ในโอกาสที่ เอไอเอ ประเทศไทย ก้าวเข้าสู่ปีที่ 88 ในปี 2025 นี้ ยักษ์ใหญ่แห่งวงการประกันชีวิตได้เผยทิศทางธุรกิจที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในกลุ่มประกันสุขภาพที่ครองส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ในไตรมาสที่ 3 ของปีที่ผ่านมาสูงถึง 50% ท่ามกลางความตื่นตัวของผู้บริโภคที่หันมาทำประกันสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในช่วงต้นปีที่ผ่านมา

เอไอเอ เดินหน้าเจาะตลาดประกันสุขภาพ

                 คุณเอกรัตน์ ฐิติมั่น ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรกิจประกันสุขภาพ  เอไอเอ ประเทศไทย  เปิดเผยว่า ประกันสุขภาพมีโอกาสท่ามกลางความท้าทาย แม้ตลาดจะเติบโต แต่เอไอเอ มองว่าอัตราการเข้าถึงประกันสุขภาพเอกชนของคนไทยยังอยู่ที่เพียง 10% กว่าๆ เท่านั้น ซึ่งถือว่ายังมีโอกาสเติบโตได้อีกมหาศาลเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว

                โดยมีกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือ กลุ่มผู้สูงอายุและผู้มีโรคเรื้อรัง ซึ่งเดิมมักจะเข้าถึงประกันได้ยาก และนวัตกรรมการแพทย์และการดูแลแบบป้องกัน (Longevity & Prevention) ด้วยปัจจุบันมีการขยายความคุ้มครองไปถึงการป้องกันก่อนป่วย เช่น วัคซีน ไม่ใช่แค่การรักษาเมื่อเจ็บป่วยแล้ว

                อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมนี้ยังต้องเผชิญความท้าทายเรื่อง “ความเชื่อใจ” ของผู้บริโภคต่อความโปร่งใสในการปรับเบี้ยประกัน และปัญหา “ค่ารักษาพยาบาลเฟ้อ” (Medical Inflation) ที่ส่วนหนึ่งเกิดจากการใช้ทรัพยากรทางการแพทย์เกินความจำเป็นในกลุ่มอาการเจ็บป่วยเล็กน้อย

                บริษัทจึงได้มีโครงการ AIA Smart Network” ขึ้นมาซึ่งเป็นกลยุทธ์แบบ “วิน-วิน” เชื่อมต่อโรงพยาบาล-ลูกค้า-บริษัท เพื่อแก้ปัญหาความยั่งยืน ซึ่ง เอไอเอได้ผลักดัน AIA Smart Network อันเป็นการทำงานร่วมกับเครือข่ายโรงพยาบาลที่ผ่านการคัดเลือกทั้งด้านคุณภาพการรักษาและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม ซึ่งมีโรงพยาบาลเอกชนรวมทั้งหมดประมาณ 151 แห่ง และรัฐอีกกว่า 1,000 แห่ง

                โดยมีหัวใจสำคัญคือ “ความเชื่อใจกันระหว่างบริษัทและโรงพยาบาล” หากแพทย์ยืนยันว่าจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลตามมาตรฐานทางการแพทย์ เอไอเอพร้อมจะรับฟังและอนุมัติการเคลมเพื่อลดข้อโต้แย้ง

สิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่าสำหรับลูกค้าในเครือข่าย

                ด้าน คุณชลิดา นครชัย ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด กล่าวเสริมว่า สำหรับโครงการ AIA Smart Network เป็นการสร้างระบบนิเวศสุขภาพที่เน้นการทำงานร่วมกับโรงพยาบาลเครือข่ายที่ได้รับการคัดเลือกจากคุณภาพการรักษาและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม โดยมอบสิทธิประโยชน์พิเศษที่ครอบคลุมทั้งในด้านความคุ้มครองที่เพิ่มขึ้น ความรวดเร็วในการบริการ และความสะดวกสบาย ดังนี้

                เพิ่มวงเงินคุ้มครอง 20% สำหรับลูกค้าที่มีแผนประกันสุขภาพแบบเหมาจ่าย เช่น แผน Health Happy หรือ H&S Plus หากเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเครือข่าย AIA Smart Network จะได้รับวงเงินคุ้มครองผลประโยชน์สูงสุดต่อรอบปีกรมธรรม์เพิ่มขึ้นอีก 20%

