที่ยวนั้นๆ นั่นหมายถึงนักท่องเที่ยวไปถึงสถานที่แห่งนั้นแล้วจะให้ความสนใจสิ่งรอบข้างต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ 100%  ซึ่งจะช่วยให้นักท่องเที่ยวบรรลุวัตถุประสงค์ในการฟื้นฟูและบำบัดตัวเองอย่างแท้จริง ดังคำกล่าวของ นักจิตวิทยาหลายท่านได้เคยกล่าวถึงผลลัพธ์ทางอ้อมไว้ว่า “การเดินทางท่องโลกคนเดียวจะทำให้เรามีความพยายามที่จะสื่อสารกับคนรอบข้างมากกว่ามีเพื่อนร่วมทริป ซึ่งถือเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์กับคนแปลกหน้าที่เป็นบวกต่อจิตใจ”

งานวิจัยระบุเพิ่มเติมว่า ที่จริงแล้วเทรนด์การท่องเที่ยวแบบเน้นสุขภาพ ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี 2015 มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ประมาณร้อยละ 7  และในปี 2018 มูลค่าการท่องเที่ยวในสายสุขภาพของคนทั้งโลกจะมีมากถึง 639,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีคาดการณ์ด้วยว่า มูลค่าดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นแตะ 919,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2022 

ทั้งนี้ ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจคือ รายชื่อ 10 ประเทศที่ได้รับการยกย่องให้เป็นจุดหมายปลายทางของกลุ่มนักท่องโลกสายเฮลตี้ ในปี 2017 อันดับหนึ่ง ได้แก่ “สหรัฐอเมริกา” ตามมาด้วยอันดับที่ 2 คือ เยอรมนี 3) จีน 4) ฝรั่งเศส 5) ญี่ปุ่น 6) ออสเตรีย 7) อินเดีย 8) แคนาดา 9) สหราชอาณาจักร และ 10) อิตาลี

อย่างไรก็ตาม กลุ่มประเทศในเอเชียแปซิฟิก ถูกยกย่องให้เป็นกลุ่มประเทศที่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเติบโตเร็วที่สุดในโลก เฉลี่ยที่ 33% นั่นหมายถึง มีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ทั้งยังประเมินว่า ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า ประเทศในเอเชียแปซิฟิก โดยเฉพาะกับกลุ่มอาเซียน น่าจะติดโพลเป็น “ท็อป 10” ของนักท่องเที่ยวสายสุขภาพด้วย

ทั้งนี้ รายงานระบุด้วยว่า 3 ประเทศติดอันดับนักท่องโลกแนวสุขภาพมากที่สุดในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ได้แก่ ชาวอเมริกัน จีน และ อินเดีย ขณะที่กิจกรรมคู่ใจที่เหล่านักท่องเที่ยวสายนี้โปรดปรานมากที่สุด ก็คือ สถานที่ที่มีธรรมชาติโอบอุ้มและสิ่งแวดล้อมเต็มไปด้วยความสงบ เช่น ทะเลสาบ สวนพฤกษชาติ แม้แต่เทศกาลอาหารของสายเฮลตี้ หรือสถานที่ที่เต็มไปด้วยอาหารออร์แกนิก เช่น Golden Door ในแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นที่พักน่าทึ่งแห่งหนึ่งเพราะจะให้บริการเฉพาะอาหารออร์แกนิคสปาออร์แกนิค รวมไปถึงมีผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการคอยให้ความรู้แก่แขกผู้ที่มาพัก เกี่ยวกับวิธีการบำรุงร่างกายและจิตใจผ่านการกินอาหารและกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างสมดุลให้ร่างกาย เป็นต้น

สิ่งที่ชวนให้คิดต่อจากเทรนด์การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ก็คือ จุดเริ่มต้นของธุรกิจอื่นๆ ที่น่าจะสอดรับเทรนด์นี้ได้ เช่น โรงแรมเชิงสุขภาพ, สนามบินเชิงสุขภาพ, การล่องเรือเชิงสุขภาพ หรือ เทรนเนอร์ออกกำลังกายที่ควบคู่กับสุขภาพจิตและอื่นๆอีกมากมายเท่าที่เราจะสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ๆ ได้ ลองคิดเล่นๆ ดูว่าไม่เพียงแค่เราจะมีสุขภาพกายและจิตใจที่แข็งแรงแล้ว ยังเป็นการสร้างงานในแขนงใหม่ๆ ที่หลายคนอาจจะไม่คาดคิดมาก่อนก็ได้