สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า  บริษัท เอฟดับลิวดี ซึ่งเป็นบริษัทประกันของเจ้าสัว ริชาร์ด ลี ได้ยื่นขอเจ้าจดทะเบียนในตลาดสหรัฐแล้วเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา  โดยจะเสนอขายหุ้น 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ   แต่เสียงตอบรับจากนักลงทุนดี คาดอาจระดมทุนได้ประมาณ 2,000-3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ 

อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้อีกเมื่อมีการกำหนดเงื่อนไขในการเสนอขายหุ้นและ แหล่งข่าวกล่าวว่า เอฟดับลิวดี อาจระดมทุนได้ประมาณ 2,000-3,000 ล้านดอลลาร์เมื่อดูจากการตอบรับของนักลงทุนในช่วงต้น

แหล่งข่าวกล่าวว่า เอฟดับลิวดี ตั้งเป้าที่จะเสนอขายหุ้นในช่วงไตรมาสสี่ แต่รายละเอียดเกี่ยวกับขนาดในการเสนอขายและเวลาอาจเปลี่ยนแปลงตามภาวะตลาด

ตัวแทนของเอฟดับเบิลดีไม่ยอมให้ความเห็นเกี่ยวกับรายงานนี้

ในหนังสือชี้ชวนที่แจ้งต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ(เอสอีซี)  เอฟดับบลิวดีระบุว่า บริษัท บริหารสินทรัพย์ทั้งหมด 62,500 ล้านดอลลาร์  และ ยังแจ้งว่า บริษัท Athene Life Re ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท อพอลโล โกลบัล แมเนจเมนต์ ได้ตกลงซื้อหุ้น คลาสเอ ของเอฟดับบลิวดี 400 ล้านดอลลาร์จากการเสนอขายหุ้นในวงจำกัด(Concurrent private placement)  นอกจากนี้ Athene และอพอลโล จะบริหาร พอร์ตการลงทุนของเอฟดับบลิวดี ส่วนหนึ่ง ตามส่วนหนึ่งของความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่มีระยะเวลาห้าปี

นอกจากนี้ ยังระบุว่า ยังมีนักลงทุนอื่นๆสนใจซื้อหุ้นเอดีอาร์ (American depository shares)  รวมทั้งหมด 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  โดยรวมถึง การให้คำมั่นที่จะซื้อเป็นเงิน 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐจาก ลีกา ชิง ฟาวเดชั่น ซึ่งเป็นมูลนิธิการกุศลของพ่อของริชาร์ด ลี และ บริษัทพีซีซีดับเบิลยู ซึ่งเป็นบริษัทโทรคมนาคมในฮ่องกงของลี  จะซื้อ 100 ล้านดอลลาร์  และบริษัท พีซีจีไอ โฮลดิ้งส์ ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งส์อีกแห่งหนึ่งของลี จะซื้อ  100 ล้านดอลลาร์

พีซีจีไอ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุดในเอฟดับบลิวดี โดยถือก่อนเสนอขายไอพีโอ 73% ขณะที่สวิส รี และบริษัทลงทุนของลี และฟาง เฟิงเล่ย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โฮโป อินเวสเมนต์ แมเนจเมนต์  ถือคนละประมาณ 11%

เอฟดับบลิวดี  ได้กล่าวในเดือนมิถุนายนว่า ได้ยื่นขอจดทะเบียนที่รอคอยมานานอย่างลับๆ และจากการชี้แจงต่อ ตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงต่างหากในขณะนั้น   มูลค่าธุรกิจใหม่ ซึ่งเป็นตัววัดหลักในการทำกำไร  เพิ่มขึ้น 24% ในปีที่แล้ว โดยมีมูลค่า  617 ล้านดอลลาร์  

จากข้อมูลที่ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์ บริษัทกลับมามีกำไรในช่วงหกเดือนแรกของปีนี้ โดยมีกำไรสุทธิ 205 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีรายได้ 6,000 ล้านดอลลาร์ เทียบกับที่ขาดทุนสุทธิ 318  ล้านดอลลาร์และมีรายได้ 3,900 ล้านดอลลาร์ในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

 มอร์แกนสแตนลีย์  โกลด์แมนแซคส์ และเจพีมอร์แกน เชสแอนด์ โค เป็นผู้เสนอขายหุ้น โดยบริษัทจะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กในชื่อว่า เอฟดับบลิวดี กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ โดยใช้สัญลักษณ์ FWD

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!.... เพิ่มเพื่อน