ส่องแฟชั่น ‘เกาหลี-ฮิปสเตอร์’ ในอิรัก (แบกแดด)

ขึ้นชื่อด้วยเรื่องของ แฟชั่น” มันคือที่สุดของการไร้เชื้อชาติและไร้พรมแดนจริงๆ คนไทยหลายๆ คนคงคุ้นชินกับแฟชั่นจากแดนปลาดิบบ้าง จากแดนโสมบ้าง หรือบ้างก็อินเตอร์พุ่งหลาคลั่งไคล้แฟชั่นในเมืองผู้ดีอังกฤษ หรือเมืองน้ำหอม ก็แล้วแต่ยุคสมัยที่ผลัดเปลี่ยนไปเรื่อยๆ

แต่น้อยคนมากที่จะเอ่ยถึง “แฟชั่น” ใน “ดินแดนแห่งสงคราม” เพราะยึดติดว่าประเทศเหล่านั้นล้วนเป็นประเทศมุสลิม ขึ้นชื่อในความเคร่งครัดด้านการแต่งตัวเป็นที่สุด แต่ ณ ปัจจุบันนี้หลายคนคงไม่รู้ด้วยซ้ำว่า หลายประเทศในแดนสงครามที่กำลังห้ำหั่นกันนั้น ก็มีมุมน่ารักๆ เหมือนกับประเทศอื่นเช่นเดียวกัน

ผู้เขียนได้มีโอกาสพูดคุยกับเพื่อนจากแดนไกลหลังจากที่ห่างหายกับการอัพเดทชีวิตนางมานาน นั้นก็คือ “อิรัก” … มาถึงจุดนี้หลายคนคงจะคิดถึงแค่ 2 ประเด็นหลักๆ เท่านั้น คือ 1) สงคราม และ 2) ซัดดัม ฮุสเซ็น อดีตผู้นำเผด็จการที่จบชีวิตไปเมื่อปลายปี 2006

แต่วันนี้เราไม่ได้จะมาฟื้นฝอยหาความจริงหรือเขียนเชิงดราม่าใดๆ เกี่ยวกับประเทศแห่งนี้ ที่อยากจะเล่าก็คือ ใครจะรู้ว่ากลุ่มวัยรุ่นของอิรักทั้งหญิงและชายในตอนนี้ หลายๆ คนกลายเป็น “ติ่งเกาหลี” เหมือนๆ กับคนไทย หรือหลายประเทศในเอเชียไปแล้ว และอีกแนวที่กำลังฮิตมาแรงทีเดียวในกลุ่มวัยรุ่นก็คือ การเป็น “ฮิปสเตอร์” ซึ่งก็คือกลุ่มคนที่เชื่อว่า ตัวเองดำเนินชีวิตโดยไม่ไหลไปตามกระแสหลักของโลก การแต่งตัวก็จะเป็นแนวย้อนยุค สไตล์วินเทจ กิจกรรมก็จะเน้นแบบอนุรักษ์นิยม อิงตามธรรมชาติ แบบสโลว์ไลฟ์

จริงอยู่ว่าในสมัยก่อนการแต่งกายของชาวอิรักต้องเป็นไปตามสภาพแวดล้อม ซึ่งเป็นประเทศที่มีทั้งอากาศร้อนจัด หนาวจัด และฝุ่นละอองของทรายเยอะสุดๆ ชาวอิรักจึงต้องปกปิดร่างกายอย่างมิดชิดทั้งหญิงและชาย ส่วนผู้หญิงก็จะต้องคลุมศรีษะและหน้าตามขนบธรรมเนียมของชาวตะวันออกกลาง แต่ไม่กี่ปีมานี้ น่าจะ 4-5 ปีเห็นจะได้ ที่ความไร้ขอบเขตของแฟชั่นของโลกเริ่มรุกล้ำเข้าไปในอิรัก โดยเฉพาะในกรุงแบกแดด จุดสูงสุดที่สะท้อนว่าอิรักไม่ได้ล้าหลังอย่างที่ใครคิด

