จากการที่กองทุนประกันวินาศภัย (กปว.) ได้จัดการแถลงข่าวประจำปี 2568 เพื่อสรุปผลการดำเนินงานและแผนงานสำหรับปี 2569 โดย “นายชนะพล มหาวงษ์” ผู้จัดการกองทุนประกันวินาศภัย ได้เปิดเผยถึง ภารกิจหลักอันหนักอึ้งของ กปว. ในการเป็นผู้ชำระบัญชีของบริษัทที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตจำนวน 5 แห่ง ซึ่งประกอบด้วย บริษัท เอเชียประกันภัย, เดอะวันประกันภัย, ไทยประกันภัย, อาคเนย์ประกันภัย, และสินมั่นคงประกันภัย พร้อมทั้งการชำระหนี้ให้กับประชาชนผู้เอาประกันภัย
ภาพรวมหนี้สินและสถานะการเงิน ณ สิ้นปี 2568
นายชนะพล เปิดเผยว่า ในภาพรวม กปว. ได้ดำเนินการชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้รวมแล้วกว่า 140,000 ราย เป็นวงเงินมากกว่า 9,000 ล้านบาท จากเงินกองทุนทั้งหมดสำหรับผลการดำเนินงานในรอบปี 2568 นั้น กปว. ได้ชำระหนี้ไปทั้งสิ้น 29,000 กว่าราย คิดเป็นวงเงิน 1,340 กว่าล้านบาท อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบัน สถานะหนี้สินที่ยังคงค้างอยู่ถือเป็นภาระหนัก โดยมี เจ้าหนี้ค้างอยู่เกือบ 800,000 ราย (ประมาณ 790,000 กว่าราย) คิดเป็นวงเงินรวม เกือบ 70,000 ล้านบาท
ผู้จัดการ กปว. ยอมรับว่า ปัจจุบันมีช่องทางเดียวที่ใช้ในการชำระหนี้คือ เงินสมทบที่เข้ามา 2 ครั้ง เท่านั้น โดยในรอบปี 2568 ที่ผ่านมา กองทุนฯ ยังไม่ได้รับการสนับสนุนเงินจากรัฐบาล หรือจากสำนักงาน คปภ. (คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย) แต่อย่างใด
ปัญหาใหญ่: ความล่าช้า 50 ปี หากไม่ได้รับการสนับสนุน
เมื่อถูกสอบถามถึงมาตรการและความล่าช้าในการชำระหนี้ นายชนะพล มหาวงษ์ กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบันเป็นเรื่องยากลำบากอย่างยิ่ง เนื่องจาก กปว. ไม่มีอำนาจหรือมาตรการใดๆ ในการหาเงินมาเพิ่มเติมได้เอง ต้องเสนอเรื่องไปที่ คปภ. ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลทั้งหมด
หากคำนวณจากเงินที่กองทุนสามารถชำระได้ (ประมาณพันสี่ล้านบาท) เมื่อเทียบกับจำนวนหนี้ที่ค้างอยู่เกือบ 70,000 ล้านบาท คาดว่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 47-50 ปี ในการชำระหนี้คืนแก่ประชาชนจนครบถ้วน ซึ่งเป็นประเด็นที่ กปว. ถูกตั้งคำถามและตอบยากมากว่ารัฐจะปล่อยให้การชำระหนี้ใช้เวลานานถึง 50 ปีได้อย่างไร
ความคืบหน้าการชำระบัญชีและทรัพย์สิน
ในส่วนของภารกิจการชำระบัญชีบริษัทประกันภัยที่ถูกเพิกถอนอนุญาต กปว. ได้ดำเนินการชำระสะสางทรัพย์สินและหนี้สินต่างๆ
ปัจจุบัน สังหาริมทรัพย์ เช่น อุปกรณ์สำนักงาน โต๊ะ เก้าอี้ รถยนต์ และคอมพิวเตอร์ ได้ถูกขายไปแล้วเกือบ 95% หรือเกือบ 100% นายชนะพลยกตัวอย่างความโชคดีที่ กปว. เพิ่งขายอุปกรณ์สำนักงานในอาคารที่หาดใหญ่ (ซึ่งมีตึกอยู่เกือบ 10 แห่ง) ไปได้ประมาณเดือนกว่า ก่อนที่สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้จะเกิดขึ้น
