นีโอฯ มั่นใจ InterCare Asia 2018 เงินสะพัดกว่า 700 ลบ.

พลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวภายหลังเป็นประธานในพิธีเปิด InterCareAsia2018 ว่า ความร่วมมือของหน่วยงานทุกภาคส่วนกับการจัดงานในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า สังคมได้ตระหนักถึงคุณค่าและให้ความสำคัญกับผู้สูงอายุอย่างชัดเจน พร้อมเป็นการผนึกกำลังร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจเอกชนเพื่อส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในธุรกิจบริการผู้สูงอายุ และมีการนำเทคโนโลยีเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ คนพิการมาใช้ในวงกว้างผ่านงานแสดงสินค้าและบริการ ซึ่งถือเป็นเวทีสำหรับแสดงสินค้าและเทคโนโลยีผู้สูงอายุระดับเอเชีย

ทั้งนี้ในส่วนของรัฐบาล โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนได้เปิดประเภทการให้การส่งเสริมใหม่ 4 กิจการ ได้แก่
1. กิจการบริการสาธารณสุขด้านแพทย์แผนไทย เพื่อเป็นทางเลือกสำหรับการบริการในอนาคต
2. กิจการศูนย์การแพทย์เฉพาะทาง ด้านหัวใจ ด้านมะเร็ง และด้านไต
3. กิจการสถานพยาบาลในพื้นที่เฉพาะเพื่อเป็นการกระจายการให้บริการไปอย่างทั่วถึงสำหรับประชาชนในพื้นที่ห่างไกล
และ 4. กิจการบริการขนส่งผู้ป่วย แพทย์ หรืออุปกรณ์การแพทย์ ทั้งทางอากาศ ทางบก ทางเรือ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสถานพยาบาลได้รวดเร็ว

ซึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้สนับสนุนให้เกิดการลงทุนเพื่อยกระดับคุณภาพและบริการที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี ได้ให้การส่งเสริมการลงทุนแก่อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร ในพื้นที่ 3 จังหวัด (อีอีซี) ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ทั้งการผลิตอาหารทางการแพทย์ การผลิตเครื่องมือแพทย์และชิ้นส่วนอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงบริการทางการแพทย์ที่มีการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย

ขณะที่นายสืบพงษ์ สมิตทันต์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ บริษัท เอ็น.ซี.ซี.เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด หรือ นีโอ ในฐานะผู้จัดงาน กล่าวว่า บริษัทฯ เล็งเห็นถึงความสำคัญของการดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงวัยในประเทศไทย ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนกว่า 11 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 15 ของจำนวนประชากรทั้งหมด และคาดว่าในปี 2564 ไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ มีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ของจำนวนประชากร และจะเพิ่มสัดส่วนเป็นร้อยละ 28 ในปี 2568 บริษัทฯ จึงจัดงานต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 3 เพื่อตอบรับกับจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยในปีนี้นอกจากจะมีเป้าหมายในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ยังมีเป้าหมายในเรื่องการสร้างโอกาสให้กับกลุ่มผู้ประกอบการในธุรกิจสำหรับผู้สูงอายุให้สามารถเติบโต และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ด้วยโดยคาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานตลอดระยะเวลา 3 วัน มากกว่า 8,000 คน และเกิดการซื้อขายภายในงานมูลค่าไม่น้อยกว่า 700 ล้านบาท

ทั้งนี้งาน InterCare Asia 2018 มีการจัดแสดงสินค้ารวมทั้งบริการกว่า 180 บูธ แบ่งออกเป็น 5 โซนได้แก่
1. Homecare & Equipment เป็นกลุ่มประเภทอุปกรณ์และเครื่องมือในการดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และผู้พิการ เช่น วีลแชร์ วอร์คเกอร์ เครื่องช่วยฟัง อุปกรณ์ในการอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน
2. Rehabilitation โซนอุปกรณ์และเครื่องมือสำหรับการดูแลช่วยเหลือและปกป้องผู้สูงอายุ เช่น หุ่นยนต์ผู้ช่วย ศูนย์กระดูกและข้อ เครื่องช่วยเดินที่ออกแบบให้เหมาะสมกับลักษณะทางกายภาพ
3. Medical Tourism หรือ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และบริการที่เกี่ยวข้อง เช่น สถานบริการนวดแผนไทย รวมถึงการท่องเที่ยวที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ
4. Service กลุ่มสินค้าและสถานบริการสำหรับดูแลและช่วยเหลือผู้สูงอายุและผู้พิการ เช่น Nursing Home วีลแชร์ติดตั้งบนรถสำหรับผู้พิการ โรงพยาบาลที่ดูแลผู้สูงอายุโดยเฉพาะ
5. Nutritional Food รวมสินค้าและผลิตภัณฑ์ในกลุ่มอาหารเสริม สมุนไพร อาหารเฉพาะโรค อาหารเพื่อสุขภาพ เช่น อาหารที่มีไขมันต่ำ และมีส่วนประกอบที่ป้องกันและลดความเสี่ยงโรคที่เกิดกับผู้สูงอายุ มาจัดแสดง

นอกจากนี้ภายในงาน InterCare Asia 2018 มีการจัดประชุมสัมมนาโดยมีการบรรยายพิเศษที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่นในหัวข้อ รู้จักและรับมือกับโรคซึมเศร้า เพื่อการรับมือกับโรคซึมเศร้าอย่างถูกวิธี จากคุณรัตนิษฐา โพธิ์รักษา การบรรยายในหัวข้อบริหารเงินหลังเกษียณ สไตล์วัยเก๋า เพื่อการวางแผนทางการเงินแบบเตรียมความพร้อมสู่วัยเกษียณ จากคุณกิตติพัฒน์ แสนทวีสุข วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และการบรรยายในหัวข้อปรับบ้าน เพื่อความสุขของผู้สูง วัย (Elderly Homecare Solutions) เพื่อการใช้ชีวิตประจำวันที่สะดวกสบายขึ้น จากคุณนิวัฒน์ ธัญปิตินันทน์ กรรมการสายงานส่งเสริมการค้าและการลงทุน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นต้น