Huntington ชี้ โจทย์ของตลาดประกันภัยเอเชียไม่ใช่เรื่อง “การเติบโต” แต่คือใครจะสามารถคว้าโอกาสจากการเติบโตได้ ขณะภัยพิบัติ ภูมิรัฐศาสตร์ กฎระเบียบ และความต้องการของลูกค้า ผลักดันให้ตลาดมุ่งสู่การรวมตัวและการสร้างแพลตฟอร์มระดับภูมิภาคมากขึ้น

เว็บไซต์  AsiaInsuranceReview  รายงานข่าวบทสัมภาษณ์ Huntington Partners ระบุ ตลาดประกันภัยและประกันภัยต่อในเอเชียกำลังเผชิญกับความแตกตัวและความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น โดยโจทย์สำคัญไม่ได้อยู่ที่ตลาดจะเติบโตหรือไม่ แต่คือ บริษัทใดจะอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดในการคว้าโอกาสจากการเติบโตของภูมิภาค

 “ความท้าทายของเอเชียไม่ใช่เรื่องการเติบโต แต่คือใครจะอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดในการคว้าโอกาสจากการเติบโตนั้น”

Huntington ระบุว่า ตลาดประกันภัยเอเชียยังคงมีลักษณะกระจัดกระจาย โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะเดียวกัน ปัจจัยต่าง ๆ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์  กฎระเบียบ  การลงทุนด้านเทคโนโลยี และความคาดหวังของลูกค้าที่สูงขึ้น กำลังทำให้ขนาดและศักยภาพในการดำเนินงานมีความสำคัญมากขึ้น

 “เมื่อปัจจัยเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกัน ก็จะกลายเป็นแรงผลักดันตามธรรมชาติให้เกิดการรวมตัวของตลาด” โดยคาดว่า บริษัทประกันภัยขนาดใหญ่และกลุ่มธุรกิจประกันภัยระหว่างประเทศจะยังคงมองหาโอกาสในการเข้าถึงเครือข่ายการจัดจำหน่ายในประเทศ  ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านและตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโต”

ช่องว่างความคุ้มครองภัยพิบัติ

โจทย์ใหญ่ตลาดเอเชีย

Huntington มองว่า ความท้าทายด้านภัยพิบัติทางธรรมชาติ หรือ Nat CAT ของเอเชีย “โดยพื้นฐานแล้วเป็นปัญหาด้านระดับการเข้าถึงประกันภัย มากกว่าจะเป็นปัญหาการขาดแคลนเงินทุนรองรับความเสี่ยง”

ในปี 2568(2025) ความเสียหายทางเศรษฐกิจจากภัยพิบัติทางธรรมชาติในเอเชียมีมูลค่าราว 65,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่มีเพียงประมาณ 8% เท่านั้นที่ได้รับความคุ้มครองจากระบบประกันภัย ขณะเดียวกัน ความเสียหายจากน้ำท่วมที่มีประกันภัยคุ้มครองยังคงเพิ่มขึ้นประมาณ 12% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงกว่าประมาณสองเท่าของอัตราที่พบในภูมิภาคอื่น ๆ ของโลก

อย่างไรก็ตาม ขีดความสามารถในการรับประกันภัย(Capacity) ในตลาดยังคงมีอยู่มาก โดย Aon ระบุว่า ขีดความสามารถในการรับประกันภัยในตลาดเอเชีย ณ ไตรมาส 2 ปี 2569 (2026)  อยู่ในระดับ “มีอยู่อย่างเหลือเฟือ” ขณะที่ราคาเบี้ยประกันภัยโดยทั่วไปปรับตัวลดลงประมาณ 1-10%

 “ความขัดแย้งที่ดูเหมือนเกิดขึ้นระหว่างสองปัจจัยนี้เป็นสิ่งที่บ่งชี้ได้อย่างชัดเจน กล่าวคือ แม้จะมีเงินทุนพร้อมรองรับความเสี่ยง แต่เงินทุนดังกล่าวจะไหลเข้าสู่ความเสี่ยงที่มีการสร้างแบบจำลองอย่างดีและมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”