สำหรับ อสังหาริมทรัพย์ ทั่วประเทศ ขณะนี้ได้มีการติดป้ายประกาศจำหน่ายไว้แล้ว กปว. กำลังว่าจ้างบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์เพื่อประเมินราคาให้ยุติธรรมที่สุดตามสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน คาดว่าใน ปี 2569 อสังหาริมทรัพย์น่าจะสามารถขายได้เกิน 50% โดยเฉพาะทรัพย์สินของบริษัท สินมั่นคงประกันภัย ที่มีจำนวนอสังหาริมทรัพย์อยู่เยอะกว่าทุกบริษัท
แจ้งเตือนสำคัญ: เจ้าหนี้บริษัทเจ้าพระยาประกันภัย
นายชนะพล ได้ฝากเตือนผ่านสื่อมวลชนถึงกรณีของ บริษัท เจ้าพระยาประกันภัย ซึ่ง กปว. ได้ดำเนินการชำระบัญชีเสร็จสิ้นแล้ว และได้ยื่นฟ้องให้ล้มละลายแล้วใน ปี 2568
- เจ้าหนี้ของบริษัทเจ้าพระยาประกันภัยทุกประเภท จะต้องไปยื่นขอรับชำระหนี้ต่อศาลล้มละลายกลาง หรือศาลล้มละลายทั่วประเทศ ภายในวันที่ 22 ธันวาคม 2568 เหลือเวลาประมาณ 19-20 วันเท่านั้น
- นอกจากนี้ ใน ปี 2569 กปว. คาดหวังว่าจะสามารถชำระบัญชีบริษัทอื่นแล้วเสร็จเพื่อส่งเข้าสู่คดีล้มละลายได้อีก 1 บริษัท
เร่งติดตาม “เงินค้างท่อ” และลดระยะเวลาการจ่ายเงิน
จากการตรวจสอบพบว่า มีเงินจำนวนมากที่ กปว. อนุมัติจ่ายแล้ว แต่เจ้าหนี้ยังไม่มารับ (เรียกว่า “เงินค้างท่อ”)
- เงินค้างท่ออนุมัติจ่ายแล้ว: ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568 มีเจ้าหนี้ที่ได้รับการอนุมัติจ่ายเงินจากคณะกรรมการบริหารกองทุนแล้ว แต่ยังไม่มาขอรับเงินจาก กปว. จำนวนกว่า 30,000 ราย คิดเป็นเงิน 446 ล้านบาท เงินเหล่านี้ประกอบด้วยหนี้ของบริษัทเก่าๆ เช่น สัมพันธ์ประกันภัย สัจจะประกัน และเอเชียประกันภัย
- เงินค่าสินไหมทดแทนที่ล่วงพ้นอายุความ: มีเงินสินไหมที่ลูกค้าทำเคลมไว้กับบริษัท แต่ไม่ได้มารับจนล่วงพ้นอายุความ 2 ปี แล้วบริษัทต้องนำส่งเงินให้กองทุน อีกประมาณ 110 ล้านบาท จำนวน 25,000 ราย
กปว. จะเก็บเงินทั้งสองก้อนนี้ไว้ให้เจ้าหนี้เป็นระยะเวลา 10 ปี ก่อนที่เงินจะตกเป็นของกองทุน จึงฝากสื่อมวลชนช่วยประชาสัมพันธ์ให้เจ้าหนี้เหล่านี้มารับเงินคืนโดยเร็ว
ปรับปรุงกระบวนการจ่ายเงินให้เร็วขึ้น
และเพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชน แม้ว่าเงินที่จะจ่ายมีจำกัด แต่ กปว. ได้ปรับปรุงขั้นตอนการทำงานคือ
- ลดระยะเวลา: หลังจากการยืนยันสิทธิ์ขอรับเงินกับ กปว. เรียบร้อยแล้ว (บอร์ดอนุมัติ) ระยะเวลาการจ่ายเงินได้ถูกปรับลดจาก 60 วันทำการ เหลือเพียง 30 วันทำการ
- การปรับปรุงนี้มาจากการปรับปรุงกระบวนการและกฎระเบียบ ทำให้การอนุมัติจ่ายเงินบางส่วนสามารถอยู่ภายใต้อำนาจของผู้จัดการกองทุนโดยไม่ต้องผ่านคณะกรรมการทั้งหมด ซึ่งเดิมจะใช้เวลา 60 วันเหลือ 30 วัน
- การจ่ายเงินจะเรียงตามวันที่มีการยื่นคำทวงหนี้ (ใครยื่นก่อนจ่ายก่อน) และใช้ระบบของธนาคารกรุงไทยในการโอนเงิน เมื่อมีการจ่ายเงินแล้ว จะมีการแจ้งผ่าน SMS และอีเมล
แผนงาน ปี 2569: การหาทางออกและสร้างความเชื่อมั่น
นายชนะพลกล่าวว่า แม้จะต้องเผชิญกับความยากลำบากในการทำงาน (โดยเฉพาะตัวชี้วัดความพึงพอใจและความเชื่อมั่นในระบบประกันภัย ที่ประชาชนตั้งคำถามว่า “ทำไมยังไม่ได้เงิน”) แต่ กปว. ยังคงเดินหน้าแผนงานที่สำคัญใน ปี 2569
