คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด (CMO) เอไอเอ ประเทศไทย เปิดเผยถึงทิศทางการดำเนินงานของบริษัทในช่วงครึ่งปีหลังว่า บริษัทยังคงตั้งเป้าหมายการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
โดยมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำตลาดทั้งในด้านประกันสุขภาพ (Health) และการวางแผนทางการเงิน (Wealth)
ทั้งนี้ มองว่าทิศทางของตลาดประกันสุขภาพจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยแบบประกันจะปรับปรุงให้ลูกค้าเข้ามามีส่วนร่วมในการรับผิดชอบค่าใช้จ่าย (Co-pay) มากยิ่งขึ้น
ในด้านของการวางแผนทางการเงิน ปัจจุบัน AIA ครองส่วนแบ่งการตลาดเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน หรือ ยูนิตลิงก์ (Unit Linked) ด้วยสัดส่วนกว่า 50-60%
อย่างไรก็ตาม เพื่อตอบโจทย์โครงสร้างสังคมไทยที่มีแนวโน้มประชากรอายุยืนยาวมากขึ้น ล่าสุดบริษัทจึงได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในชื่อ “Lifetime Income” (เอไอเอ ไลฟ์ไทม์ อินคัม 9/99 (มีเงินปันผล)) ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยสร้างกระแสเงินสดให้กับลูกค้าไปตลอดชีวิต
ผลิตภัณฑ์ “Lifetime Income” ถูกพัฒนาขึ้นมาในรูปแบบกึ่งไฮบริด ซึ่งเป็นประกันชีวิตทั่วไปที่ให้ผลประโยชน์เงินคืนแบบการันตีทุกปีตั้งแต่วันครบรอบปีกรมธรรม์ที่ 2 ไปจนถึงอายุ 99 ปี
และยังมีส่วนของเงินปันผล (ไม่การันตี) ที่เพิ่มเข้ามาซึ่งจะขึ้นอยู่กับผลประกอบการ ทำให้มีความคล้ายคลึงกับยูนิตลิงก์
ความน่าสนใจของผลิตภัณฑ์ตัวนี้อยู่ที่พอร์ตการลงทุนแบบใหม่ที่ได้รับอนุมัติจากสำนักงาน คปภ. ซึ่งเปิดโอกาสให้บริษัทสามารถนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นได้ เช่น หุ้นต่างประเทศ และสินทรัพย์ทางเลือก (Private Asset) ที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ทำให้มีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าผลิตภัณฑ์ในอดีต แต่ยังคงเน้นการปกป้องความเสี่ยงขาลง (Downside Protection) ไว้ได้เป็นอย่างดี
คุณชลิดา กล่าวเสริมว่า ในช่วงปลายปีนี้ บริษัทเตรียมจะเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ออกมาสู่ตลาดเพิ่มเติม โดยมีเป้าหมายเจาะกลุ่มคนชั้นกลางที่ต้องการเตรียมตัวเกษียณอายุ รวมถึงกลุ่มพ่อแม่ที่ต้องการวางแผนการเงินระยะยาวให้ลูก
ซึ่งผลิตภัณฑ์ใหม่นี้จะมีการเพิ่มลูกเล่นทางการเงินที่ช่วยให้ผู้เอาประกันได้รับทั้งความคุ้มครอง การปกป้องความเสี่ยง (Downside Protection) และโอกาสรับผลตอบแทนส่วนเพิ่ม (Upside) ที่มากขึ้น
สำหรับตลาดกลุ่มลูกค้าสินทรัพย์สูง (High Net Worth) ถือเป็นกลุ่มที่ AIA ให้ความสำคัญและโฟกัสมาตลอดเกือบ 2 ปี ซึ่งสามารถทำผลงานได้ค่อนข้างดี
โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ “Elite Income” ที่ได้รับการตอบรับจากตลาดเป็นอย่างมาก
ปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตในกลุ่มนี้ คือการพัฒนาตัวแทนระดับ “Elite Advisor” ที่มีความรู้ครอบคลุมไม่เพียงแค่ด้านการลงทุน แต่ยังรวมถึงการวางแผนภาษีและการวางแผนครอบครัวแบบครบวงจร
นอกจากนี้ บริษัทยังเดินหน้าจัดกิจกรรมและงานสัมมนาเพื่อให้ความรู้และกระชับความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้ากับตัวแทนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นอีกด้วย
เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....
ทีมงาน INN WHY? รายการเพื่อผู้บริโภค ร่วมปฏิวัติความคิด ปรับเปลี่ยนชีวิต ก้าวสู่ความมั่นคง หลังเกษียณ
ติดตามเราได้ที่ไลน์แอด @INNWHY.TV หรือ Facebook.com/INNWHY.TV และ Youtube.com/c/innwhy
Contact us : INNWHY31@gmail.com

