วันนี้ 23 พฤษภาคม 2565 มีผู้เอาประกันโควิด (เจ้าหนี้) กับบริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) ลูกหนี้ ยื่นคำคัดค้านการขอฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ประมาณ 200 ราย จากเจ้านวนเจ้าหนี้ประมาณ 460,000 รายเศษ ซึ่งคาดเดาว่าน่าจะทยอยมายื่นคำคัดค้านที่ศาลล้มละลายกลางทุกวัน โดยบรรดาเจ้าหนี้อาจเข้าใจว่า เมื่อยื่นคำคัดค้านแล้ว จะทำให้ได้รับชำระหนี้เร็วขึ้น หรือหากไม่ยื่นคำคัดค้าน จะทำให้เสียสิทธิในการได้รับชำระหนี้

ศาลล้มละลายกลางขอชี้แจงว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการแจ้งให้บรรดาเจ้าหนี้ทราบตามกฎหมายว่าศาลล้มละลายกลาง มีคำสั่งรับคำร้องและนัดไต่สวนคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ ในวันที่ 15 สิงหาคม 2565 เวลา 9.00นาฬิกา หากเจ้าหนี้ประสงค์จะคัดค้าน ก็มีสิทธิยื่นคำคัดค้านได้ตามกฎหมาย ทั้งนี้ การคัดค้านหรือไม่คัดค้านคำร้องขอ มิได้ทำให้บรรดาเจ้าหนี้เสียสิทธิในการได้รับชำระหนี้แต่อย่างใด โดยศาลต้องไต่สวนถึงเหตุอันสมควรและช่องทางในการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ผู้ร้องขอก่อน หากศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการจะเข้าสู่ขั้นตอนการทำแผนฟื้นฟูกิจการ และประกาศให้บรรดาเจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ภายในกำหนด 1 เดือน นับแต่วันโฆษณาคำสั่งตั้งผู้ทำแผน ดังนั้นเจ้าหนี้ที่ไม่ประสงค์จะคัดค้านการฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ ก็ไม่จำต้องมายื่นคำคัดค้านต่อศาลในขณะนี้ และท่านจะไม่เสียสิทธิในฐานะเจ้าหนี้ โดยจะมีขั้นตอนที่ให้เจ้าหนี้ไปยื่นคำขอรับชำระต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หลังจากศาลมีคำสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแล้วติอไป

อนึ่ง การขอรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย ไม่ว่ากรณีที่ลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด (ล้มละลาย) หรือศาลสั่งให้ฟื้นฟูกิจการ เจ้าหนี้จะต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ภายในกำหนด ในกรณมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะรวบรวมทรัพย์สินของลูกหนี้ทั้งหมดเท่าที่มี มาแบ่งเฉลี่ยชำระให้แก่บรรดาเจ้าหนี้ตามอัตราส่วน ส่วนกรณีฟื้นฟูกิจการ ผู้ทำแผนจะกำหนดให้เจ้าหนี้แต่ละประเภท มีสิทธิได้รับชำระหนี้ตามอัตราส่วน ตามระยะเวลาและวิธีการที่กำหนดในแผนฟื้นฟูกิจการต่อไป

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....