AM Best คงมุมมอง ประกันวินาศภัยมาเลเซีย “มีเสถียรภาพ” รับเศรษฐกิจโต-เบี้ยประกันขยายตัว ขณะการเปิดเสรีเบี้ยประกันรถยนต์และอัคคีภัย รวมถึงมาตรการควบคุมเงินเฟ้อค่ารักษาพยาบาล ช่วยเสริมประสิทธิภาพตลาด แม้ยังเผชิญความเสี่ยงจากการค้าโลก ภูมิรัฐศาสตร์ และภัยน้ำท่วม
เว็บไซต์ AsiaInsuranceReview รายงานข่าว“AM Best” บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำระดับโลก ยังคงมุมมองแนวโน้มธุรกิจประกันวินาศภัยในมาเลเซียไว้ที่ระดับ “มีเสถียรภาพ” (Stable) โดยระบุว่า การดำเนินมาตรการด้านกฎระเบียบของภาครัฐ ประกอบกับการขยายตัวของเศรษฐกิจ กำลังสนับสนุนการเติบโตของเบี้ยประกันภัยอย่างแข็งแกร่งและช่วยเพิ่มระดับการเข้าถึงประกันภัยของประชาชน
นอกจากนี้ ธุรกิจประกันวินาศภัยของมาเลเซียยังได้รับประโยชน์จากการทยอยยกเลิกระบบกำหนดอัตราเบี้ยประกันภัยแบบตายตัว (de-tariffication) หรือการเปิดเสรีเบี้ยประกันภัยรถยนต์และประกันภัยอัคคีภัย รวมถึงมาตรการต่าง ๆ ที่มีเป้าหมายควบคุมการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อทางแพทย์ (Medical Inflation )
ประกันรถยนต์-อัคคีภัย
ยังเป็นเสาหลักของตลาด
AM Best ชี้ว่า ประกันภัยรถยนต์และประกันภัยอัคคีภัยยังคงเป็นผลิตภัณฑ์หลักของตลาดประกันวินาศภัยมาเลเซีย โดยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 65% ของเบี้ยประกันวินาศภัยทั้งหมด ทั้งนี้นับตั้งแต่การทยอยเปิดเสรีอัตราเบี้ยประกันภัยของผลิตภัณฑ์ทั้งสองประเภทเริ่มขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2559 (2016) การกำหนดราคาประกันภัยได้ปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่องไปสู่แนวทางที่อิงกับความเสี่ยงของผู้เอาประกันภัยมากขึ้น (risk-based pricing)
AM Best คาดว่า การยกเลิกอัตราเบี้ยประกันภัยแบบกำหนดตายตัวจะช่วยกระตุ้นให้บริษัทประกันภัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ มากขึ้น รวมถึงยกระดับคุณภาพการให้บริการ ทำให้ระดับเบี้ยประกันภัยสอดคล้องกับความเสี่ยงที่แท้จริงมากขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมของตลาด
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านดังกล่าวอาจสร้างแรงกดดันต่อผลกำไรจากการรับประกันภัย (underwriting margins) ในระยะปานกลาง เนื่องจากการแข่งขันด้านราคาอาจเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่บริษัทประกันภัยต้องปรับกลยุทธ์การกำหนดราคาให้สะท้อนความเสี่ยงของลูกค้าแต่ละรายมากขึ้น
Sin Yee Chuah นักวิเคราะห์อาวุโสด้านการเงินของ AM Best กล่าวว่า บริษัทประกันวินาศภัยในมาเลเซียยังคงรักษาผลกำไรจากการรับประกันภัยในระดับที่แข็งแกร่งได้ ด้วยการใช้แนวทางการรับประกันภัยที่มีวินัยและกลยุทธ์การกำหนดราคาที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยสนับสนุนความยั่งยืนของอุตสาหกรรมในระยะยาว
“บริษัทประกันวินาศภัยมาเลเซียยังคงรักษาผลกำไรจากการรับประกันภัยในระดับที่ดี ผ่านการรับประกันภัยอย่างมีวินัยและกลยุทธ์การกำหนดราคาที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งสนับสนุนความยั่งยืนของอุตสาหกรรมในระยะยาว โดยตลาดยังมีศักยภาพที่จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง”
กำไรรับประกันภัยดีขึ้น
