สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (สำนักงาน คปภ.) ติดตามสถานการณ์ โครงสร้างประชากรไทยอย่างใกล้ชิด หลังสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เผยรายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาสหนึ่ง ปี 2569 โดยยกประเด็น “บ้านพักผู้สูงอายุ : ความท้าทายของบั้นปลายชีวิต” สะท้อนให้เห็นว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญ  ความท้าทายครั้งสำคัญจากการเปลี่ยนผ่านสู่ “สังคมสูงวัยระดับสมบูรณ์” (Aged Society) ซึ่งไม่เพียงเป็นประเด็นด้านสวัสดิการและสาธารณสุขเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงโดยตรงกับความมั่นคงทางการเงินของประชาชนและภาระของครัวเรือนในระยะยาวด้วย

รายงานดังกล่าวระบุว่า ประเทศไทยมีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางโครงสร้างครัวเรือนที่เปลี่ยนแปลงไป  โดยขนาดครัวเรือนมีแนวโน้มเล็กลง ครอบครัวเดี่ยวเพิ่มขึ้น และผู้สูงอายุจำนวนมากมีแนวโน้มต้องอยู่อาศัยเพียงลำพัง  หรือขาดผู้ดูแลในช่วงบั้นปลายชีวิต ส่งผลให้ “บริการดูแลผู้สูงอายุ” และ “บ้านพักผู้สูงอายุ” มีแนวโน้มได้รับความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกัน ผู้สูงอายุยังมีความเสี่ยงเผชิญภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการดูแลระยะยาว(Long – term Care) ที่เพิ่มสูงขึ้นตามอายุและภาวะพึ่งพิง โดยข้อมูลของ สศช. ยังสะท้อนให้เห็นว่า การเข้าสู่สังคมสูงวัยของไทยกำลังเกิดขึ้นพร้อมกับความเปราะบางด้านฐานะทางเศรษฐกิจของครัวเรือน โดยรายงานภาวะสังคมไทย ไตรมาสหนึ่ง ปี 2569 ระบุว่า หนี้ครัวเรือนไทย ณ สิ้นไตรมาสสี่ ปี 2568 อยู่ที่ 16.44 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 86.7 ของ GDP แม้การขยายตัวของหนี้ครัวเรือนจะชะลอลง แต่คุณภาพหนี้ยังต้องเฝ้าระวัง โดยยอดสินเชื่อค้างชำระเกิน 90 วัน (NPLs) มีมูลค่า 1.31 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.6 จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนข้อจำกัดด้านสภาพคล่องและความสามารถในการรองรับค่าใช้จ่ายไม่คาดคิดของครัวเรือนไทย

ท่ามกลางบริบทดังกล่าว การวางแผนบริหารความเสี่ยงทางการเงินตั้งแต่วัยทำงานเป็นเรื่องจำเป็นมากขึ้น โดยเฉพาะการเตรียมหลักประกันรองรับความเสี่ยงด้านสุขภาพ การเจ็บป่วยร้ายแรง การสูญเสียรายได้ และค่าใช้จ่ายในวัยสูงอายุ เพื่อช่วยลดความเปราะบางทางเศรษฐกิจของครัวเรือนและลดภาระของบุตรหลานในอนาคต ทั้งนี้ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ประกันภัยควรพิจารณาให้เหมาะสมกับช่วงวัย ความจำเป็น และกำลังชำระเบี้ยประกันภัย รวมถึงศึกษารายละเอียด ความคุ้มครอง เงื่อนไข และข้อยกเว้นของกรมธรรม์อย่างรอบคอบ

ทั้งนี้ ในบริบทของสังคมสูงวัยที่ประชาชนมีแนวโน้มเผชิญความเสี่ยงด้านสุขภาพ ภาวะทุพพลภาพ การขาดรายได้ประจำ ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการดูแลระยะยาวที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การวางแผนทางการเงินจึงไม่อาจมุ่งเน้นเพียงการออมหรือ   การลงทุนเพื่อสร้างความมั่งคั่งในอนาคตเท่านั้น หากแต่จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงควบคู่กันไปด้วย เนื่องจากเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นตลอดช่วงชีวิตสามารถส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงิน และทำให้เงินออมหรือผลตอบแทนจากการลงทุนที่สะสมมาเป็นเวลานานลดลงหรือสูญเสียไปได้ “การประกันภัย” จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการบริหารความเสี่ยงทางการเงินที่ช่วยรองรับภาระค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด ลดผลกระทบจากเหตุการณ์ที่อาจส่งผลต่อรายได้และคุณภาพชีวิต ตลอดจนสร้างหลักประกันให้แก่ตนเองและครอบครัว โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและการดูแลในวัยสูงอายุซึ่งมีแนวโน้ม  เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ การมีความคุ้มครองที่เหมาะสมจึงเปรียบเสมือนการวางรากฐานทางการเงินที่มั่นคงก่อน การต่อยอดสู่การออมและการลงทุนในระยะยาว

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....