วิริยะประกันภัยเผยความพร้อมรับนโยบาย คปภ. ที่กำหนดให้ลูกค้าโอนเบี้ยประกันภัยเข้าบริษัทโดยตรง เริ่มมกราคม 2570 ชี้ระบบหลังบ้านพร้อมรองรับแต่ต้องใช้เวลาปรับตัว ยันไม่รีบสื่อสารหวังคุมแรงกระเพื่อมในตลาด พร้อมชูมาตรฐานคัดเลือกตัวแทนคุณภาพสูง

คุณดลเดช สัจจวีระกุล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการเตรียมความพร้อมของบริษัทต่อข้อกำหนดของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ที่มุ่งเน้นให้มีการโอนเงินเบี้ยประกันภัยเข้าสู่บริษัทโดยตรง (e-Payment) โดยระบุว่าในฟากของบริษัทได้มีการเตรียมการในฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายบัญชีและการเงิน เพื่อทำความเข้าใจและตรวจสอบระบบที่มีอยู่ ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีความพร้อมในระดับหนึ่งและจะพร้อม 100% เมื่อถึงเวลาบังคับใช้

กำหนดดีเดย์ 1 มกราคม 2570 ยอมรับเป็นเรื่องละเอียดอ่อน

สำหรับกำหนดการบังคับใช้กฎเกณฑ์ดังกล่าวจะเริ่มในเดือนมกราคม พ.ศ. 2570  ซึ่งนายดลเดชยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนสำหรับตัวแทนและคู่ค้าอย่างมาก เนื่องจากปัจจุบันสัดส่วนการชำระเบี้ยผ่านตัวแทนสูงถึง 80-90%

 “การเปลี่ยนแปลงนี้จึงไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะเป็นวัฒนธรรมการทำงานที่ทำมานานบนพื้นฐานของความไว้วางใจ”

ห่วงกระทบระบบ “ความเชื่อใจ” และการผ่อนชำระ

ประเด็นหลักที่บริษัทมีความกังวลคือ “ความไม่เข้าใจของตัวแทนและลูกค้า”  เนื่องจากพฤติกรรมลูกค้าที่ผ่านมามีความผูกพันและไว้เนื้อเชื่อใจตัวแทนสูง

 นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องการ “ผ่อนชำระ” ซึ่งปัจจุบันลูกค้าจำนวนมากผ่อนชำระตรงกับตัวแทนด้วยความเชื่อใจแบบพี่น้อง

 หากต้องเปลี่ยนมาโอนตรงเข้าบริษัท ลูกค้าอาจต้องปรับมาใช้ระบบบัตรเครดิตแทน ซึ่งอาจเป็นภาระของตัวแทนที่ต้องไปทำความเข้าใจกับลูกค้าที่ไม่มีบัตรเครดิตหรือคุ้นเคยกับการผ่อนเป็นงวด

เตรียมแผนสื่อสารครึ่งปีหลัง เลี่ยงแรงกระเพื่อม

คุณดลเดชระบุว่า บริษัทมีแผนจะเริ่มสื่อสารและทำความเข้าใจกับตัวแทนอย่างจริงจังในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมนี้ เพื่อให้ผ่านพ้นช่วงครึ่งปีแรกไปก่อน โดยย้ำว่าจะ “ไม่ผลีผลาม” แจ้งตัวแทนเร็วเกินไปเพราะอาจสร้างแรงกระเพื่อมต่อธุรกิจที่กำลังดำเนินไปด้วยดี โดยบริษัทจะใช้เวทีประชุมสัมมนาออนไลน์ที่มีอยู่เป็นประจำในการชี้แจงนโยบาย

อย่างไรก็ตามปัจจุบันวิริยะประกันภัยมีตัวแทนและโบรกเกอร์ที่เป็นมืออาชีพ (มียอดเบี้ยไม่ต่ำกว่า 3 แสนบาทต่อเดือน) ประมาณ 4,000 ราย จากตัวแทนในระบบทั้งหมดกว่าหมื่นราย โดยบริษัทเน้นการคัดเลือกตัวแทนอย่างเข้มข้น ตั้งแต่การสัมภาษณ์ทัศนคติ ตรวจสอบพฤติกรรมการเงิน และการเรียกหลักประกัน (Bank Guarantee)

ทั้งนี้ คุณดลเดชเชื่อว่าในอนาคตธุรกิจต้องมีการปรับตัว และทุกภาคส่วนทั้งบริษัท ภาครัฐ และตัวแทนต้องร่วมมือกันประชาสัมพันธ์เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน โดยบริษัทขอยืนหยัดเคียงข้างตัวแทนเพื่อช่วยสื่อสารและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!....