ตลาดประกันวินาศภัยมาเลเซียมีกำไรจากการรับประกันภัยปรับตัวดีขึ้นในปี 2568 (2025) โดยมีอัตราส่วนรายจ่าย (Combined Ratio) อยู่ในช่วงระดับต่ำถึงกลางที่ 90% ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจมาเลเซียยังได้รับแรงสนับสนุนจากอุปสงค์ภายในประเทศที่มีความยืดหยุ่น โดยเฉพาะการบริโภคภาคครัวเรือนและการลงทุน นอกจากนี้ การส่งออกสินค้าในกลุ่ม อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า (electrical and electronics: E&E) ที่แข็งแกร่ง รวมถึงการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูล (data centre) ที่ยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศ
ศก.ยังเสี่ยงปมการค้าโลก/ภูมิรัฐศาสตร์
อย่างไรก็ตาม มุมมอง “มีเสถียรภาพ” ของ AM Best ยังคงเผชิญความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก โดย Victoria Ohorodnyk กรรมการและหัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ของ AM Best กล่าวว่า การที่มาเลเซียพึ่งพาการค้าระหว่างประเทศในระดับสูง ทำให้เศรษฐกิจมีความอ่อนไหวต่อความต้องการสินค้าในตลาดโลกที่อ่อนตัวลง การเพิ่มขึ้นของภาษีศุลกากรและการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค
“การพึ่งพาการค้าในระดับสูงของมาเลเซียทำให้เศรษฐกิจมีความเสี่ยงต่ออุปสงค์จากทั่วโลกที่อ่อนแอลง ภาษีศุลกากรที่สูงขึ้น และการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค ขณะที่ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกและการลงทุนภาคธุรกิจด้วย”
เล็งนำร่อง RESET Strategy ครึ่งหลัง
ในด้านประกันสุขภาพ มาเลเซียเตรียมเดินหน้าระยะนำร่องของ RESET Strategy ซึ่งเป็นโครงการที่นำเสนอแผนประกันสุขภาพและการประกันภัย/ตะกาฟุล (Takaful) แบบมาตรฐาน โดยมีองค์ประกอบของการร่วมจ่าย (Co-payment)
ซึ่งในระยะนำร่องของโครงการนี้มีเป้าหมายเริ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 (2026) และคาดว่า จะเปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบภายในต้นปี 2570 (2527)
โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงประกันสุขภาพในด้านราคา ตลอดจนเพิ่มความโปร่งใสในการกำหนดราคา และช่วยรับมือกับแรงกดดันจากต้นทุนทางการแพทย์ที่เพิ่มสูงขึ้น
น้ำท่วมยังเป็นความเสี่ยงสำคัญในระยะยาว
นอกจากความเสี่ยงทางเศรษฐกิจแล้ว ภัยน้ำท่วมยังคงเป็นความเสี่ยงปลายหาง (tail risk) ที่สำคัญสำหรับอุตสาหกรรมประกันภัยมาเลเซีย โดย AM Best ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมีแนวโน้มทำให้เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วเกิดขึ้นบ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้น ซึ่งอาจนำไปสู่ความผันผวนของผลประกอบการของบริษัทประกันภัยที่เพิ่มขึ้น
โดยรวมแล้ว AM Best มองว่า ธุรกิจประกันวินาศภัยมาเลเซียยังมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ทั้งจากการเติบโตของเบี้ยประกันภัย ผลกำไรจากการรับประกันภัยที่อยู่ในระดับดี การปรับโครงสร้างการกำหนดราคาให้สะท้อนความเสี่ยงมากขึ้น และมาตรการภาครัฐที่มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพของตลาด
อย่างไรก็ตาม บริษัทประกันภัยยังจำเป็นต้องบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน ต้นทุนการรักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นและภัยธรรมชาติจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....

ทีมงาน INN WHY? รายการเพื่อผู้บริโภค ร่วมปฏิวัติความคิด ปรับเปลี่ยนชีวิต ก้าวสู่ความมั่นคง หลังเกษียณ
ติดตามเราได้ที่ไลน์แอด @INNWHY.TV หรือ Facebook.com/INNWHY.TV และ Youtube.com/c/innwhy
Contact us : INNWHY31@gmail.com

