ผลประกอบการครึ่งปีแรกนกแอร์ขาดทุนลดลง 14.8%

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันอากาศยานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากระดับ 63.54 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 83.30 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลในครึ่งปีแรก หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 31.10 ขณะที่ค่าใช้จ่ายของบริษัทเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.27 ส่งผลให้ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2561 บริษัทฯมีผลขาดทุนสุทธิ 774.68 ล้านบาท ซึ่งขาดทุนลดลงร้อยละ 14.78 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 909.00 ล้านบาท
“แม้ต้นทุนรวมของบริษัทปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น แต่รายได้รวมของบริษัทมีสัดส่วนเพิ่มสูงขึ้นมาจากรายได้จากค่าโดยสารและรายได้จากการให้บริการ อีกทั้งบริษัทยังสามารถลดค่าใช้จ่ายในส่วนของการซ่อมบำรุงเครื่องบินและค่าเช่าเครื่องบินต่อปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสารร้อยละ 25.26 เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ครึ่งแรกของปี 2561 บริษัทมีผลขาดทุนลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนเท่ากับ 134.32 ล้านบาท หรือขาดทุนลดลงร้อยละ 14.78 ถือว่าการดำเนินงานมีแนวโน้มที่ดีขึ้น”
นอกจากนี้ จะเห็นได้ว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2561 ก็ออกมาดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยมีผลขาดทุนสุทธิเพียง 26.88 ล้านบาท จากที่ช่วงเดียวกันของปีก่อนมีผลขาดทุนสุทธิสูงถึง 295.57 ล้านบาท แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าบริษัทกำลังแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกต้อง และในช่วงที่ผ่านมา นกแอร์ได้ปรับรูปแบบการบริการครั้งใหญ่ เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายในการใช้บริการทุกด้าน เช่น การร่วมมือกับไทยกรุ๊ปเพื่อเพิ่มสิทธิพิเศษเพิ่มเติมแก่ผู้โดยสารที่เป็นสมาชิกนกแฟนคลับ และสมาชิกรอยัล ออร์คิท พลัส ซึ่งผู้โดยสารจะได้รับไมล์สะสมของรอยัล ออร์คิท พลัส เมื่อเดินทางกับนกแอร์ และการขยายเส้นทางบินไปต่างประเทศเพิ่ม โดยเฉพาะการขยายเส้นทางบินไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ทำให้จำนวนผู้โดยสารในเส้นทางจีนเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 113.25 และอัตราการเติบโตผู้โดยสารโดยรวมเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.68 ในไตรมาส 2 ปี ขณะเดียวกันบริษัทได้พัฒนาและควบคุมความตรงต่อเวลาของเที่ยวบินให้มีประสิทธิภาพในการตรงต่อเวลาอยู่ที่ร้อยละ 85
เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....
ทีมงาน INN WHY? รายการเพื่อผู้บริโภค ร่วมปฏิวัติความคิด ปรับเปลี่ยนชีวิต ก้าวสู่ความมั่นคง หลังเกษียณ
ติดตามเราได้ที่ไลน์แอด @INNWHY.TV หรือ Facebook.com/INNWHY.TV และ Youtube.com/c/innwhy
Contact us : INNWHY31@gmail.com