- เร่งรัดการตรวจสอบคำขอ: ปัจจุบันมีคำขอที่รอดำเนินการตรวจสอบอีกเกือบ 600,000 ราย ในปี 2569 กปว. คาดว่าจะสามารถตรวจสอบคำขอได้ประมาณ 300,000 กว่าราย โดยมีการจ้างผู้เชี่ยวชาญ (outsource) เพื่อเร่งสปีดงานจากเดิมที่ตรวจสอบได้เพียง 2,000-3,000 รายต่อเดือน เป็น 30,000 กว่ารายต่อเดือน
- จ้างที่ปรึกษาเพื่อวางแผนโครงสร้างหนี้: กปว. ได้จ้างที่ปรึกษาทางการเงินและกฎหมายเพื่อมาดูโครงสร้างหนี้ทั้งหมด และหาทางออกว่าจะมีรูปแบบการชำระหนี้อย่างไร และเงินจะเข้ามาในรูปแบบใด ผลการศึกษาจากที่ปรึกษาคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วง ไตรมาสแรกของปี 2569
- พัฒนาช่องทางดิจิทัล (Digital Transformation): เพื่อป้องกันความสับสนในการยื่นคำทวงหนี้และคิวการรับเงิน (ซึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งปิดบริษัทหลายแห่ง) กปว. ได้ยืนยันให้เจ้าหนี้ใช้ช่องทางออนไลน์เป็นหลัก เจ้าหนี้สามารถยืนยันตัวตนและสิทธิ์การรับเงินผ่านระบบได้โดยไม่ต้องเดินทางมาที่กองทุน:
◦ Thai ID
◦ แอปพลิเคชัน ทางรัฐ
◦ Line @GIFSmart
การทำความเข้าใจกับเจ้าหนี้
นายชนะพล มหาวงษ์ ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการสื่อสารกับเจ้าหนี้ที่มีอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ใหญ่ๆ เช่น สงขลา/หาดใหญ่ ที่มีเจ้าหนี้กว่า 20,000 ราย
นอกจากนี้ กปว. ยังขอชี้แจงความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสิทธิ์ในการยื่นคำขอรับชำระหนี้ โดยเฉพาะกรณีของบริษัท สินมั่นคงฯ:
- เจ้าหนี้ที่มายื่นขอรับชำระหนี้ ภายหลัง 60 วัน ยังคงสามารถยื่นได้ แต่จะอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ ไม่ได้สิทธิ์ให้กองทุนจ่ายเงินให้โดยตรง
- เจ้าหนี้กลุ่มนี้จะต้องรอไปขอเฉลี่ยทรัพย์จากกองทรัพย์สินของบริษัทที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต
- เจ้าหนี้จากสัญญาประกันภัยมีบุริมสิทธิ์เหนือเจ้าหนี้ทั่วไป (เช่นเดียวกับเจ้าหนี้ภาษีอากรและแรงงาน)
นายชนะพล สรุปว่า สถานะของ กปว. ในปี 2568 และ 2567 ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก และเชื่อว่าหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ปี 2569 ก็น่าจะยังคงเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน การแก้ไขปัญหาหนี้สินที่สั่งสมนี้จำเป็นต้องอาศัยการสนับสนุนจากมาตรการของรัฐบาลอย่างเร่งด่วน เพื่อให้ประชาชนได้รับเงินคืนภายในระยะเวลาที่เหมาะสม และเสริมสร้างความมั่นใจในระบบประกันภัยของประเทศ.
เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....
ทีมงาน INN WHY? รายการเพื่อผู้บริโภค ร่วมปฏิวัติความคิด ปรับเปลี่ยนชีวิต ก้าวสู่ความมั่นคง หลังเกษียณ
ติดตามเราได้ที่ไลน์แอด @INNWHY.TV หรือ Facebook.com/INNWHY.TV และ Youtube.com/c/innwhy
Contact us : INNWHY31@gmail.com




