นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยถึงทิศทางการขับเคลื่อนธุรกิจประกันภัย โดยมุ่งเน้นนโยบายการสร้างความเชื่อมั่น (Trust) ให้กับประชาชน พร้อมเร่งแก้ปัญหาหนี้กองทุนประกันวินาศภัยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เอาประกันภัย ยืนยันไม่ทิ้งปัญหา คาดจะได้ข้อสรุปที่ชัดเจนในเร็วๆ นี้

นายชูฉัตร กล่าวว่า ปัจจุบันอัตราการเข้าถึงการทำประกันภัย (Penetration rate) ของประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 5% กว่าๆ โดยมีเบี้ยประกันภัยรับรวมกว่า 900,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับบางประเทศที่มีอัตราการเข้าถึงสูงถึงหลัก 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ ถือว่าไทยยังมีช่องว่างในการเติบโตอีกมาก

 ดังนั้น คปภ. จึงมีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจ และมุ่งเน้น การสร้างความเชื่อมั่น (Trust) ต่อระบบประกันภัยให้เกิดขึ้น โดยปัจจุบันภาพรวมมีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการประกันภัยประมาณ 20,000 เรื่องต่อปี จากจำนวนกรมธรรม์กว่า 100 ล้านฉบับ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนที่น้อยมากเพียง 0.00 กว่าเปอร์เซ็นต์

อย่างไรก็ตาม คปภ. มองว่าปัญหาเรื่องร้องเรียนและการเคลมยังคงทำให้ประชาชนบางส่วนมีความเข้าใจผิด จึงได้ ตั้งเป้าหมายสำคัญที่จะต้องลดจำนวนเรื่องร้องเรียนลงอย่างน้อย 15% ภายในปีนี้ และจะต้องลดลงให้ได้มากขึ้นเรื่อยๆ ในปีถัดๆ ไป

สำหรับประเด็นใหญ่เรื่องการจัดการหนี้ของกองทุนประกันวินาศภัย นายชูฉัตร ระบุว่า ปัจจุบัน มีเจ้าหนี้ซึ่งเป็นผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบประมาณ 600,000 ราย คิดเป็นมูลหนี้รวมกว่า 50,000 ล้านบาท

 หากใช้วิธีการทยอยจ่ายหนี้ตามลำดับด้วยเงินสมทบจากบริษัทประกันวินาศภัย (จัดเก็บในอัตรา 0.5% ต่อปี) อาจจะต้องใช้เวลายาวนานถึง 50-60 ปีจึงจะสามารถชำระได้ครบถ้วน

ด้วยเหตุนี้ กระทรวงการคลังและบอร์ด คปภ. จึงได้มอบนโยบายเร่งด่วนให้ คปภ. เข้ามาช่วยกองทุนฯ ในการหาแนวทางบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและเจ้าหนี้ให้เร็วที่สุด

“คปภ. ขอรับรองว่าเราไม่เคยละเลยหรือละเว้นปัญหานี้ เราคิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะต้องหาทางช่วยเหลือเจ้าหนี้และผู้เอาประกันภัยให้ได้ ไม่ว่าด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง โดยคาดว่าภายในอีก 3-4 เดือนนับจากนี้ สำนักงาน คปภ. น่าจะได้ข้อสรุปและแนวทางที่ดี ซึ่งจะมีการจัดแถลงข่าวเพื่อให้เกิดความชัดเจนอีกครั้ง” นายชูฉัตร กล่าวย้ำความมั่นใจในตอนท้าย.-

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....