นายชนะพล มหาวงษ์ อดีตผู้จัดการกองทุนประกันวินาศภัย (กปว.) กล่าวเปิดใจในโอกาสปฏิบัติหน้าที่วันสุดท้ายหลังดำรงตำแหน่งครบวาระ 4 ปี โดยได้สรุปผลการดำเนินงานในการเยียวยาเจ้าหนี้บริษัทประกันวินาศภัยที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต พร้อมทั้งแสดงความกังวลต่อภาระหนี้ที่ยังคงค้างอยู่ และฝากความหวังไปยังรัฐบาลชุดปัจจุบันให้เข้ามาเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
สรุปผลงาน 4 ปี ชำระหนี้หมื่นล้าน
นายชนะพลเปิดเผยว่า ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา กองทุนฯ ได้พยายามเร่งชำระหนี้ให้แก่ประชาชนอย่างเต็มที่ โดยใช้เงินจากเงินสมทบของบริษัทประกันวินาศภัยที่ส่งเข้ากองทุนในแต่ละปี สามารถชำระหนี้ไปแล้วเกือบ 200,000 ราย คิดเป็นมูลเงินรวมกว่า 10,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ตนต้องขออภัยเจ้าหนี้ที่ยังไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในการชำระหนี้ให้ครบถ้วนทั้งหมดได้ภายในวาระการดำรงตำแหน่ง
กางตัวเลขหนี้ค้างจ่าย 6.6 หมื่นล้าน ตั้งเป้าตรวจมูลหนี้เสร็จปี 69
สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน นายชนะพลระบุว่า ยังมีหนี้ที่ค้างชำระอยู่อีกเกือบ 700,000 ราย คิดเป็นมูลหนี้ประมาณ 66,000 ล้านบาท โดยสถานะการตรวจสอบมูลหนี้มีรายละเอียดดังนี้ ตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้วประมาณ 200,000 กว่าราย (มูลหนี้เกือบ 20,000 ล้านบาท) อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบอีกเกือบ 500,000 ราย (มูลหนี้กว่า 40,000 ล้านบาท)
นายชนะพลยืนยันว่า ได้วางรากฐานและตั้งมั่นที่จะ ตรวจสอบมูลหนี้ของเจ้าหนี้ที่ยื่นคำขอไว้ให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายในปี 2569 เพื่อให้ฝ่ายบริหารท่านใหม่และผู้ที่เกี่ยวข้องมีข้อมูลพร้อมสำหรับการบริหารจัดการชำระหนี้ในขั้นตอนต่อไปได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
วอนรัฐบาลชูนโยบาย “เรือธง” เร่งช่วยประชาชน
อดีตผู้จัดการ กปว. ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่รัฐบาลต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเสนอให้ยกปัญหานี้เป็น “นโยบายเรือธง” (Flagship Policy) ในการแก้ไขปัญหาให้สำเร็จอย่างแท้จริง
เนื่องจากหากปล่อยให้กองทุนฯ บริหารจัดการเพียงลำพังด้วยงบประมาณจากเงินสมทบปัจจุบันซึ่งได้ประมาณปีละ 1,000 กว่าล้านบาท อาจต้องใช้เวลานานถึง 40-50 ปี กว่าจะชำระหนี้ได้ครบทั้งหมด
นอกจากนี้ นายชนะพลยังหยิบยกความเห็นของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ที่เคยระบุว่า การที่หน่วยงานรัฐชำระหนี้คืนให้ประชาชนล่าช้าถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ดังนั้น ภาคการเมืองและรัฐบาลควรเร่งลงมาแก้ไขเพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ไม่ควรปล่อยให้ต้องรอนานหลายสิบปี
ความคืบหน้าและแนวทางการแก้ไขปัญหาสถานะทางการเงินกองทุนฯ
สำหรับความคืบหน้าและแนวทางการแก้ไขปัญหาสถานะทางการเงินของกองทุนประกันวินาศภัย เพื่อเร่งรัดการชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ตามสัญญาประกันภัยนั้น นายชนะพลระบุว่าขณะนี้คณะที่ปรึกษาทางการเงินและกฎหมายได้สรุปผลการศึกษาแนวทางกู้สถานะกองทุนฯ ออกเป็นกลยุทธ์หลักที่ต้องดำเนินการควบคู่กันไป ดังนี้
