เปิดแนวคิด “​Ikigai” (อิคิไก) จากชาวโอกินาวา สู่ประเทศที่มีคนอายุยืนที่สุดในโลก

credit photo : www.cnn.com

 

หลายคนอาจจะรู้จักกันดีกับเมือง “โอกินาวา” เมืองที่มีหมู่บ้านและคนอายุยืนมากที่สุดของประเทศญี่ปุ่น หรือเป็นที่รู้จักกันมานานในนาม “ชาวบลูโซน”  ซึ่งเป็นคำที่นิยมใช้เรียกสถานที่แห่งหนึ่งแห่งใดในโลกที่มีสัดส่วนของกลุ่มประชากรที่มีอายุยืนยาวอยู่เป็นจำนวนมาก และผู้มีอายุขัยยืนยาวนี้ เต็มไปด้วยคุณภาพ หมายถึง การมีสุขภาพแข็งแรง และมีชีวิตชีวา  และที่พูดถึงเมือง “โอกินาวา”  ก็ด้วยความสนใจในเรื่องเกี่ยวกับแนว “ปรัชญาอิคิไก” (ikigai) มีเคล็ดลับสำคัญของชาวญี่ปุ่น ที่ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นประเทศที่ประชากรมีอายุขัยยืนยาวมากที่สุดในโลก  

“แดน บิวท์เนอร์” นักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญศึกษาด้านพื้นที่โลกที่มีผู้อาศัยอายุยืนมากที่สุด และเป็นผู้เขียนหนังสือที่ชื่อว่า “The Blue Zones: Lessons for Living Longer From the People Who’ve Lived the Longest” ในหนังสือเล่มนี้ได้พูดถึงแนวคิดอิคิไก ว่า เป็นความลับเบื้องหลังของชาวญี่ปุ่นที่ช่วยให้พวกเขามีอายุยืนยาวเป็นร้อยๆ ปีมานาน

โดยซีเอ็นเอ็น เปิดเผยเนื้อหาหนังสือบางส่วนของ “บิวท์เนอร์” ซึ่งพูดถึงความหมายของ อิคิไก ว่า เป็นสัญลักษณ์แห่งคุณค่าของการมีชีวิตอยู่ หรือเป็น “เหตุผลของการมีชีวิตอยู่” ของชาวโอกินาวา ซึ่งมักจะเป็นเหตุผลที่คล้ายๆ กันกับชาวบลูโซนอื่นทั่วโลก

แนวคิดอิคิไก กับการมีสุขภาพแข็งแรง และมีชีวิตชีวา ส่วนใหญ่หมายถึง การที่เราตื่นขึ้นมาในทุกเช้า และพร้อมเรียนรู้และเข้าใจกับอะไรก็ตามที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ตั้งแต่สภาพภูมิอากาศในแต่ละวัน การมีความสุขกับการได้จิบกาแฟหรือชาร้อนๆ  มือได้สัมผัสกับขนนุ่มๆ ของสัตว์เลี้ยง มีบ้านที่สะอาดสะอ้าน เอ็นจอยกับชั่วโมงการออกกำลังกาย หรือแม้แต่ความสดของผักก็ตามที ซึ่งเหตุผลของการมีชีวิตอยู่จะเป็นอะไรก็ได้ที่ทำให้เรารู้สึกมีคุณค่าและสามารถรับรู้ได้ในชีวิตด้วยความสุขจริงๆ

“อิคิไก” ไม่ใช่ไลฟ์สไตล์หรือเทรนด์ใหม่ แต่เป็นสัญลักษณ์ที่มาในคราบของ “คำถาม” “ความสงสัย” ที่ทำให้เราต้องตระหนักถึงว่า เป้าหมายและคุณค่าของชีวิตของเราแต่ละคนนั้นคืออะไร?

ฟังดูเหมือนจะง่ายแต่ไม่ใช่เลย เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจและตระหนักถึงเป้าหมายของชีวิตได้

ทั้งนี้ ในรายงานของซีเอ็นเอ็นให้ข้อคิดที่น่าสนใจว่า การประเมินความสุขของเราในเบื้องต้นที่ง่ายๆ คือ เราสามารถหาคำตอบใน 4 คำถามดังต่อไปนี้ได้ คือ

1) อะไรที่คุณรัก?

2) อะไรคือสิ่งที่คุณทำได้ดี?

3) อะไรที่ทำให้คุณยอมทำเพื่อสิ่งๆนั้น?

