เปิดผลวิจัย 4 วิธีชะลออายุ“สมอง”ผู้สูงวัย

Credit Photo : https://50plusworld.com

เคยสงสัยกันไหมว่า ผู้สูงอายุบางคนทำไมถึงยังมีความจำดีเยี่ยม ร่าเริง ดูกระปรี้กระเปร่า มากกว่าผู้สูงอายุบางคนที่มักมีอาการหลงลืมง่าย  สมาธิสั้น และยังมีภาวะไม่กล้าตัดสินใจอีกด้วย ซึ่งผู้สูงอายุส่วนใหญ่ทั่วโลกได้ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มหลังในปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตามไม่ว่าโลกจะหมุนเปลี่ยนไปแค่ไหน นิยาม “Back to Basic” ยังคงใช้ได้ผลเสมอๆ

ดูจากข้อมูลงานวิจัยล่าสุดของ ดร.เจมส์ บลูเมนทัล (Prof James Blumenthal) นักจิตวิทยาจากเมืองเดอแรม รัฐนอร์ทแคโรไลนา ถูกตีพิมพ์ในวารสารการแพทย์ “Neurology” โดยระบุว่า การสร้างการรับรู้ให้หัวใจรู้สึกถึง “ความหนุ่มสาว” ไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่งที่ยากกว่าคือ การชะลออายุให้กับ “สมอง” ซึ่งน้อยคนที่รู้ว่า วิธีการนั้นง่ายมาก และอาจไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงด้วย

โดยงานวิจัยของ ดร.เจมส์ กล่าวถึง ผลการวิจัย การทดสอบสุขภาพสมองของกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 160 คน ที่มีอายุเฉลี่ยตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป และอายุสมองเฉลี่ยสูงถึง 93 ปี พบว่า

กลุ่มตัวอย่างดังกล่าวมีอายุสมองสูงกว่าอายุจริงถึง 28 ปี  มีความต่างสัญชาติทั่วโลกและเป็นบุคคลที่เริ่มมีปัญหาทางด้านสมอง หรือเริ่มมีปัญหาเกี่ยวกับการตัดสินใจ ปัญหาความทรงจำ และปัญหาเรื่องสมาธิ รวมถึงยังไม่เคยออกกำลังกาย มีความเสี่ยงเป็นโรคหัวใจระยะแรก และเป็นโรคความดันโลหิตสูง

โดย ทีมนักวิจัยได้แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 4 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1) กำหนดให้เปลี่ยนพฤติกรรมการกินและกินอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจ ที่เรียกว่า Dietary Approach to stop Hypertension (DASH diet) โดยลดความเค็ม ลดอาหารที่มีไขมันสูง และลดน้ำตาล เพิ่มการกินผัก ผลไม้ และธัญพืช แต่ไม่ต้องออกกำลังกายเพิ่ม

กลุ่มที่ 2) เน้นการออกกำลังกายเพื่อให้หัวใจเต้นเร็ว หรือที่เรียกว่า กลุ่ม Cardio โดยเริ่มจากการวอร์มร่างกาย 10 นาที แล้วเดินหรือปั่นจักรยานต่อเนื่อง 35 นาที เป็นเวลา 3 ครั้งต่อสัปดาห์ นานตลอด 6 เดือน

กลุ่มที่ 3) เข้าโปรแกรม DASH diet หรือปรับพฤติกรรมการกินอาหารเหมือนกลุ่มที่ 1 และออกกำลังกายควบคู่วิธีเดียวกันกับกลุ่มที่ 2

กลุ่มที่ 4) กำหนดให้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทุกสัปดาห์ 30 นาที แต่ไม่มีการเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารและไม่มีการออกกำลังกาย

หลังจากนั้น 6 เดือน ผลปรากฏว่า

กลุ่มที่ 2 และกลุ่ม 3 ที่มีการออกกำลังกาย มีพัฒนาการของสมองดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม 3 ที่เน้นทั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินและเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ ควบคู่กับการออกกำลังกาย ส่งผลให้มีสุขภาพที่ดีลดความเสี่ยงจากโรคต่างๆได้ ที่สำคัญช่วยชะลออายุสมองและอายุจิตได้ด้วย

โดยผลการวิจัยในระยะ 6 เดือนสามารถชะลออายุสมองให้อ่อนเยาว์ลงได้ถึง 9 ปี จากอายุสมองก่อนเริ่มการทดสอบอยู่ที่ 93 ปี เหลืออายุสมองเพียง 84 ปี

ส่วนกลุ่มที่ 1 ที่ไม่ได้ออกกำลังกาย มุ่งเน้นปรับพฤติกรรมการกินตามสูตร “DASH diet” นั้นมีพัฒนาการของจิตและสมองดีขึ้นเล็กน้อย หากคงพฤติกรรมดังกล่าวอย่างต่อเนื่องในระยะยาว จะเห็นผลลัพธ์ที่แตกต่างชัดเจน

การวิจัยดังกล่าวทำให้ตระหนักถึงการสร้างสมดุลให้กับร่างกายได้ดี เพราะนอกจากจะให้ความสำคัญกับรูปร่างหน้าตาที่ดูอ่อนกว่าวัยแล้ว ควรหันมาใส่ใจสุขภาพจิตและอายุสมองด้วย เฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุที่สมองถูกใช้งานมานานๆ กว่า 65 ปี การปรับพฤติกรรมการกินเพียงเล็กน้อยให้ถูกที่ถูกทาง ควบคู่ไปกับการเดินออกกำลังกายเพียง 35 นาที 3 ครั้งต่อสัปดาห์ สามารถปฏิบัติได้โดยไม่ยาก.