- การปรับเพิ่มอัตราเงินสมทบเข้ากองทุนฯ
แนวทางแรกที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งคือ การปรับเพิ่มอัตราเงินสมทบ ที่บริษัทประกันวินาศภัยต้องนำส่งเข้ากองทุนฯ โดยจะต้องมีการดำเนินการแก้ไขกฎหมายเพื่อขยับเพดานอัตราเงินสมทบจากปัจจุบันที่จัดเก็บอยู่ในอัตราร้อยละ 0.50
ทั้งนี้ การกำหนดอัตราใหม่ที่เหมาะสมจะอยู่ในอำนาจการพิจารณาของคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เพื่อให้กองทุนฯ มีกระแสเงินสดเข้ามาหมุนเวียนในการชำระหนี้ได้มากขึ้น
- การดึงบริษัทประกันภัยร่วมลงทุนเพื่อชำระหนี้ (Debt Purchase)
กองทุนฯ มีแนวคิดที่จะเปิดโอกาสให้บริษัทประกันชีวิตและบริษัทประกันวินาศภัยเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา โดยการ “ซื้อหนี้” หรือเข้ามาลงทุนชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ไปก่อน ซึ่งบริษัทที่เข้ามาลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจากการชำระคืนของกองทุนประกันวินาศภัยในภายหลัง
หากสามารถดำเนินการเรื่องนี้ควบคู่ไปกับการเพิ่มเงินสมทบ จะช่วยให้กระบวนการชำระหนี้แก่ประชาชนเสร็จสิ้นได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยหากไม่มีประเด็นข้อจำกัดเรื่องการรอผลตรวจสอบมูลหนี้ ก็สามารถพิจารณาดำเนินการได้ทันทีตามขั้นตอนของบอร์ด คปภ.
- มาตรการทางเลือก “Haircut” สำหรับผู้สมัครใจ
สำหรับเจ้าหนี้ที่ต้องการความรวดเร็วในการรับเงิน กองทุนฯ ได้ศึกษาทางเลือกที่เรียกว่า “Haircut” หรือมาตรการลดมูลหนี้ตามความสมัครใจ โดยมาตรการนี้จะเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่อยากรอคิวการชำระหนี้ตามปกติ ซึ่งอาจใช้ระยะเวลานานหากพึ่งพาเพียงแหล่งเงินจากเงินสมทบเพียงอย่างเดียว
เจ้าหนี้สามารถเลือกรับเงินในจำนวนที่ตกลงกันเพื่อแลกกับการได้รับชำระเงินทันที ซึ่งถือเป็นทางเลือกในการบริหารสภาพคล่องให้แก่ผู้เอาประกันภัย
แผนการดำเนินงานและกรอบระยะเวลา
ในขณะนี้ กองทุนประกันวินาศภัยอยู่ระหว่างการสรุปวิเคราะห์ผลการศึกษาทั้งหมดเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด กปว.) ก่อนจะส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายโดยเร็ว อย่างไรก็ตาม คาดว่ากระบวนการตรวจสอบคำขอรับชำระหนี้ทั้งหมดจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปี 2569
นายชนะพลเน้นย้ำว่า แนวทางเหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้กองทุนฯ สามารถบริหารจัดการภาระหนี้ที่มีอยู่จำนวนมากได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความเชื่อมั่นให้กลับคืนสู่ระบบประกันวินาศภัยไทยอีกครั้ง
ตอนท้าย นายชนะพลได้กล่าวขอบคุณเจ้าหนี้ทุกท่านที่เข้าใจและรับฟังการชี้แจงมาโดยตลอด พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าผู้จัดการกองทุนฯ คนใหม่จะเข้ามารับไม้ต่อเพื่อเร่งรัดการชำระหนี้ และคาดหวังว่าด้วยความร่วมมือจากรัฐบาล ปัญหาหนี้สินเหล่านี้จะคลี่คลายและสำเร็จลุล่วงได้ในที่สุด.-
เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....
ทีมงาน INN WHY? รายการเพื่อผู้บริโภค ร่วมปฏิวัติความคิด ปรับเปลี่ยนชีวิต ก้าวสู่ความมั่นคง หลังเกษียณ
ติดตามเราได้ที่ไลน์แอด @INNWHY.TV หรือ Facebook.com/INNWHY.TV และ Youtube.com/c/innwhy
Contact us : INNWHY31@gmail.com

