ในงาน ASEAN Life Insurance Leadership Program 2026 ผู้นำประกันชีวิตอาเซียน (ALIP 2026) “ดร.สุธี โมกขะเวส” กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ได้บรรยายพิเศษฉายภาพรวมของอุตสาหกรรมประกันชีวิตที่กำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนสำคัญ

โดยระบุว่าแม้ตลาดจะเริ่มนิ่งด้วยปัจจัยทางประชากรและ GDP ที่เติบโตช้า แต่ความต้องการความคุ้มครอง หรือ Protection Gap ในเอเชียกลับโตขึ้นถึง 35% เมื่อเทียบกับปี 2017 ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญที่บริษัทประกันต้องปรับตัวจากการเน้นปริมาณสู่การสร้าง “คุณค่า” อย่างแท้จริง

@ พลิกโมเดลสุขภาพ “ป้อง กัน” มากกว่า “รักษา”

หนึ่งในประเด็นหลักที่ ดร.สุธี ให้ความสำคัญคือการเปลี่ยนบทบาทของบริษัทประกันจากการเป็นเพียงผู้จ่ายค่าสินไหมเมื่อเจ็บป่วย มาเป็นผู้สนับสนุนด้านสุขภาพ โดยมุ่งเน้น การป้องกัน (Prevention) มากกว่าการรักษาผ่านนวัตกรรมต่างๆ อาทิ

โครงการ Care Cover การพัฒนาเครือข่ายคลินิกปฐมภูมิที่มีมาตรฐานสูง สะอาด และน่าใช้งาน เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงการรักษาเบื้องต้นได้ง่าย ช่วยลดต้นทุนการไปโรงพยาบาลใหญ่โดยไม่จำเป็น

Telemedicine (การแพทย์ทางไกล) ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายลงได้กว่า 50% และสร้างประสบการณ์ที่ดีขึ้นให้กับลูกค้า โดยเฉพาะในโรคพื้นฐาน เช่น อาการผื่นปวดหัว หรือท้องเสีย

MTL Fit & Healthy Reward การนำเทคโนโลยี Wearable มาสร้างแรงจูงใจให้ลูกค้าออกกำลังกาย โดยมอบส่วนลดเบี้ยประกันสูงสุดถึง 15% ตามสุขภาพที่ดีขึ้น ซึ่งเป็นการสร้าง Engagement ในรูปแบบ Gamification

@ การปฏิวัติด้วย AI จากการคำนวณสู่การตัดสินใจ

ดร.สุธี ได้เปิดเผยถึงพลังของ Generative AI ที่เข้ามาเปลี่ยนโลกการทำงานอย่างสิ้นเชิง โดยยกตัวอย่างการทดลองให้ AI ออกแบบการคำนวณเบี้ยประกัน (Pricing) ซึ่ง AI สามารถทำเสร็จได้ในเวลาเพียง 5 นาที และให้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกับนักคณิตศาสตร์ประกันภัยที่ใช้เวลาทำงานถึง 2 สัปดาห์ โดยมีความแตกต่างกันไม่ถึง 5%

นอกจากนี้ AI ยังถูกนำมาใช้ในกระบวนการตรวจสอบการเคลม (Claims Analytics) เพื่อป้องกันการเรียกเก็บค่ารักษาที่สูงเกินจริงหรือผิดปกติจากโรงพยาบาล ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนโดยรวมของระบบประกันภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ดร.สุธี ย้ำว่าเป้าหมายไม่ใช่การแทนที่คนทั้งหมด แต่เป็นการสร้าง Augmented Agent หรือตัวแทนที่เปี่ยมศักยภาพด้วยเครื่องมือดิจิทัลและระบบการเรียนรู้แบบ Adaptive Learning ที่ถอดแบบมาจากอุตสาหกรรมวิดีโอเกม

@ รับมือ “Silver Economy” และสังคมสูงวัย

ในบริบทของสังคมสูงวัย ดร.สุธี มองเห็นโอกาสใหญ่ในธุรกิจ Silver Economy โดยเมืองไทยประกันชีวิตได้ร่วมมือกับพันธมิตรสร้าง Silver Center เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น รวมถึงการปรับปรุงผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตให้ยืดหยุ่นและเข้าถึงได้ง่ายขึ้นสำหรับกลุ่มคนโสดหรือครอบครัวที่ไม่มีบุตร (SINKs & DINKs)

@ ความปลอดภัยของข้อมูล: หัวใจสำคัญของความเชื่อมั่น

ในโลกดิจิทัล ดร.สุธี ยอมรับว่าความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดคือ Cyber Security และการปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA เนื่องจากข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลที่ละเอียดอ่อนสูง ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจทำลายความเชื่อมั่นของลูกค้าได้ทันที

ดร.สุธี ทิ้งท้ายด้วยการย้ำว่า “การกระทำพูดดังกว่าคำพูด” (Action speaks louder than words) ธุรกิจประกันชีวิตในอีก 20 ปีข้างหน้าจะต้องก้าวออกนอกกรอบเดิมๆ ไม่จำกัดตัวเองอยู่แค่การขายกรมธรรม์ แต่ต้องบูรณาการเข้ากับอุตสาหกรรมสุขภาพและ Wellness อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความมั่นคงที่ยั่งยืนให้แก่ผู้เอาประกันในทุกช่วงวัย.-

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....