ในโลกธุรกิจประกันภัยที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความคาดหวังของผู้บริโภคไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การซื้อกรมธรรม์เพื่อความคุ้มครองเท่านั้น แต่ยังมองหา “ที่ปรึกษา” ที่สามารถดูแลความเสี่ยงและวางแผนการเงินได้อย่างรอบด้าน นี่จึงเป็นที่มาของความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน (THAIFA) ภายใต้การนำของ “คุณประภาพร ลิขสิทธิ์” นายกสมาคมฯ ที่ได้เปิดตัวหลักสูตรระดับพรีเมียม “THAIFA Prime” เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรม

ก้าวข้ามขีดจำกัด จากตัวแทนสู่ที่ปรึกษาแบบ One Stop Service

              แนวคิดหลักของหลักสูตรนี้เกิดจากการมองเห็นช่องว่างระหว่างประกันชีวิตและประกันวินาศภัย ซึ่งในสายตาของประชาชนทั่วไปมักจะมองว่าเป็น “การประกัน” เหมือนกัน คุณประภาพร เน้นย้ำว่า “ความรู้ของตัวแทน คือโอกาสของลูกค้า” ฉะนั้นการที่ตัวแทนมีความรู้ลึกและกว้างเพียงพอ จะช่วยให้สามารถบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management) ให้กับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดแบบ One Stop Service

            หลักสูตร THAIFA Prime ไม่ใช่เพียงหลักสูตรการอบรมทั่วไป แต่เป็นหลักสูตรเชิงลึกที่ได้รับความเห็นชอบและบรรจุอยู่ในแผนพัฒนาคนกลางประกันภัยของสำนักงาน คปภ. โดยในรุ่นที่ 1 นี้ มีผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 32 คน ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ และส่วนใหญ่เป็นระดับผู้บริหาร C-Level จากบริษัทประกันภัยชั้นนำและตัวแทนระดับ Top 100 ขององค์กรที่มีประสบการณ์งานมากกว่า 5-10 ปี

เข้มข้นด้วยเนื้อหา และการสนับสนุนจาก คปภ.

            กำหนดการสำคัญของหลักสูตรนี้คือ พิธีปฐมนิเทศที่จะจัดขึ้นในวันที่ 6 มีนาคม 2569 นี้ ณ สำนักงาน คปภ. (วปส.) โดยได้รับเกียรติจากเลขาธิการ คปภ. “คุณชูฉัตร ประมูลผล” มาร่วมเป็นประธานเปิดงาน ตลอดระยะเวลาการเรียนการสอน ผู้เข้าอบรมจะต้องจัดทำผลงานทางวิชาการใน 2 หัวข้อหลักที่เป็นเทรนด์สำคัญของโลกปัจจุบัน ได้แก่

  1. การพัฒนาตัวแทนสู่ Holistic Advisor: เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือระดับสูงสุด
  2. บทบาทของตัวแทนกับกฎหมาย PDPA และ ESG: ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานในอนาคต

               ผลงานเหล่านี้จะถูกนำเสนอในวันปิดหลักสูตรวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้ทาง คปภ. สามารถนำไปต่อยอดใช้ประโยชน์ในแผนงานระดับนโยบายต่อไป

การวางรากฐานเพื่อความยั่งยืน “บอร์ดหลักสูตร” และ “ศูนย์ฝึกอบรมใหม่”

“คุณประภาพร” ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อให้หลักสูตร THAIFA Prime มีความต่อเนื่องและไม่ยึดติดกับตัวบุคคล สมาคมฯ ได้มีการแก้ไขข้อบังคับเพื่อจัดตั้ง “บอร์ดหลักสูตร” ขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีวาระการทำงาน 4 ปี เพื่อรักษามาตรฐานและคุณภาพของหลักสูตรในระยะยาว แม้จะมีการเปลี่ยนวาระนายกสมาคมฯ ก็ตาม แต่บอร์ดชุดแรกนายกสมาคมฯ จะเป็นประธานบอร์ดโดยตำแหน่งไปก่อน ส่วนชุดต่อๆ ไปจะมีการเลือกใหม่ตามวาระ

              นอกจากนี้ เพื่อรองรับการขยายตัวในรุ่นถัดไป (รุ่นที่ 2 คาดว่าจะเปิดรับสมัครในเดือนมิถุนายน) สมาคมฯ ได้ตัดสินใจลงทุนครั้งใหญ่ด้วยการซื้อพื้นที่เพิ่มเติมในตึกเดิมขนาด 321 ตารางเมตร โดยสามารถเจรจาต่อรองราคาจาก 11 ล้านบาท เหลือเพียง 7 ล้านบาท พื้นที่นี้จะถูกพัฒนาให้เป็นศูนย์อบรมที่ทันสมัย (In-house Training) พร้อมจอ LED และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อลดต้นทุนการเช่าโรงแรมในระยะยาว และยังเป็นสิทธิประโยชน์ให้กับสมาชิกสมาคมฯ ได้เข้ามาใช้ประโยชน์อีกด้วย คาดว่าจะแล้วเสร็จพร้อมใช้งานในเดือนสิงหาคมนี้

อย่างไรก็ตามการขับเคลื่อนหลักสูตร THAIFA Prime และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของสมาคมฯ ภายใต้การนำของ “คุณประภาพร ลิขสิทธิ์” ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการจัดอบรมเพื่อหาผลกำไร แต่เป็นการสร้าง “ซิกเนเจอร์” ด้านวิชาการของคนไทยเพื่อคนไทยเอง และเพื่อให้มั่นใจว่าตัวแทนประกันภัยในยุคหน้า จะเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และเป็นที่พึ่งพาให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง ในฐานะที่ปรึกษาการเงินแบบองค์รวมที่มีมาตรฐานระดับสากล

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....