Ergo เปิดตัว CEO ใหม่ “อิศรศักดิ์ เทศรัตนวงศ์” ชู 5 ปีขึ้นแท่นหนึ่งใน 5 ป.วินาศภัย ตั้งเป้าเป็น Insurance Provider of Choice ขณะ Ergo Group แบะท่าสนใจพอร์ต “ป.ชีวิต” เพิ่ม
นายธีโอ ค็อกคาลาส ประธานกรรมการบริหาร ERGO International AG เปิดเผยว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งใน 3 ตลาดสำคัญที่บริษัทมุ่งมั่นเน้นเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตในภูมิภาคเอเชีย ควบคู่ไปกับจีนและอินเดีย โดยประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในพอร์ตโฟลิโอระดับโลกของ เออร์โก เพราะเป็นตลาดที่มีศักยภาพชัดเจน โดยเป้าหมายของเราคือการเติบอย่างยั่งยืนและสร้างผลกำไร พร้อมก้าวสู่การเป็นหนึ่งใน 5 บริษัทประกันชั้นนำในทุกตลาดที่เราดำเนินธุรกิจ ดังนั้นเราจึงมุ่งมั่นเสริมความแข็งแกร่งให้กับการดำเนินในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง
“แม้แต่ละตลาดจะมีพลวัตและเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่หลักการพื้นฐานของเรายังคงเดิมมุ่งเสริมสร้างศักยภาพที่แข็งแกร่งในระดับท้องถิ่นผ่านการสนับสนุนจากเครือข่ายระดับโลกของกลุ่มบริษัท การกระจายความเสี่ยงและสร้างสมดุลในตลาดและสายธุรกิจต่างๆ รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศไทยเพื่อต่อยอดความสำเร็จในวงกว้าง โดยสะท้อนให้เห็นถึงพลังของการเป็นสากลอย่างแท้จริง นอกจากนี้ยังเป็นฐานสำคัญของความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจและศักยภาพในการแข่งขัน”
ทั้งนี้เออร์โก เป็นหนึ่งในกลุ่มบริษัทประกันภัยชั้นนำของเยอรมันนีและยุโรป มีการดำเนินธุรกิจในกว่า 20 ประเทศทั่วโลก โดยมุ่งเน้นตลาดยุโรปและเอเชีย ปัจจุบันมีพนักงานกว่า 37,000 คน ทั้งพนักงานประจำและตัวแทนอิสระ ในปี 2567 เออร์โกมี่รายได้จากธุรกิจประกันภัย 20.8 พันล้านยูโร โดยมีกำไรสุทธิ 810 ล้านยูโร
อย่างไรก็ตามนายธีโอ ค็อกคาลาส ได้กล่าวถึงความสนใจที่จะขยายตลาดธุรกิจประกันภัยเข้าสู่อุตสาหกรรมประกันชีวิตในประเทศไทยว่า มีความสนใจที่จะเข้ามาขยายพอร์ตการลงทุนเพิ่ม หากมีโอกาสและสามารถทำราคาได้ตามความเหมาะสม เพราะตลาดในยุโรป Ergo Group ก็มีการดำเนินธุรกิจด้านประกันชีวิตอยู่แล้ว
ด้านนายอิศรศักดิ์ เทศรัตนวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออร์โก้ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะเข้ารับตำแหน่งซีอีโอคนไทยคนแรก กล่าวว่า Ergo มีรากฐานที่แข็งแกร่งในประเทศไทยมายาวนานกว่า 72 ปี โดยเริ่มต้นจากบริษัท ไทยศรีนคร ประกันภัย จำกัด ที่เปลี่ยนมาเป็น บริษัท ไทยศรีประกันภัย จำกัด (มหาชน) และได้มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นหลายครั้ง จนกระทั่ง Ergo Group ได้เข้ามาถือหุ้นใหญ่และเปลี่ยนชื่อเป็น เออร์โกประกันภัย
เออร์โกประกันภัย ได้มีการปรับแบรนด์ใหม่ พร้อมวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำด้านประกันภัยที่เข้าใจง่าย เข้าถึงได้ และมีมาตรฐานสากล โดยมุ่งเน้นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน ซึ่งผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา (2567) บริษัทมีกรมธรรม์รวมกว่า 5.1 ล้านฉบับ จากลูกค้ากว่า 3.7 ล้านราย มีตัวแทนราว 10,000 คน ซึ่งเป็นช่องทางขายหลักรวมนายหน้าประกันภัยประมาณ 92% มียอดขายมากถึง 11,000 ล้านบาท และคาดหวังสิ้นปี 2568 จะสามารถทำผลงานได้เพิ่มเป็น 12,000 ล้านบาท ขยับเป็นลำดับที่ 7 ของตลาดประกันวินาศภัยไทย