                เพิ่มความคุ้มครองกรณีโรคร้ายแรง ในแผน Health Happy ที่มีการเบิ้ลความคุ้มครองเมื่อเป็นโรคร้ายแรง สิทธิพิเศษนี้จะท็อปอัพเพิ่มให้อีก 20% เช่น จากวงเงิน 25 ล้านบาท เมื่อเบิ้ลเป็น 50 ล้านบาท จะได้รับเพิ่มอีกเป็น 60 ล้านบาททันที

                ขยายวันครองเตียงสูงสุด 365 วัน สำหรับแผนประกันรุ่นเก่าที่มีการจำกัดจำนวนวันค่าห้องหรือค่ารักษาพยาบาล (เช่น เดิมจำกัด 125 วัน) จะได้รับการขยายให้ครอบคลุมการรักษาได้สูงสุดถึง 365 วัน

                อนุมัติเคลมไวภายในไม่กี่วินาที การเคลมแบบไม่ต้องสำรองจ่าย (Cashless Claims) สำหรับผู้ป่วยนอก (OPD) ในเครือข่ายนี้ 93% ใช้เวลาอนุมัติเฉลี่ยเพียง 18-90 วินาที ขณะที่ผู้ป่วยใน (IPD) สามารถทราบผลอนุมัติเบื้องต้นได้ในเวลาที่รวดเร็วมาก

                การอนุมัติล่วงหน้า (Pre-authorization) ลูกค้าสามารถขออนุมัติค่ารักษาพยาบาลล่วงหน้าก่อนการผ่าตัดได้ ช่วยให้มั่นใจเรื่องค่าใช้จ่ายก่อนเข้ารับการรักษาจริง

                ลดปัญหาการปฏิเสธเคลม เอไอเอใช้หลักความเชื่อใจ (Trust) กับโรงพยาบาลในเครือข่าย หากแพทย์ยืนยันความจำเป็นในการนอนโรงพยาบาลตามมาตรฐานทางการแพทย์ เอไอเอ พร้อมจะรับฟังและอนุมัติการเคลมได้ง่ายขึ้น ลดความกังวลของลูกค้าและตัวแทน

                ตรวจสอบค่าใช้จ่ายล่วงหน้า ลูกค้าสามารถเช็คราคาแพ็กเกจการรักษาผ่านแอปพลิเคชัน AIA+ ซึ่งจะช่วยคำนวณวงเงินความคุ้มครองที่มีและประเมินค่าใช้จ่ายส่วนเกินให้ทราบล่วงหน้า

                 แพ็กเกจราคาพิเศษ มีการทำข้อตกลงราคาแพ็กเกจการรักษาพิเศษเฉพาะสำหรับลูกค้า AIA ในโรงพยาบาลเครือข่าย Smart Network

 

ลุยประกันกลุ่ม (Corporate) คุมต้นทุนให้องค์กร

                นอกจากนี้คุณเอกรัตน์ ฐิติมั่น ยังกล่าวต่อว่า สำหรับลูกค้าองค์กร เอไอเอ ได้เปิดตัวแผน GHS Smart Pro ที่จูงใจให้พนักงานเลือกใช้บริการในเครือข่าย Smart Network เพื่อช่วยชะลอการเพิ่มขึ้นของเบี้ยประกันรายปีให้กับนายจ้าง ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดีมากจากกลุ่ม HR เนื่องจากสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีกว่าแผนแบบเปิดทั่วไป

                คุณเอกรัตน์ เน้นย้ำว่าเป้าหมายหลักไม่ใช่แค่การชิงส่วนแบ่งการตลาดด้วยสงครามราคา แต่คือการสร้าง Ecosystem ที่ยั่งยืน หากทุกบริษัทประกันหันมาบริหารจัดการเครือข่ายโรงพยาบาลในลักษณะนี้ จะช่วยให้โรงพยาบาลรักษามาตรฐานการรักษาที่สมเหตุสมผล ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้บริโภคในระยะยาว

                ทั้งนี้หากเปรียบเทียบให้เห็นภาพ กลยุทธ์ AIA Smart Network เปรียบเสมือนการสร้าง “เลนพิเศษบนทางด่วน” ที่มีการคัดกรองรถ (โรงพยาบาล) ที่มีสภาพดีและขับขี่ตามกฎเข้าสู่ระบบ เมื่อทุกคนรักษากติกา รถก็สามารถวิ่งได้เร็วขึ้น (เคลมไว) มีความปลอดภัยสูง (มาตรฐานการรักษาดี) และประหยัดพลังงาน (ควบคุมค่ารักษาไม่ให้แพงเกินจริง) ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทุกคนที่อยู่บนเส้นทางนี้.-

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....