ผลศึกษา AIA พบชาวสิงคโปร์ 51% มองการมีอายุยืนเป็น “ความกังวล” มากกว่าโอกาส หลังคาดมีช่องว่างราว 10 ปีระหว่างอายุขัยกับช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี ซีอีโอ AIA Singapore ชี้โจทย์ใหญ่ของสังคมสูงวัยต้องขยับจาก “Lifespan” สู่ “Healthspan” ให้ผู้คนมีชีวิตยืนยาวอย่างแข็งแรง เป็นอิสระ และมีคุณภาพชีวิต
“Healthspan”ความท้าทายของการมีอายุยืน
เว็บไซต์ AsiaInsuranceReview รายงานข่าว Wong Sze Keed ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIA Singapore กล่าวในในงาน AIA Healthcare Summit 2026 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Purposeful Longevity: Advancing Holistic Health Through Public-Private Partnerships” หรือ “การมีอายุยืนอย่างมีเป้าหมาย: ยกระดับสุขภาพแบบองค์รวมผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน”ว่า
เมื่อผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น คำถามสำคัญที่ตามมาไม่ใช่เพียงว่า “เราจะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหน” แต่คือ “คุณภาพของช่วงชีวิตที่ยาวนานขึ้นนั้นจะเป็นอย่างไร?” และ “เราจะมีชีวิตยืนยาวโดยยังคงมีสุขภาพดี มีศักดิ์ศรี สามารถพึ่งพาตนเอง และใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมายได้อย่างไร?”
เธอระบุว่า การพูดถึงเรื่อง Longevity หรือ”การมีอายุยืน” จำเป็นต้องก้าวข้ามแนวคิดที่มุ่งเพียงการเพิ่มจำนวนปีของชีวิต หรือ Lifespan เท่านั้น
“เรามีชีวิตยืนยาวกว่าในอดีต แต่ความท้าทายที่แท้จริงไม่ได้อยู่แค่ Lifespan หากอยู่ที่ Healthspan หรือจำนวนปีที่เรายังคงมีสุขภาพแข็งแรง กระฉับกระเฉง มีความสามารถในการฟื้นตัว และสามารถมีส่วนร่วมกับการใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่”
AIA จึงพยายามส่งเสริมให้ผู้คนก้าวข้ามมุมมองเรื่องสุขภาพที่แคบหรือมีข้อจำกัด และหันมามอง Wellbeing หรือ”สุขภาวะ” ในมิติที่เป็นองค์รวมมากขึ้น ครอบคลุมทั้งสุขภาพกาย สุขภาพจิต และสุขภาพทางการเงิน โดยแนวคิดเรื่องสุขภาพควรเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและสร้างขึ้นได้ในชีวิตประจำวัน
Wong กล่าวว่า “การมีชีวิตที่ดีในเอเชียซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย สะท้อนให้เห็นว่า การสูงวัยอย่างมีสุขภาพดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับการแพทย์หรือพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว ปัจจัยอย่างความสัมพันธ์และการเชื่อมโยงกับผู้คนในสังคม พฤติกรรมในชีวิตประจำวัน การมีส่วนร่วมกับชุมชน ตลอดจนการมีเป้าหมายในการดำเนินชีวิต ล้วนมีความสำคัญไม่แพ้กันในการช่วยให้ผู้สูงอายุยังคงมีความกระฉับกระเฉง สามารถพึ่งพาตนเอง และมีชีวิตที่เติมเต็ม”
อายุยืนกลายเป็น “ความกังวล”
แม้ประชากรสิงคโปร์จะมีอายุยืนยาวขึ้น แต่การมีชีวิตที่ยืนยาวกลับไม่ได้ถูกมองในแง่บวกสำหรับทุกคน
โดยผลสำรวจ AIA 2026 Longevity Study พบว่า 51% ของชาวสิงคโปร์มองการมีอายุยืนเป็น “ความกังวล” มากกว่าจะมองเป็น “โอกาส”
Wong อธิบายถึงสาเหตุของความกังวลดังกล่าวว่า แม้คนสิงคโปร์จะมีอายุยืนขึ้น แต่ผู้คนไม่ได้คาดหวังว่าช่วงชีวิตที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดจะเป็นช่วงเวลาที่มีสุขภาพแข็งแรง โดยเฉลี่ย ชาวสิงคโปร์คาดว่า ตนเองจะมีชีวิตอยู่จนถึงอายุ 80.2 ปี แต่เชื่อว่าสุขภาพจะเริ่มถดถอยตั้งแต่อายุประมาณ 70.2 ปีนั่นหมายความว่า ในมุมมองของประชาชน มีช่องว่างประมาณ 10 ปี ระหว่างช่วงอายุที่คาดว่าจะมีชีวิตอยู่กับช่วงเวลาที่คาดว่าจะยังคงมีสุขภาพดี
ความไม่แน่นอนดังกล่าวยิ่งเห็นได้ชัดในกลุ่มคนสิงคโปร์รุ่นใหม่ โดยคนหนุ่มสาวจำนวนมากคาดการณ์ว่า ช่องว่างระหว่าง Lifespan กับ Healthspan ของตนอาจกว้างยิ่งกว่านั้น
Wong จึงย้ำว่า นี่คือเหตุผลสำคัญที่สังคมจำเป็นต้อง “ปรับกรอบความคิดเรื่องการมีอายุยืน” แทนที่จะมุ่งเพียงการทำให้ผู้คน “มีชีวิตอยู่นานขึ้น” เป้าหมายควรเปลี่ยนเป็นการทำให้ผู้คน “มีชีวิตยืนยาวขึ้นอย่างมั่นใจ มีสุขภาวะที่ดี และมีเป้าหมายในการดำเนินชีวิต”
งาน AIA Healthcare Summit 2026 ครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 700 คน ครอบคลุมทั้งผู้กำหนดนโยบาย ผู้เชี่ยวชาญทางคลินิก นักนวัตกรรมเทคโนโลยี และผู้นำภาคธุรกิจ เพื่อร่วมกันหารือถึงความท้าทายด้านสังคม การเงิน และโครงสร้างพื้นฐาน ที่เกิดขึ้นจากการเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็วของสิงคโปร์
เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....
ทีมงาน INN WHY? รายการเพื่อผู้บริโภค ร่วมปฏิวัติความคิด ปรับเปลี่ยนชีวิต ก้าวสู่ความมั่นคง หลังเกษียณ
ติดตามเราได้ที่ไลน์แอด @INNWHY.TV หรือ Facebook.com/INNWHY.TV และ Youtube.com/c/innwhy
Contact us : INNWHY31@gmail.com

