ททท.ผนึกส.ภัตตาคาร-บล็อกเกอร์ บูมมัสมั่นไทยกระฉ่อนโลก

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า อาหารไทยเป็นเสน่ห์ที่สำคัญของการท่องเที่ยวไทย ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้อยากมาเที่ยวเมืองไทยและชิมอาหารไทย เช่น มัสมั่น ต้มยำกุ้ง แกงเขียวหวาน ผัดไทย ฯลฯ ต่างได้รับความนิยมไปทั่วโลก ทำให้ประเทศไทยมีความพร้อมในการเป็น Gastronomy Hub หรือศูนย์กลางด้านอาหารของโลก

ขณะที่นางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่า จากการที่เว็บไซต์ซีเอ็นเอ็นโกได้จัดอันดับ 50 เมนูอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก และปรากฎว่ามัสมั่นได้รับเลือกเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลกนั้น ตนจึงได้ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดโครงการอาหารไทยกระฉ่อนโลก “Amazing Thai Taste to the World” ชูจุดขายมัสมั่นไทย และจัดกิจกรรมเชฟปะทะบล็อกเกอร์ร่วมแข่งขันทำมัสมั่นในสูตรต่างๆ เผื่อหวังให้มัสมั่นไทยเป็นที่รู้จักในระดับโลก

โดยได้จัดกิจกรรมเผยแพร่มัสมั่นไทยในงาน Food & Hotel Thailand 2018 หรืองานแสดงสินค้าและเทคโนโลยี ด้านอาหาร เครื่องดื่ม อุปกรณ์ เครื่องใช้ในโรงแรม ภัตตาคาร การจัดเลี้ยง และการบริการนานาชาติ ครั้งที่ 26 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ ไบเทค บางนา เมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา ในงานมหกรรมอาหารและโรงแรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปี ซึ่งจัดกิจกรรมสร้าง Story Telling ของมัสมั่นไทยด้วยวัตถุดิบที่ใช้ปรุงและนำมาจากภาคต่างๆทั้งในชุมชนเมืองหลักและเมืองรอง หรือ Regional Thailand Signature Dishes อาหารไทยที่มีความหลากหลายและมาจากภูมิภาคต่าง ๆ

นอกจากนี้หวังสร้างประสบการณ์ของมัสมั่นไทยที่นักท่องเที่ยวควรลองชิมสักครั้ง ทั้งนี้สมาคมภัตตาคารไทยพร้อมเป็นช่องทางโปรโมทอาหารไทยให้ดังในระดับโลก และเพิ่มรายได้ของอาหารไทยในตลาดโลก

ด้านนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า ขอขอบคุณสมาคมภัตตาคารไทยและเหล่าบล็อกเกอร์ที่ได้ร่วมกันโปรโมทมัสมั่นไทย โดยคิด 8 สูตรของมัสมั่นขึ้นมาแข่งขัน อาหารไทยนั้นถือว่าเป็นหนึ่งในสินค้าทางการท่องเที่ยวที่สำคัญ และในปี 2560 อุตสาหกรรมอาหารไทยทำรายได้เข้าประเทศถึง 850,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าทำรายได้ที่เป็นสัดส่วนต่อจีดีพีของไทยอย่างมีนัยสำคัญ และเป็นอุตสาหกรรมที่เกื้อหนุนกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในเชิงของการส่งเสริมการท่องเที่ยวให้กระจายรายได้สู่ท้องถิ่น

ทั้งนี้นางสาวสาธิตา โสรัสสะ ประธานมีเดีย แอนด์ บล็อกเกอร์ คลับ กล่าวว่า ทางมีเดีย แอนด์ บล็อกเกอร์ คลับได้เข้ามาร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ในโครงการนี้ด้วย ได้ร่วมจัดกิจกรรมสนุกหรรษากับสมาคมภัตตาคารไทยและททท.บูมมัสมั่นไทยให้กระฉ่อนโลก ภายใต้กิจกรรม “เมื่อ 4 บล็อกเกอร์ ปะทะ 4 เชฟอาหารไทย อะไรจะเกิดขึ้น” มีการแข่งขันระหว่างทีมเชฟอาหารไทย 4 คน ประชันกับ ทีมบล็อกเกอร์ไทยอีก 4 คนคือ 1Travelista นักเดินทาง นักชิมทั่วไทยทั่วโลก รีวิวอาหารแล้วกว่า 50 ประเทศ และรางวัลบล็อกเกอร์อาหารยอดเยี่ยมปี59 2กินแก้มตุ่ยตะลุยเที่ยว บล็อกเกอร์อาหารดังสุดฮอตแห่งยุคมีคนตาม3เพจ 1ล้านคน อาหารอร่อยอยู่ที่ไหนไปที่นั่น และรางวัลบล็อกเกอร์อาหารยอดเยี่ยมปี 59 3 Lovelytrip บล็อกเกอร์สไตล์อาหารถิ่นมากประสบการณ์ ฝีมือทำอาหารไม่เป็นรองใคร และรางวัลบล็อกเกอร์อาหารยอดเยี่ยมปี59 4รีวิววนไปบายRinsa บล็อกเกอร์สาวผู้คว้ารางวัลบล็อกเกอร์ท่องเที่ยวอันดับ 1 Bloggang 4 ปีซ้อน ตระเวนสรรหาเมนูอร่อยทั่วทิศ โดยมีนายสืบวงศ์ แก้วทิพรัตน์ คอมเมนเตเตอร์ชื่อดังเป็นกรรมการตัดสิน

โดยแต่ละทีมนอกจากทำมัสมั่นให้อร่อยแล้ว ได้สร้างมัสมั่นไทยให้ดังกระหึ่มโลกในเครือข่ายโซเชี่ยลของตัวเอง สร้าง Gastronomy Tourism และ Thai locallicious ให้ดัง ซึ่งที่ผ่านมาสมาคมภัตตาคารไทย ได้ร่วมมือกับททท. และมีเดีย แอนด์ บล็อกเกอร์ คลับในหลายโครงการเพื่อรโปรโมทอาหารไทยให้โด่งดังทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งทั้ง 3 พันธมิตรได้ได้สร้างอีเว้นท์เผยแพร่อาหารไทยจานเด็ดๆ ไปสู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ เพื่อส่งเสริมให้อาหารไทยอยู่ในระดับแถวหน้าของโลกและเป็นจุดขายที่นักท่องเที่ยวต้องมาชิมให้ได้สักครั้งในชีวิต