เคล็ดลับ “เฮลท์ตี้ไดเอท” ตามสไตล์ญี่ปุ่น
Cr. : www.independent.co.uk
“ญี่ปุ่น” นอกจากจะขึ้นชื่อว่าเป็ นประเทศที่มีคนอายุยืนยาวมากที่ สุดในโลกแล้ว วิถีชีวิตที่รวมถึงการรั บประทานอาหารต่างๆ เรียกว่าได้รับการยอมรั บจากนานาประเทศทั่วโลก ทั้งวิธีการกินแบบเฮลท์ตี้ และวัตถุดิบอาหารที่เป็ นประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก
และแม้ว่ากลุ่มคนวัยหนุ่ มสาวชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ที่ เราเห็นกันนั้นค่อนข้างจะตัวเล็ ก และไม่มีใครอวบอ้วนสักเท่าไหร่ แต่ก็ยังพอจะมีกลุ่มคนเหล่านั้ นอยู่บ้าง ที่จัดว่าเป็นคนญี่ปุ่นที่มีน้ำ หนักเกินเกณฑ์ เว็บไซต์ “ bbcgoodfood” ได้นำเสนอบทความของนิ ตยสารการแพทย์ “ British Medical Journal” ที่ตั้งสมมุติฐานว่า เพราะเหตุผลใดวัฒนธรรมการกิ นแบบชาวญี่ปุ่นจึงเป็นมิตรต่อร่ างกาย รวมไปถึงการไดเอทแบบเฮลตี้ง่ายๆ ตามแบบฉบับชาวอาทิตย์อุทัยแห่ งนี้ด้วย
อย่างที่ทราบว่าชาวญี่ปุ่นส่ วนใหญ่จะรับประทาน “ปลา-ผัก-ของหมักดอง” เป็นชีวิตจิตใจซึ่งเป็นอาหารญี่ ปุ่นแบบดั้งเดิม โดยบทวิเคราะห์ด้านการแพทย์ จากทั่วโลกยอมรับว่า วัตถุดิบอาหารเหล่านี้ดีต่อสุ ขภาพ และมีส่วนชะลอความชราทำให้ชาวญี่ ปุ่นติดโผเป็นแชมป์ประเทศที่มี ผู้สูงอายุที่มีสุขภาพดีมากที่ สุดในโลกหลายปีต่อเนื่อง โดยการจัดอันดับของหลายๆ แห่ง ยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ชาวญี่ปุ่นเป็นชาติที่มีคนเป็ นโรคอ้วนน้อยที่สุดในโลก รวมถึงความเสี่ยงต่ำที่สุ ดจากโรคที่มาจาก “ไขมันอุดตัน”
ที่สำคัญ “กระบวนการการปรุงอาหารที่น้ อยที่สุด” เป็นกรรมวิธีที่ทั่วโลกยอมรับว่ าดีต่อสุขภาพ ทั้งยังเป็นวิธียอดฮิตในหมู่ อาหารญี่ปุ่นมากกว่า 80% ของประเภทอาหารทั้งหมด นอกจากนี้ บทความดังกล่าวยังระบุอีกว่า อาหารที่ชาวญี่ปุ่นชอบใช้ ในการไดเอทมักจะเป็ นอาหารประเภทเดียวกับที่คนสู งอายุรับประทานเพื่อชะลอความแก่ ด้วย
ตัวอย่างเช่น คนญี่ปุ่นจะเน้นกินอาหารที่มีธั ญพืชทุกชนิด กินผักสดทุกมื้อ สำหรับ “เนื้อสัตว์และถั่วเหลือง” ซึ่งจะขาดไม่ได้ในมื้ ออาหารของคนญี่ปุ่นแต่ต้องควบคุ มปริมาณรับประทาน 50 % เท่านั้น (ยกเว้นเนื้อปลาที่รับประทานได้ 90-100 %) แต่ที่น่าตกใจก็คือ “นมและผลไม้” ตามแบบฉบับไดเอทของชาวญี่ปุ่ นจะเลือกรับประทานให้น้อยที่สุ ดเท่าที่จะเป็นไปได้ เช่น เลือกรับประทานเพียง 1 มื้อ จากทั้งหมด 3-4 มื้อต่อวัน โดยสถาบันการแพทย์ของญี่ปุ่ นหลายแห่งระบุว่า การรับประทานนมและผลไม้ที่เกิ นความจำเป็นต่อร่างกาย จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดในสมองได้
ในบทความของ British Medical Journal ยังระบุอีกว่า อาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ส่วนใหญ่จะมีแคลอรี่ต่ำและมี ไขมันอิ่มตัวอยู่แล้ว ทั้งยังมีสารอาหารสูงโดยเฉพาะ “ไฟโตนิวเทรียนท์” ( Phytonutrients) เช่น สารต้านอนุมูลอิสระ และสารฟลาโวนอยด์ที่พบในผั กหลากสี
“ญี่ปุ่นเป็นเพียงประเทศเดี ยวในเอเชียที่รั บประทานปลาหลายชนิดมากที่สุด ด้วยสภาพภูมิศาสตร์ของประเทศที่ มีเกาะกว่า 6 ,582 แห่ง จึงทำให้มีชนิดของปลาที่ หลากหลายมากที่สุดอีกหนึ่ งประเทศของโลก นอกจากนี้ วัฒนธรรมการกินปลาดิบซึ่งเชื่ อว่ามีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ ปุ่น สามารถเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ถึ งที่มาและปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้ชาวญี่ปุ่นอายุยื นยาวและมีสุขภาพที่ดีเช่นทุกวั นนี้” หนึ่งในข้อความที่ปรากฏในบทความ
อีกหนึ่งเคล็ดลับที่สำคัญของวิ ถีการไดเอทแบบญี่ปุ่น คือ การรับประทาน “สาหร่ายทะเล” และการดื่ม “ชาเขียว” แทนน้ำเปล่านั้นเอง ซึ่งขณะนี้วัฒนธรรมการดื่มชาเขี ยวแบบญี่ปุ่นกำลังเป็นที่แพร่ หลายในหลายประเทศเอเชีย รวมทั้ง อังกฤษ และอีกหลายประเทศในยุโรป เพราะด้วยคุณสมบัติเพื่อการต่ อต้านเชื้อมะเร็ง และโรคหัวใจ ซึ่งเป็นโรคฮิตยอดนิยมที่กำลั งเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก
ที่สำคัญต้องอย่าลืมวิธีการกิ นแบบ “ hara hachi bu” หรือการรับประทานอาหารให้อิ่ มเพียง 80 % ซึ่งชาวญี่ปุ่นยึดถือหลักนี้ มานานกว่า 100 ปี “การมีอายุขัยที่ยาวนานนั้นเป็ นสิ่งที่ทุกคนต้องการก็จริงอยู่ แต่อยู่อย่างไรให้มีสุขภาพดีทั้ งกายและจิตใจนั้นก็สำคัญไม่แพ้ กัน”
เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....
“Every day is a fresh start” ทุกๆ วัน คือการเริ่มต้นใหม่…สาวน้อยปริศนา อารมณ์ดี…ผู้มีหัวใจมุ่งมั่น เต็มเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ ดำรงชีพด้วยการทำในสิ่งที่รัก และรักในสิ่งที่ทำ “เชื่อว่าปาฏิหาริย์ สามารถเกิดขึ้นได้…ตลอดเวลา”