“เรามีสัดส่วนตลาดรถยนต์อยู่ประมาณ 70% ในปี 2567 และในปีนี้เรามีแผนลดสัดส่วนรถยนต์ลงเหลือประมาณ 60% แล้วต่อไปจะให้อยู่ประมาณ 50-60% โดยอีก 40% จะเป็นประกันสุขภาพประมาณ 15% และอื่นๆ 25%”
นายอิศรศักดิ์ กล่าวต่อว่า เออร์โก เล็งเห็นโอกาสในการเติบโตของตลาดประกันภัยในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชีย จึงได้ตัดสินใจลงทุนและเปลี่ยนแบรนด์ใหม่ โดยมีเป้าหมายที่จะเป็น Insurance Provider of Choice สำหรับลูกค้าและ Business Partner และต้นปี 2569 จะเริ่มแผนการดำเนินงานในรอบ 5 ปีใหม่ด้วยเป้าหมายเป็นหนึ่งใน 5 ของอุตสาหกรรม
โดยมีวิสัยทัศน์และพันธกิจคืภายใน 3 ปีข้างหน้าคือ การเป็นผู้ให้บริการด้านการประกันภัยที่ลูกค้าและคู่ค้าของบริษัทนึกถึงเป็นอันดับแรก มีพันธกิจในการสร้างสรรค์การประกันภัยที่ดีขึ้นและดีกว่า ทั้งในวันนี้และวันพรุ่งนี้ผ่านกลยุทธ์หลักในการดำเนินงาน 3 ด้าน ได้แก่
1.Partnership: การร่วมมือกับลูกค้าและคู่ค้าในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อสร้างคุณค่าร่วมกันในเรื่องของการประกันภัย 2. Better Insurance: การพัฒนาการประกันภัยให้ดีขึ้นในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ การให้บริการ หรือประสบการณ์ลูกค้า 3. Today and Tomorrow: การตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันและเตรียมพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต
ที่สำคัญบริษัทได้มีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ใน 3 ด้านคือ 1. Customer Experience: การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้าให้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น 2. Efficiency: การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและลดต้นทุนในการบริหารจัดการ และ 3. Effectiveness: การเพิ่มประสิทธิผลในการดำเนินงานในด้านต่างๆ เช่น การ Underwrite และการ Claim
“เรายังเดินหน้าพัฒนา Agent Platform เพื่อสนับสนุนการทำงานของตัวแทนและนายหน้าให้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยระบบนี้จะรวมข้อมูลที่ครบถ้วนและเป็นปัจจุบัน ช่วยให้ตัวแทนสามารถเข้าถึงข้อมูลสำคัญได้ทันทีและดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเดือนกันยายนนี้เราจะเปิดตัว CamCom ซึ่งเป็น AI สำหรับตรวจสอบความเสียหายและสภาพรถยนต์ในประกันภัยรถยนต์ ที่จะช่วยให้การบริการเคลมมีความรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น”
สุดท้ายนายอิศรศักดิ์ กล่าวว่า บริษัทหวังจะเติบโตอย่างยั่งยืน สร้างผลกำไรอย่างมั่นคง และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมไทย โดยมุ่งเน้นการนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และช่วยให้คนไทยสามารถรับมือกับความเสี่ยงภัยต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ
เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....
ทีมงาน INN WHY? รายการเพื่อผู้บริโภค ร่วมปฏิวัติความคิด ปรับเปลี่ยนชีวิต ก้าวสู่ความมั่นคง หลังเกษียณ
ติดตามเราได้ที่ไลน์แอด @INNWHY.TV หรือ Facebook.com/INNWHY.TV และ Youtube.com/c/innwhy
Contact us : INNWHY31@gmail.com



