สิงคโปร์เสนอร่างแก้ไขกฎหมาย Maritime and Port Authority of Singapore Act 1996( MPA Act 1996) เพิ่มอำนาจกำกับดูแลและแทรกแซงการดำเนินงานของท่าเรือ เสริมมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ รองรับเรือไร้คนขับและการปฏิบัติการจากระยะไกล พร้อมเพิ่มอำนาจสอบสวนและบังคับใช้กฎหมาย โดยรัฐสภาสิงคโปร์มีกำหนดอภิปรายร่างกฎหมายในเดือนพฤศจิกายนนี้

เว็บไซต์ AsiaInsuranceReview  รายงานข่าวรัฐบาลสิงคโปร์ได้เริ่มกระบวนการแก้ไขกฎหมาย Maritime and Port Authority of Singapore Act 1996 (MPA Act 1996) หรือกฎหมายว่าด้วยการท่าเรือและการเดินเรือของสิงคโปร์ โดยร่างกฎหมายแก้ไขดังกล่าว หรือ Maritime and Port Authority of Singapore (Amendment) Bill ได้รับการเสนอเข้าสู่รัฐสภาเพื่ออ่านครั้งแรก (First Reading) เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569

สำนักงานการท่าเรือและการเดินเรือสิงคโปร์ (Maritime and Port Authority of Singapore: MPA) ระบุในข่าวประชาสัมพันธ์ว่า นับตั้งแต่กฎหมาย MPA Act มีผลบังคับใช้ในปี1996( 2539)  การดำเนินงานด้านการเดินเรือและกิจกรรมต่าง ๆ ภายในท่าเรือได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก ทั้งจากการนำระบบดิจิทัลมาใช้ในวงกว้าง การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ อาทิ  การควบคุมและปฏิบัติการจากระยะไกล ตลอดจนการพัฒนาเรืออัตโนมัติหรือเรือไร้คนขับ และความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้นของการดำเนินงานภายในท่าเรือ

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้เกิดความจำเป็นในการปรับปรุงกรอบกฎหมายและอำนาจการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมทางทะเลในปัจจุบัน โดยร่างกฎหมายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อรับมือกับพัฒนาการดังกล่าว เพิ่มมาตรการป้องกันความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ และเปิดทางให้ MPA สามารถเข้าแทรกแซงการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรักษาความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และประสิทธิภาพในการดำเนินงานของท่าเรือสิงคโปร์

5 ประเด็นสำคัญของการแก้ไขกฎหมาย

ร่างกฎหมาย Maritime and Port Authority of Singapore (Amendment) Bill เสนอให้ปรับปรุงกฎหมายในประเด็นหลัก 5 ด้าน ได้แก่ 1. เสริมความเข้มแข็งของกรอบการกำกับดูแลและอำนาจของ MPA เหนือผู้ได้รับใบอนุญาต :ปรับปรุงกรอบการกำกับดูแลและเพิ่มอำนาจของ MPA ในการควบคุมดูแลผู้ประกอบการหรือหน่วยงานที่ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินกิจกรรมภายใต้กฎหมาย เพื่อให้การกำกับดูแลสอดคล้องกับรูปแบบการดำเนินงานและความเสี่ยงของภาคการเดินเรือที่เปลี่ยนแปลงไป

  1. 2. เพิ่มอำนาจในการเข้าแทรกแซงอย่างทันท่วงที เพื่อรักษาความปลอดภัยและความต่อเนื่องในการดำเนินงาน : เสริมอำนาจให้ MPA สามารถดำเนินมาตรการแทรกแซงได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยหรือความต่อเนื่องของการปฏิบัติงาน เพื่อจำกัดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นและช่วยให้การดำเนินงานของท่าเรือเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
  2. กำหนดข้อกำหนดด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับภาคการเดินเรือ :จัดตั้งกรอบการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์เฉพาะสำหรับภาคการเดินเรือภายใต้กฎหมาย MPA Act เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากการใช้ระบบดิจิทัลและการเชื่อมต่อระหว่างระบบต่าง ๆ ซึ่งมีความสำคัญต่อการดำเนินงานของท่าเรือ
  3. กำหนดมาตรการรองรับการใช้เทคโนโลยีทางทะเลใหม่และเทคโนโลยีเกิดใหม่อย่างปลอดภัย : ปรับปรุงกฎหมายเพื่อรองรับการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้ในภาคการเดินเรือ รวมถึงการปฏิบัติการจากระยะไกลและเรืออัตโนมัติ โดยมุ่งให้การนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้งานเป็นไปอย่างปลอดภัยและอยู่ภายใต้กรอบการกำกับดูแลที่เหมาะสม
  4. เพิ่มความเข้มแข็งด้านการสอบสวนและการบังคับใช้กฎหมายของ MPA : เพิ่มอำนาจในการสอบสวนและบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้ MPA สามารถดำเนินการกับเหตุการณ์หรือการกระทำที่เกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืนข้อกำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและการกำกับดูแลภาคการเดินเรือโดยรวม

ยกระดับความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์

MPA ระบุว่า เมื่อระบบนิเวศทางทะเลมีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้มากขึ้นและมีการเชื่อมโยงระหว่างระบบต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด การปกป้องระบบที่รองรับการดำเนินงานเหล่านี้จึงมีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“เมื่อระบบนิเวศทางทะเลมีการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มขึ้นและมีการเชื่อมโยงระหว่างกันมากขึ้น การรักษาความปลอดภัยของระบบที่สนับสนุนการดำเนินงานเหล่านี้จึงมีความสำคัญเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง”

ภายใต้ร่างกฎหมายที่เสนอ การแก้ไขเพิ่มเติมจะมีการจัดตั้งกรอบการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับภาคการเดินเรือภายใต้กฎหมาย MPA Act โดยจะเปิดทางให้ MPA สามารถดำเนินการสำคัญ ได้แก่ 1.กำหนดโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศสำคัญ (Important Information Infrastructure: III) เพื่อระบุระบบและโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศที่มีความสำคัญต่อการดำเนินงานของภาคการเดินเรือ

2.กำหนดข้อกำหนดด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อให้ระบบและโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลมีมาตรการป้องกันที่เหมาะสม 3.ออกคำสั่งหรือข้อกำหนดให้ดำเนินการตามความจำเป็น เพื่อคุ้มครองระบบและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องจากความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์

MPA ระบุเพิ่มเติมว่า  มาตรการดังกล่าวจะทำงานเสริมกับกฎหมาย Cybersecurity Act 2018  ของสิงคโปร์ โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความพร้อมของภาคการเดินเรือในการป้องกัน รับมือ และตอบสนองต่อความเสี่ยงหรือเหตุการณ์ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ การกำหนดกรอบการกำกับดูแลเฉพาะสำหรับภาคการเดินเรือจึงเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการคุ้มครองระบบดิจิทัลที่มีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินงานของท่าเรือ และช่วยเสริมความมั่นคงของระบบที่มีความเชื่อมโยงกันในภาคการเดินเรือของประเทศ

รัฐสภาเตรียมอภิปรายร่างกฎหมายพ.ย.นี้

ร่างกฎหมาย Maritime and Port Authority of Singapore (Amendment) Bill ได้รับการเสนอเข้าสู่รัฐสภาสิงคโปร์เพื่ออ่านครั้งแรกเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2569 และมีกำหนดเข้าสู่การอภิปรายในรัฐสภาในเดือนพฤศจิกายน 2569

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....