ยังไม่รวยก็แก่เสียแล้ว เราเห็นสัญญาณอะไรในประเทศไทย…???

 

2

 

การคืบคลานใกล้เข้ามาทุกขณะของ “สังคมผู้สูงอายุ” ในบ้านเรา “คนเกิดน้อยลง” และ “คนแก่” นับวันสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและหลีกเลี่ยงไม่ได้ และกำลังจะกลายเป็นภาระคนหนุ่มสาววัยทำงานที่อนาคตจะก้าวสู่สังคมสูงวัยที่นอกจากต้องรับผิดชอบชีวิตตนเองที่สูงวัย รวมถึงการรับภาระเลี้ยงดูผู้สูงอายุควบคู่ไปด้วย แต่ทั้งนี้หากเราวางแผนการออมเงินในวันนี้เพื่อการมีเงินไว้ใช้หลังเกษียณอย่างไม่ลำบากการดูแลผู้สูงอายุ และบุพการีให้สุขสบายนับเป็นเรื่องที่โชคดีของเรา แต่ถ้าวันนั้นมาถึงแล้วเราไม่มีเงินออมยามเกษียณแล้วเราจะอยู่อย่างไร ?

 

คุณสมโพชน์ เกียรติไกรวัล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร(DCEO) บริษัท โตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) ได้นำความรู้และแนวคิดการเตรียมตัวเริ่มต้นวางแผนชีวิต ในฐานะที่เป็นผู้นำตลาดประกันชีวิตแบบบำนาญ และผู้บุกเบิกนวตกรรมการเงินเพื่อการเกษียณของประเทศไทย มาฝากกัน ผ่านรายการ innwhy? และเว็บไซต์ innwhy.com  ซึ่งคุณสมโพชน์เล่าว่า เดี๋ยวนี้มีคำพูด “ยังไม่รวยก็แก่เสียแล้ว”  ถ้ามองไปที่คนสิงคโปร์ คนญี่ปุ่นกลุ่มนี้จะรวยแล้วค่อยแก่ พอแก่ก็มีเงินเลยไม่มีปัญหา แต่บ้านเรา “ยังไม่รวยเลยก็แก่เสียแล้ว” จึงอยากบอกสังคมไทยว่า วันนี้เรามีความจำเป็นต้องดูแลตัวเองที่กำลังจะเข้าสู่วัยสังคมสูงอายุในอนาคตกันได้แล้ว

 

 

คุณสมโพชน์ บอกว่า ประเทศไทยวันนี้คล้ายกับประเทศญี่ปุ่นในอดีตที่มีการคุมกำเนิดเพราะทุกคนกังวล เพราะต้องทำงาน บวกกับค่าครองชีพที่สูงจึงทำให้อัตราการเกิดต่ำมากจนรัฐบาลญี่ปุ่นตกใจ และวิธีหนึ่งในหลายวิธีของการแก้ปัญหาคือ การสร้างศูนย์เลี้ยงเด็กเล็กทั่วประเทศ มาวันนี้อัตราการเกิดของบ้านเราต่ำกว่าญี่ปุ่นแล้วแม้จะยังไม่มากนักแต่ก็เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้น

“…ผมเข้าใจว่าคนญี่ปุ่นอยากมีลูก แต่กังวลว่าจะเลี้ยงลูกอย่างไร เมื่อมีทางเลือกให้มีสถานที่รับเลี้ยงเด็กอยู่ใกล้กับที่ทำงานหรือใกล้บ้านก็ทำให้คนญี่ปุ่นคลายกังวลลง การเกิดจึงเพิ่มขึ้นแม้จะไม่มากแต่อย่างน้อยอัตราการเกิดของญี่ปุ่นสูงกว่าประเทศไทยที่อัตราการเกิดต่ำและมีจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งคนหนุ่มสาววัยทำงานในปัจจุบันพอเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุคือ 60 ปีหรือบางคนอาจเกษียณก่อน นอกจากมีภาระเพิ่มขึ้นจากการเลี้ยงดูตัวเองแล้วต้องดูแลผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งเราจะดูแลผู้สูงวัยและตัวเองให้สุขสบายแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับการวางแผนชีวิตของเราด้วย …”

ทั้งนี้ ผู้สูงอายุในประเทศญี่ปุ่นมีเป็นจำนวนมาก และมีกำลังซื้อสูง ที่นี่จึงมีบ้านพักผู้สูงอายุเพื่อรองรับผู้สูงอายุในทุกระดับ ใครมีเงินก็สามารถอยู่ในบ้านพักสูงอายุอย่างหรูหราได้ ถ้าใครมีเงินน้อยก็อยู่กลางๆได้แต่ก็ยังถือว่า มีการดูแลคุณภาพชีวิตที่ดีได้

