บริษัทประกันในสิงคโปร์ขยายบทบาทจาก “คุ้มครอง” สู่ “ที่ปรึกษาความมั่งคั่ง” สอดรับดีมานด์ผู้บริโภคที่ต้องการมากกว่าความคุ้มครองชีวิตและสุขภาพ เร่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้านการออม การเกษียณ และการวางแผนมรดกรองรับ พบประชาชนเพียง 41% เท่านั้นที่มีประกันชีวิต
เว็บไซต์ Insurance Asia รายงานข่าวธุรกิจประกันภัยในสิงคโปร์กำลังปรับกลยุทธ์ครั้งสำคัญ จากการขายผลิตภัณฑ์คุ้มครองความเสี่ยงแบบดั้งเดิม ไปสู่การเป็นผู้ช่วยวางแผนทางการเงินแบบครบวงจร เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่มองหาการสร้างความมั่งคั่ง รายได้หลังเกษียณและการส่งต่อทรัพย์สินให้คนรุ่นต่อไป
Michelle Fang ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดบริษัท แมนูไลฟ์ ประเทศสิงคโปร์( Manulife) กล่าวว่า ปัจจุบันลูกค้าไม่ได้มองเรื่องการเงินแยกเป็นส่วน ๆ อีกต่อไป แต่ต้องการให้บริษัทประกันช่วยเชื่อมโยงทุกมิติของชีวิตทางการเงิน ตั้งแต่การคุ้มครองความเสี่ยง การดูแลสุขภาพ การวางแผนเกษียณ การสะสมความมั่งคั่ง ไปจนถึงการวางแผนส่งต่อมรดก
“ลูกค้าคาดหวังให้บริษัทประกันช่วยเชื่อมโยงทุกด้านของชีวิตทางการเงิน ไม่ใช่แค่ขายกรมธรรม์คุ้มครองเท่านั้น”
คนสิงคโปร์เห็นความสำคัญ
แต่ยังมีช่องว่างด้านความคุ้มครอง
แม้ความตระหนักเรื่องการวางแผนการเงินจะเพิ่มขึ้น แต่ระดับการถือครองประกันยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าที่ควร
โดยผลสำรวจ Manulife Asia Care Survey 2025 พบว่า 72% เชื่อว่า สุขภาพทางการเงินส่งผลต่อสุขภาพกาย ,70% มองว่าประกันช่วยสร้างความอุ่นใจในวัยเกษียณแต่มีเพียง 35% ที่ถือครองประกันโรคร้ายแรงและเพียง 41% ที่มีประกันชีวิต
Fang กล่าวว่า ค่าครองชีพที่สูงขึ้นและภาระทางการเงินที่หลากหลาย ทำให้ผู้บริโภคใช้จ่ายอย่างระมัดระวังมากขึ้น ส่งผลให้บริษัทประกันต้องแสดงให้เห็นถึง “คุณค่า” ที่มากกว่าการจ่ายค่าสินไหมทดแทนเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน
ความต้องการใหม่เปลี่ยนโมเดล
ดันประกันผสานการลงทุนและมรดก
แนวโน้มดังกล่าวกำลังเปลี่ยนรูปแบบการพัฒนาผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรม โดย แมนูไลฟ์ พบว่าความต้องการผลิตภัณฑ์ที่รวมการสะสมความมั่งคั่ง รายได้หลังเกษียณ การวางแผนส่งต่อมรดกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่ Singapore Life หรือ Singlife ก็พบแนวโน้มเดียวกัน โดย Helen Shen หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์กลุ่มบริษัท Singlife กล่าวว่า เมื่อสิงคโปร์ก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด (Super-aged Society) ความต้องการที่เติบโตเร็วที่สุดอยู่ใน 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ประกันการดูแลระยะยาว (Long-term Care) และผลิตภัณฑ์รายได้หลังเกษียณควบคู่การวางแผนมรดก
เธอกล่าวว่า ความต้องการประกันชีวิตกำลังเปลี่ยนจากการคุ้มครองเพียงอย่างเดียว ไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างรายได้ พร้อมส่งต่อความมั่งคั่งให้ทายาทในเวลาเดียวกัน
เกือบครึ่งใช้ประกัน
เครื่องมือส่งต่อทรัพย์สิน
ด้าน Etiqa Insurance เปิดเผยผลสำรวจการส่งต่อความมั่งคั่งปี 2025 พบว่า 49% ของชาวสิงคโปร์ใช้ประกันเป็นเครื่องมือในการส่งต่อทรัพย์สินให้คนรุ่นต่อไป
Claudia Soh รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่การเงินบริษัท Etiqa กล่าวว่า ”เมื่อผู้คนเข้าใกล้วัยเกษียณ ความสำคัญทางการเงินจะเปลี่ยนไปสู่การดูแลสุขภาพระยะยาว การรักษามูลค่าความมั่งคั่งและการวางแผนมรดกสำหรับครอบครัว”
แม้อุตสาหกรรมประกันภัยจะมุ่งสู่การบริหารความมั่งคั่งและการเกษียณมากขึ้น แต่ผู้บริหารหลายรายยอมรับว่า ความต้องการด้านการคุ้มครองพื้นฐานยังเข้าถึงประชาชนไม่มากพอ เพราะฉะนั้น บริษัทประกันจึงเริ่มขยายบริการไปสู่ด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและคุณภาพชีวิต เช่น Singlife เชื่อมโยงลูกค้ากับผู้ให้บริการด้านสุขภาพและการฟื้นฟูร่างกาย ,แมนูไลฟ์ ร่วมมือกับ Guardant Health ให้บริการตรวจคัดกรองมะเร็งหลายชนิด
นอกจากนี้ Etiqa พบว่า ธุรกิจประกันสัตว์เลี้ยงเติบโตประมาณ 20% เมื่อเทียบกับปีก่อน
โดยสรุป ทิศทางของตลาดประกันภัยในสิงคโปร์สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจาก “ประกันเพื่อคุ้มครองความเสี่ยง” ไปสู่ “ประกันเพื่อบริหารความมั่งคั่งตลอดช่วงชีวิต” อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในสังคมสูงวัยที่ประชาชนให้ความสำคัญกับรายได้หลังเกษียณ การดูแลสุขภาพระยะยาว และการส่งต่อทรัพย์สินมากขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นโมเดลสำคัญที่ตลาดประกันภัยในหลายประเทศเอเชีย รวมถึงประเทศไทย นำมาปรับใช้ในอนาคต
เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....
ทีมงาน INN WHY? รายการเพื่อผู้บริโภค ร่วมปฏิวัติความคิด ปรับเปลี่ยนชีวิต ก้าวสู่ความมั่นคง หลังเกษียณ
ติดตามเราได้ที่ไลน์แอด @INNWHY.TV หรือ Facebook.com/INNWHY.TV และ Youtube.com/c/innwhy
Contact us : INNWHY31@gmail.com