เพื่อนของผู้เขียนเล่าให้ฟังว่า กระแสเกาหลีนั้นเข้ามาได้ไม่นาน น่าจะเข้ามาช่วงที่กฎระเบียบอันเคร่งครัดของอิรักถูกผ่อนปรนลงไป เทรนด์การแต่งตัวแบบใสใสสไตล์เกาหลีเริ่มเป็นที่นิยม จากผู้หญิงอิรักที่ต้องคลุมฮิญาบตลอดเวลาที่ออกจากบ้าน ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ตามสวนสาธารณะและห้างสรรพสินค้าในกรุงแบกแดดเวลานี้ จะเห็นกลุ่มวัยรุ่นผู้หญิงคลุมฮิญาบน้อยลง แต่งตัวชิวๆ เสื้อยืดกางเกงยีนส์ขายาวมากขึ้น

ขณะที่ผู้ชายนั้นจะหนักไปทาง “ฮิปสเตอร์” เสียส่วนใหญ่ จากที่ชายชาวอิรักจะแต่งกายในชุดประจำชาติสีขาวหรือดำแล้วใส่หมวก (อันนี้แล้วแต่นิกายของแต่ละพื้นที่) แต่ปัจจุบันการแต่งกายที่เด่นชัดที่สุดว่ามีการเปลี่ยนแปลงแล้วก็คือ ในช่วงฤดูหนาว  ชายอิรักจะนิยมใส่ชุดสูท บ้างก็ทักสิโด้ หรือ พวกเสื้อโค้ทยาวหนาๆ ถอดแบบสไตล์โลกตะวันตก ส่วนทรงผมก็จะเน้นการจัดทรงแบบวินเทจ คือการตีโป่งผมให้สูง แต่ดูสะอาดสะอ้านเรียบร้อย เพิ่มความหล่อเหลาให้กับใบหน้าที่คมเข้มไปอีก

ส่วนเทรนด์เกาหลีในผู้ชายอิรักแม้จะมีประปราย แต่สังเกตได้จาก “เสื้อเชิ๊ตลายสก็อต” ซึ่งกำลังมาแรง และมีขายในห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดในกรุงแบกแดดนั่นก็คือ “แบกแดด มอลล์” ซึ่งใหญ่และหรูดูทันสมัยพอๆ กับห้างฯ ในดูไบ, โดฮา หรือกาตาร์ โดยแฟชั่นเสื้อลายสก็อตนั้นรับอิทธิพลมาจากการที่ชายหญิงชาวอิรักเห็นจากการดูซีรีย์เกาหลี ทั้ง Youtube, Facebook และ Instagram เห็นมั้ยละ! วิถีการแผ่อิทธิพลเหมือนกับในไทยเป๊ะเลย

แม้ว่าสถานการณ์ในอิรักอาจจะยังไม่เชิญชวนให้เข้าไปเที่ยวมากนัก แต่ดูจากการพัฒนาและปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนในแบกแดดแล้ว พูดได้เต็มปากว่า โลกที่ไร้สังกัด ไร้เชื้อชาติศาสนาและวัฒนธรรม นั้นมีอยู่จริงๆ เพียงแต่บางประเทศอาจต้องใช้เวลาในการแสดงให้เห็นว่าพร้อมแล้ว พร้อมที่จะต้อนรับเพื่อนใหม่ต่างเชื้อชาติแล้วเท่านั้นเอง

Credit ภาพ : www.timesofisrael.com

ลีลาวดีสีขาว

“Every day is a fresh start” ทุกๆ วัน คือการเริ่มต้นใหม่…สาวน้อยปริศนา อารมณ์ดี…ผู้มีหัวใจมุ่งมั่น เต็มเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ ดำรงชีพด้วยการทำในสิ่งที่รัก และรักในสิ่งที่ทำ “เชื่อว่าปาฏิหาริย์ สามารถเกิดขึ้นได้…ตลอดเวลา”