และ4) คุณคิดว่าอะไรที่จำเป็นต่อโลก?

ซึ่งหากว่าคุณสามารถตอบคำถามได้ทั้งหมด นั่นหมายถึงคุณได้เดินทางมาสู่ “อิคิไกในแบบของคุณแล้ว”

หรือแม้แต่การกำหนดอิคิไกในสไตล์ของเราได้ง่ายๆ เพียงค้นหาคำตอบ 2 ข้อก็คือ

“คุณตื่นเช้าในทุกวันเพื่ออะไร?” และ “อะไรคือแรงจูงใจของคุณ?

ขณะที่ฟากของนักจิตวิทยาของญี่ปุ่นและฝรั่งเศส เคยตั้งคำถามกับผู้เข้ารับการบำบัดในวิถีของอิคิไก แตกต่างออกไปเล็กน้อย โดยมีคำถามว่า “อะไรคือเหตุผลของคุณที่ไม่ฆ่าตัวตาย หรือ ทำร้ายตัวเอง” ซึ่งจุดประสงค์เดียวที่ต้องการก็คือ “ความหมายและคุณค่าของชีวิตมนุษย์เรา” 

ไม่เพียงแค่การมีสุขภาพจิตใจที่ดีแล้ว การเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบที่ดีจำนวนมากก็เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับของชาวโอกินาวา โดยรายงานขององค์การอนามัยโลก ได้ให้เหตุผลไว้ว่า ชาวโอกินาวาเป็นกลุ่มที่บริโภค “เต้าหู้และถั่วเหลือง” มากที่สุดในโลก อีกทั้งยังชอบทานผักและผลไม้หลากหลายที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ

ที่สำคัญที่สุดคือ หลักการรับประทาน “ฮาระ ฮาจิบุ” (hara hachibu) ซึ่งหมายถึงการทานให้อิ่มเพียง 80% เคยมีรายงานเปิดเผยด้วยว่า หลักการของชาวโอกินาวาเฉลี่ยแล้วรับประทานเพียงวันละ 1,200 แคลเลอรีเท่านั้น

บทความมากมายเคยนิยามชาวโอกินาวาไว้ว่า “เป็นกลุ่มคนสูงอายุที่มีความกระตือรือร้นและไม่นิ่งเฉย” ในแต่ละวันจะนิยมมาออกกำลังกายร่วมกัน ซึ่งเป็นวิถีการออกกำลังกายแบบพื้นบ้าน เช่น การเต้นรำ การฝึกวิชาต่อสู้ป้องกันตนเองแบบดั้งเดิม ทำสวน และการเดินเล่นไปมาหาสู่กันบ่อยๆ

พอได้ลองอ่านหนังสือจากทั้ง “แดน บิวท์เนอร์” และอีกหลายๆ แห่งที่ยกย่องชาวโอกินาวา และนำมาประมวลข้อมูลเปรียบเทียบกับ “ประเทศไทย” ทำให้เห็นว่า วิถีชีวิต ความคิด ความเข้าใจของชาวโอกินาวา ก็ไม่ได้ต่างจากคนไทยในสมัยก่อนสักเท่าไหร่

ชาวโอกินาวา ชอบที่จะมีชีวิตที่เรียบง่าย เชื่องช้า ไม่รีบร้อน ชีวิตที่มีแต่ความพอเพียงไม่มากหรือล้นจนเกินไป ดูแล้วมีความคล้ายคลึงกับหลักปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 หากเราลองลองปรับเปลี่ยนทรรศนะเกี่ยวกับการดำเนินชีวิตบ้าง หรือพยายามให้ความหมายกับชีวิตและความสุขมากขึ้น การเข้าสู่สังคมสูงอายุของคนไทยนั้นจะเปี่ยมล้นไปด้วยคุณค่ามากขึ้นไม่ต่างจาก “ปรัชญาอิคิไก” (ikigai) 

ลีลาวดีสีขาว

“Every day is a fresh start” ทุกๆ วัน คือการเริ่มต้นใหม่…สาวน้อยปริศนา อารมณ์ดี…ผู้มีหัวใจมุ่งมั่น เต็มเปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ ดำรงชีพด้วยการทำในสิ่งที่รัก และรักในสิ่งที่ทำ “เชื่อว่าปาฏิหาริย์ สามารถเกิดขึ้นได้…ตลอดเวลา”