AM Best ชี้บริษัทประกันภัยต่อทั่วโลกสร้างผลตอบแทนเหนือกว่าต้นทุนเงินทุนเป็นที่ 3 ติดต่อกัน หลังปรับราคา–ลดความเสี่ยงพอร์ต หนุนผลรับประกันแข็งแกร่ง แม้ทุนและ Capacity ล้นตลาดกดดันราคาเข้าสู่ภาวะอ่อนตัว เบี้ยซอฟต์
เว็บไซต์ Insurance Asia รายงานข่าวอุตสาหกรรมรับประกันภัยต่อ (Reinsurance) ทั่วโลกยังคงสร้างผลตอบแทนในระดับสูงกว่าต้นทุนเงินทุนอย่างชัดเจนในปี 2025 นับเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ที่ผลประกอบการสามารถเอาชนะต้นทุนเงินทุนได้ โดยมีปัจจัยสำคัญมาจากการปรับราคาใหม่ (Repricing) และการลดระดับความเสี่ยงในพอร์ต (Derisking) ซึ่งช่วยผลักดันผลการรับประกันภัยให้แข็งแกร่ง
ข้อมูลดังกล่าวมาจากรายงานฉบับใหม่ของ AM Best ในหัวข้อ “Reinsurers’ Returns Exceed Cost of Capital Despite Softening Market” หรือ “ผลตอบแทนของบริษัทรับประกันภัยต่อยังสูงกว่าต้นทุนเงินทุน แม้ตลาดเริ่มอ่อนตัวลง”
รายงานระบุว่า ต้นทุนเงินทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (Weighted Average Cost of Capital: WACC) ของอุตสาหกรรมรับประกันภัยต่อทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 8.23% ในปี 2025 จาก 7.67% ในปี 2024 และในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 ต้นทุนเงินทุนถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก หรือ WACC ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแตะ 8.63%
อย่างไรก็ตาม แม้ต้นทุนเงินทุนจะสูงขึ้น บริษัทรับประกันภัยต่อส่วนใหญ่ยังสามารถสร้างผลตอบแทนได้ในระดับที่สูงกว่า สะท้อนความแข็งแกร่งด้านการทำกำไรของอุตสาหกรรมในช่วงที่ผ่านมา
ทุนล้นตลาด กดราคาเบี้ยอ่อนตัว
ในอีกด้านหนึ่ง ระดับเงินทุนและกำลังการรับประกันภัย (Capacity) ที่อยู่ในระดับสูงในตลาดโลก กำลังเพิ่มการแข่งขันและผลักดันให้ตลาดประกันภัยต่อเข้าสู่ภาวะ Softening Market หรือภาวะที่ราคาเบี้ยประกันภัยและเงื่อนไขการรับประกันภัยเริ่มผ่อนคลายลง โดยแนวโน้มดังกล่าวมีความชัดเจนและเร่งตัวขึ้นในปี 2026
Helen Andersen นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมรับประกันภัยต่อของ AM Best กล่าวว่า แม้สภาพตลาดจะอ่อนตัวลง แต่การปรับโครงสร้างโปรแกรมการรับประกันภัยต่อที่บริษัทต่าง ๆ ดำเนินการก่อนหน้านี้ยังคงรักษาไว้ได้ โดยมาตรการสำคัญประกอบด้วย การกำหนดข้อกำหนดและเงื่อนไขที่เข้มงวดขึ้น รวมถึงการปรับ Attachment Point หรือระดับความเสียหายที่บริษัทรับประกันภัยต่อต้องเริ่มเข้ามารับผิดชอบให้สูงขึ้นอย่างมาก
กล่าวอีกนัยหนึ่ง บริษัทประกันภัยต้นทางต้องรับความเสียหายไว้เองในระดับที่สูงขึ้น ก่อนที่ความคุ้มครองจากบริษัทรับประกันภัยต่อจะเริ่มทำงาน ซึ่งมาตรการเหล่านี้ช่วยให้บริษัทรับประกันภัยต่อสามารถบริหารความเสี่ยงจาก Secondary Perils หรือภัยรองที่เกิดขึ้นถี่และมีความรุนแรงเพิ่มขึ้นได้ดีขึ้น
Andersen กล่าวว่า แม้ภัยรองอาจไม่ได้สร้างความเสียหายขนาดมหาศาลในเหตุการณ์เดียวเหมือนมหันตภัยขนาดใหญ่ แต่เมื่อเกิดบ่อยครั้งขึ้น ความเสียหายสะสมสามารถสร้างแรงกดดันต่อผลประกอบการของบริษัทประกันภัยและบริษัทรับประกันภัยต่อได้อย่างมีนัยสำคัญ
ROE กลางแตะ 16.3%
ผลประกอบการของบริษัทรับประกันภัยต่อส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับแข็งแกร่งในปี 2025 โดยมีค่ามัธยฐานผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Median Return on Equity: ROE) อยู่ที่ 16.3% โดยระดับดังกล่าวต่ำกว่าสถิติสูงสุดที่ทำไว้ในปี 2023 เพียงเล็กน้อย และยังถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับต้นทุนเงินทุนของอุตสาหกรรม ตัวเลขนี้จึงสะท้อนว่า แม้การแข่งขันในตลาดรับประกันภัยต่อจะเริ่มเพิ่มขึ้น แต่บริษัทส่วนใหญ่ยังสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรจากธุรกิจได้ดี
ขณะเดียวกัน ต้นทุนส่วนของผู้ถือหุ้น (Cost of Equity) เพิ่มขึ้นเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน โดยแตะระดับ 9.6% ในปี 2025
เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ต้นทุนเงินทุนโดยรวมของอุตสาหกรรมสูงขึ้น แม้อัตราดอกเบี้ยจะปรับตัวลดลงก็ตาม
เมื่อพิจารณาภาพรวม รายงานของ AM Best สะท้อนว่า อุตสาหกรรมรับประกันภัยต่อโลกยังคงอยู่ในสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง หลังการปรับราคา การปรับเงื่อนไขความคุ้มครอง และการลดความเสี่ยงในพอร์ตในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ช่วยให้บริษัทสามารถสร้างผลตอบแทนเหนือกว่าต้นทุนเงินทุนได้ต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ทุนและ Capacity ที่อยู่ในระดับสูงกำลังทำให้การแข่งขันรุนแรงขึ้นและกดดันตลาดให้ Soft ลง ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาว่า ตลาดรับประกันภัยต่อจะสามารถรักษาระดับผลตอบแทนที่สูงกว่าต้นทุนเงินทุนไว้ได้ต่อไปหรือไม่
เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....
ทีมงาน INN WHY? รายการเพื่อผู้บริโภค ร่วมปฏิวัติความคิด ปรับเปลี่ยนชีวิต ก้าวสู่ความมั่นคง หลังเกษียณ
ติดตามเราได้ที่ไลน์แอด @INNWHY.TV หรือ Facebook.com/INNWHY.TV และ Youtube.com/c/innwhy
Contact us : INNWHY31@gmail.com