Huntington มองว่า การลดช่องว่างด้านความคุ้มครองประกันภัย ( Protection Gap ) จะต้องอาศัยการพัฒนาแบบจำลองความเสี่ยงที่ดีขึ้น การเสริมความแข็งแกร่งของช่องทางจัดจำหน่ายในประเทศ และการใช้โครงสร้างการถ่ายโอนความเสี่ยงรูปแบบใหม่หรือทางเลือกอื่น ๆ มากขึ้น

ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์

เชื่อมโยงหลายธุรกิจเข้าด้วยกัน

ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์และความปั่นป่วนทางการค้ากำลังสร้างความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกันในหลายภาคธุรกิจ ตั้งแต่ การขนส่งทางทะเล  การบิน  ไซเบอร์  ประกันภัยสินเชื่อทางการค้า  ห่วงโซ่อุปทานไปจนถึงการหยุดชะงักทางธุรกิจ

Huntington กล่าวเพิ่มเติมว่า  ในสภาพแวดล้อมโลกที่มีความแตกตัวมากขึ้น เหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ไม่ได้เป็นเพียงเหตุการณ์ด้านความเสี่ยงทางการเมืองอีกต่อไป ดังนั้น บริษัทประกันภัยจำเป็นต้องทำความเข้าใจการกระจุกตัวของความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในกลุ่มลูกค้า คู่ค้า ห่วงโซ่อุปทาน และภูมิศาสตร์ต่าง ๆ แทนที่จะประเมินความเสี่ยงแต่ละประเภทแยกออกจากกัน”

 “เรื่องนี้ยังทำให้เหตุผลในการกระจายความเสี่ยงมีความสำคัญมากขึ้น  การเข้าซื้อกิจการ(Acquisitions) การสร้างพันธมิตร และการจัดตั้งแพลตฟอร์มระดับภูมิภาค ล้วนเป็นแนวทางที่ช่วยให้บริษัทประกันภัยสามารถขยายฐานการจัดจำหน่ายและกระจายฐานความเสี่ยงได้กว้างขึ้น”

ประกันภัยเฉพาะทาง

มีโอกาสขยายตัวทั่วเอเชีย

Huntington ยังมองเห็นโอกาสในการขยายการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ประกันภัยเฉพาะทาง(Specialty Insurance) ให้กว้างและลึกมากขึ้นทั่วเอเชีย โดยเฉพาะในช่วงที่ขีดความสามารถด้านนายหน้าประกันภัยเฉพาะทางและการรับประกันภัยเฉพาะด้านในภูมิภาคกำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

“ในอดีต ความเสี่ยงที่มีความซับซ้อนจำนวนมากจำเป็นต้องอาศัยการเข้าถึงตลาดลอนดอนและผู้เชี่ยวชาญจากตลาดดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การลงทุนเพิ่มเติมในบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญในท้องถิ่น รวมถึงการเพิ่มขีดความสามารถด้านการรับประกันภัยภายในภูมิภาค อาจช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้ความเชี่ยวชาญที่มีอยู่ในเอเชียเองมากขึ้น”

แพลตฟอร์มระดับภูมิภาค

ตอบโจทย์ตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สำหรับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ซึ่งตลาดประกันภัยยังมีลักษณะกระจัดกระจายและมีความแตกต่างกันทั้งในด้านกฎระเบียบ ลักษณะความเสี่ยง และระดับการเข้าถึงประกันภัยนั้น Huntington มองว่า แพลตฟอร์มระดับภูมิภาคกำลังกลายเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ

“แพลตฟอร์มลักษณะดังกล่าวสามารถผสานความรู้ความเข้าใจในตลาดท้องถิ่น เข้ากับเงินทุนจากต่างประเทศ ความเชี่ยวชาญด้านการรับประกันภัย และศักยภาพด้านการจัดจำหน่าย ได้ในเวลาเดียวกัน”

Huntington สรุปว่า  การเติบโตของตลาดประกันภัยในเอเชียจึงไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงการมีเงินทุนหรือ Capacity ที่เพียงพอเท่านั้น แต่ยังขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ประกอบการในการเข้าถึงตลาดท้องถิ่น การประเมินและบริหารความเสี่ยงที่ซับซ้อน การใช้เทคโนโลยีและแบบจำลองความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ ตลอดจนสร้างเครือข่ายการจัดจำหน่ายที่แข็งแกร่งในระดับภูมิภาค

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....