ทั้งนี้ ผู้สูงอายุในประเทศญี่ปุ่นมีเป็นจำนวนมาก และมีกำลังซื้อสูง ที่นี่จึงมีบ้านพักผู้สูงอายุเพื่อรองรับผู้สูงอายุในทุกระดับ ใครมีเงินก็สามารถอยู่ในบ้านพักสูงอายุอย่างหรูหราได้ ถ้าใครมีเงินน้อยก็อยู่กลางๆได้แต่ก็ยังถือว่า มีการดูแลคุณภาพชีวิตที่ดีได้

สำหรับผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองได้ สามารถไปกินไปเที่ยวและพอตกกลางคืนก็กลับมานอนพักผ่อนได้ และที่นี่มีอาคารสำหรับผู้สูงอายุที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ใครที่เข้าไปอยู่ จนถึงวันที่เสียชีวิตก็จะมีการฌาปณกิจให้อย่างเรียบร้อยเลยทีเดียว

ที่ญี่ปุ่นมองว่า คนสูงอายุของประเทศมีมากกว่า 30% หรือหลายสิบล้านคน คนกลุ่มนี้คือ กลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงมาก ฉะนั้นกิจกรรมหรือสินค้าที่มุ่งไปกลุ่มผู้สูงอายุจึงมีมากมาย เช่น คนสูงอายุต้องการไปตลาดเพื่อไปซื้อกับข้าวมาทำอาหาร ปรุงอาหาร ก็ไปที่ห้างสรรพสินค้าซึ่งจะจัดมุมอาหารกึ่งสำเร็จและไม่สำเร็จรูปไว้ให้โดยไม่ต้องซื้อปลา หมู ผักเป็นกิโลกรัมกลับมาทำ เพราะมุมร้านอาหารได้เตรียมจัดผัก เนื้อสัตว์ให้ในปริมาณที่เหมาะสม จะรับประทาน 1-2คนก็ได้ มีทั้งเต้าหู้ หมู ปลา อยู่ในแพ๊ค พอซื้อกลับไปบ้านก็สามารถปรุงสำเร็จรับประทานกันได้เลย วันรุ่งขึ้นก็ไปซื้อใหม่ คนสูงอายุที่นี่จะกินอาหารสด ตลาดจึงปรับตัวให้เข้ากับลูกค้า

นอกจากนี้ในญี่ปุ่นยังมีตลาดขายของเครื่องใช้สำหรับคนสูงอายุโดยเฉพาะ เป็นเหมือนย่านคนสูงอายุที่ใครมาถึงแล้วจะได้ในสิ่งที่ต้องการ มีขายทุกอย่างที่เกี่ยวกับผู้สูงอายุ ใครจะซื้อไม้เท้า รองเท้า เสื้อผ้า เก้าอี้ รถเข็น ฯลฯ มีหมดขณะที่บ้านเรายังขายกระจัดกระจายอยู่

อย่างไรก็ตาม คุณสมโพชน์ มองว่า ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงปรับตัว เห็นได้จากตอนนี้มีหลายบริษัท หลายองค์กรเริ่มสนใจอยากไปดูบ้านพักผู้สูงอายุที่ญี่ปุ่น ซึ่งก็เข้าใจในจุดนี้ดีมีเดียว แต่ว่า ที่ญี่ปุ่นประเทศเขาค่อนข้างจะเข้มงวดตรงนี้มาก   ดังนั้น สัญญาณผู้สูงวัยในบ้านเราที่เริ่มมองเห็นนั้นเริ่มมีความชัดขึ้นแล้วว่า คนไทยวัยทำงานกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยเต็มรูปแบบในอีกไม่นาน จึงไม่อยากให้สังคมไทยรู้สึกว่า สังคมผู้สูงวัยเป็นเรื่องไกลตัวเพราะเป็นเรื่องที่ใกล้เข้ามาทุกขณะแล้ว.

Raveetawan

Blogger Travel : มีความฝันอยากเห็นคนไทยรุ่นใหม่เริ่มตระหนักการ วางแผนชีวิตตั้งแต่วัยน้อยๆทั้งการเก็บออมเงิน ให้ถูกที่ถูกทาง มีเงินใช้อย่างเพียงพอต่อค่าครองชีพ หลังหยุดทำงานเมื่อเข้าสู่วัย 55 ปีไปแล้วและ ดูแลสุขภาพกาย สุขภาพใจให้แข็งแรงให้พร้อมอยู่อย่างมาร์ทหลังเกษียณ