ในยุคที่ค่าใช้จ่ายทางการแพทย์พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและสังคมไทยก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) ได้ประกาศทิศทางใหม่ภายใต้แนวคิด “ความคุ้มครองสุขภาพพร้อมการดูแลครบวงจรที่คัดเลือกอย่างดีเพื่อคุณ” โดยมุ่งเน้นการส่งมอบประสบการณ์การดูแลสุขภาพที่เข้าถึงง่ายและตรงใจลูกค้าในทุกกลุ่ม
“D Health Light” ประกันเหมาจ่ายที่ “ได้ไปต่อ” เพื่อทุกช่วงชีวิต
ท่ามกลางกระแสความกังวลว่าประกันสุขภาพ “เหมาจ่าย” อาจไม่มีอีกต่อไป ล่าสุดเมืองไทยประกันชีวิตโดย “คุณสาระ ล่ำซำ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) ก็ออกมายืนยันว่า “ประกันสุขภาพเหมาจ่ายได้ไปต่อ” ด้วยการเปิดตัว D Health Light แผนประกันที่ออกแบบมาให้มีความยืดหยุ่นสูง (Personalization) เพื่อตอบโจทย์ทั้ง “เด็กเล็ก” ตั้งแต่อายุ 30 วัน ไปจนถึง “วัยเกษียณ” 90 ปี
ให้การคุ้มครองสูงสุด 5 ล้านบาทต่อครั้ง โดยเน้นย้ำความแตกต่างที่เป็นการจ่ายตามจริงต่อการเข้าพักรักษาตัวครั้งใดครั้งหนึ่ง ซึ่งช่วยให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าวงเงินจะไม่หมดไปกับโรคเดียวในหนึ่งปี
นับเป็นทางเลือกที่หลากหลาย ลูกค้าสามารถเลือกแผนการจ่ายเบี้ยที่เหมาะกับงบประมาณได้ ทั้งแบบ “จ่ายตั้งแต่บาทแรก” แบบ “มีความรับผิดชอบส่วนแรก (Deductible)” หรือแบบ “ร่วมจ่าย (Copayment)” ซึ่งช่วยให้เบี้ยประกันถูกลงและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ยังมี Convertible Option สิทธิพิเศษในการเปลี่ยนแผนจากแบบที่มีความรับผิดชอบส่วนแรก มาเป็นแบบจ่ายตั้งแต่บาทแรกได้เมื่อถึงวัยที่กำหนด (เช่น อายุ 11 ปี หรือช่วงเกษียณ 55-65 ปี) โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพใหม่
ยกระดับบริการสู่ “MTL Smile Hospital Network” และ “Health Buddy”
นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ เมืองไทยประกันชีวิตยังสร้างระบบนิเวศสุขภาพ (Ecosystem) ผ่านเครือข่ายโรงพยาบาลพันธมิตรที่คัดสรรมาแล้วกว่า 165 แห่งทั่วประเทศ ลูกค้าที่เข้ารับการรักษาในเครือข่ายนี้จะได้รับสิทธิประโยชน์พิเศษมากมาย เช่น:
ส่วนลดพิเศษ รับส่วนลดค่า Copayment 50% หรือส่วนลด Deductible 10%
เพิ่มความคุ้มครอง ขยายวงเงินความคุ้มครองเพิ่มขึ้น 20% (เช่น จาก 5 ล้าน เป็น 6 ล้านบาท) และเพิ่มจำนวนวันค่าห้องจาก 180 วัน เป็น 365 วัน
MTL Health Buddy บริการเพื่อนคู่คิดด้านสุขภาพ ที่มีพยาบาลคอยให้คำปรึกษา แนะนำแพทย์เฉพาะทาง และช่วยประสานงานนัดหมายโรงพยาบาล เพื่อให้การรักษารวดเร็วและแม่นยำที่สุด
Premier Legacy 99/1 และ 99/5: ป้องเงินทุนไหลออก แข่งขันระดับสากล
อย่างไรก็ตาม “คุณสาระ” ได้กล่าวถึงอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือแบบประกันชีวิต Premier Legacy (เปิดตัวไปก่อนหน้านี้หลายเดือนแล้ว) ที่ออกแบบมาเพื่อแข่งขันกับผลิตภัณฑ์ในต่างประเทศอย่างสิงคโปร์หรือฮ่องกง โดยการปรับโครงสร้างมูลค่าเงินสด (Cash Value) ให้คงที่อยู่ที่ 80% เพื่อให้ค่าเบี้ยประกันถูกลงอย่างมาก
เพราะเข้าถึงง่ายกว่า เนื่องด้วยในต่างประเทศอาจต้องใช้ทุนประกันขั้นต่ำสูงถึง 300 ล้านบาท (10 ล้านเหรียญ US) แต่ของเมืองไทยประกันชีวิตเริ่มที่ 10 ล้านบาท
ที่สำคัญมีความมั่นคงภายใต้กฎหมายไทย ช่วยลดความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ คปภ. ซึ่งสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้ากลุ่ม High Net Worth ในไทยได้มากกว่าการไปซื้อประกันในต่างประเทศ
“คุณสาระ ล่ำซำ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวทิ้งท้ายว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการในครั้งนี้ไม่ได้มองแค่เรื่องการขาย แต่เป็นการมองถึง “ความยั่งยืน” และการทำหน้าที่เป็นตัวช่วยในระบบนิเวศชีวิตของลูกค้า เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่มีคุณภาพและมาตรฐานเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ทันสมัยได้อย่างมั่นใจในระยะยาว.-
เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....
ทีมงาน INN WHY? รายการเพื่อผู้บริโภค ร่วมปฏิวัติความคิด ปรับเปลี่ยนชีวิต ก้าวสู่ความมั่นคง หลังเกษียณ
ติดตามเราได้ที่ไลน์แอด @INNWHY.TV หรือ Facebook.com/INNWHY.TV และ Youtube.com/c/innwhy
Contact us : INNWHY31@gmail.com



