เบิกฤกษ์คอลัมน์ “แผนที่ชี้รวย” โดย Wealthy Man  ขอคาราวะมิตรสหายผู้อ่าน INNWHY ทุกท่าน คอลัมน์นี้เจตนาชัดต้องการที่จะนำพาทุกท่านให้เห็น “อนาคต” ที่ “มนุษย์ผู้มั่งคั่ง” เข้าคุยกัน โดย คนวงในการเงิน” เผื่อจะเป็นแผนที่ให้กับผู้อ่าน เห็น “โอกาส” ใน “อนาคต” และถ้า “ใครคว้าเป็น” คุณอาจจะ “มั่งคั่ง” ได้ง่ายๆ

การลงทุน “ความรู้” สุดสำคัญ เรื่องนี้ ทุกคนทราบดีว่า มีคนยอมจ่ายเงินสูงถึง 150 ล้านบาท เพื่อทานข้าวกลางวันกับ “วอเรนต์ บัฟเฟต์” ในแต่ละปี เพียงเพื่อได้ไอเดียบางอย่าง (แต่ส่วนหนึ่งก็ต้องยอมรับว่าเป็นการบริจาคและสร้างชื่อ) คอลัมน์นี้ก็เช่นกันมูลค่ามหาศาลในเชิงของความรู้กำลังจะตกถึงสมองของคุณผู้อ่าน “ถือแผนที่ไว้ดีๆนะคุณ”

เกริ่นเสร็จ ได้เวลาทำตามธรรมเนียม ขอ “สวัสดีปีขาล” ปีที่จะเศรษฐกิจไทยจะผงาดดั่ง “เสือกระโจน” หลังโดนถล่มด้วยคลื่นโควิด แถมมีการสับขาหลอกด้านนโยบายไปมาจนอ่วมไปแล้ว 2 ปี ใครที่ยังกล้าๆ กลัวๆ จะลุยหรือไม่ลุยดี ก็ขอให้ดูตัวเลขประมาณการณ์เศรษฐกิจของ “แบงก์ชาติ” ที่คาดการณ์ล่าสุด เศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตที่ 3.4% และเติบโตต่ออีกปีหน้าอีก 4.7% เทียบกับปี 2563 ที่เศรษฐกิจไทยติดลบ 6.1% ส่วนปี 2564 ที่จะโต 0.9% นับว่าดีขึ้นเยอะ ฉะนั้นถ้าทน 2 ปีที่ผ่านมาได้ จากนี้ต่อไปจงจำไว้ดาวมฤตยูได้เคลื่อนออกจากเศรษฐกิจไทยแล้ว

แบบนี้ ในเชิงของตลาดหุ้นลุยได้เลยมั๊ย เศรษฐกิจดีแล้วนี่ คำตอบ “ตามใจอยาก” เลยครับพี่น้อง บอกไว้ก่อนว่าตลาดหุ้นก็ขึ้นมาล่วงหน้าแล้ว จุดนี้ต้นทุนไม่ได้ถูกมาก แต่ยังกอบโกยได้อีก น่าสนใจที่ “ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร” ปรามาจารย์นักลงทุนคุณค่า กล้าบอกออกมาว่าตลาดหุ้นไทยมีสิทธิถึง 1800 จุดใน 3 ปี ส่วนหุ้นที่น่าสนใจในมุมของ ดร.นิเวศน์ ต้องเอาแบบยังไม่ขึ้นมาก “กลุ่มที่เกี่ยวกับบริโภค” จัดได้ตามสบาย ชึ้นมาไม่เยอะอยู่แล้ว ถอดรหัสดูหุ้นเกี่ยวข้อง CPALL ปี 2564 ขึ้นมาจากปีก่อนหน้าแค่ 1.28% ขณะที่ BJC กลับร่วงกว่าเดิมถึง 10.79% อย่างว่า เป็นไปตามผลประกอบการที่ลดลงจากการเผชิญกับล็อกดาวน์

ว่ากันด้วยหุ้นราคาถูก “กลุ่มแบงก์” ก็นับว่าถูกเช่นกัน ทั้งๆ ที่เศรษฐกิจที่กลับมาบวกจะส่งผลดีกับแบงก์โดยตรง ด้านการใช้สินเชื่อ แต่อย่างว่าการให้มูลค่าหุ้นแบงก์ขึ้นอยู่กับ ผลตอบแทนต่อส่วนทุน หรือ ROE ถ้าออกมาสูงๆ จะดี ดังนั้นการเล่นหุ้นแบงก์ช่วงนี้ก็คือการเก็งว่าอนาคตการปล่อยสินเชื่อด้วยดอกเบี้ยสูงจะมา ซึ่งแบงก์ก็กำลังปรับตัวไปทางนั้น ไม่ใช่ว่าจะขึ้นดอกเบี้ย แต่หลายแบงก์พยามจะเล่นตลาดมาร์จิ้นสูง จะเห็นว่า “คุณอาทิตย์ นันทวิทยา” ได้ลุยปลุกปั้น SCB ให้แปลงร่างขึ้นยานมาเป็น SCBX แตกบริษัทไปสู่โลกอนาคตมากขึ้น ส่วนโลกปัจจุบันก็สินเชื่อส่วนบุคคล และ บัตรเครดิต ที่มีกำไรมากขึ้น ส่วน KBANK ก็ไปผูกกับ JMT เดินหน้ากวาดหนี้มาบริหารเอามาร์จิ้นสูง หรือไปถือหุ้น HENG พวกนี้ก็บ่งบอกว่ากำลังปรับตัว กลุ่มนี้เลือกซื้อตามใจชอบ สำหรับคนถือยาว ถ้าจะเอาหุ้นที่แสนถูกก็ไปทางนี้เลย BBL – KTB ราคายังถูกกว่ามูลค่าทางบัญชีอื้อ

แต่จุ๊ๆๆๆ อย่าเอ็ดไปถ้าอยากซื้อหุ้นที่ “ถูก” ให้หันมามอง กลุ่มที่เกี่ยวพันกับกองทุนอสังหา หรือกอง REIT น่าสนใจเพียบ เพราะเป็นกลุ่มเดียวที่ราคาปีทีผ่านมายังติดลบ ส่วนปีนี้มีการเติบโต 20% แถมราคาหน่วยรีทยังถูกกว่าค่าเฉลี่ย ถ้าไม่อยากซื้อๆ ขายๆ มาก ก็ถือกองพวกนี้ 1 ปีผ่านไป ได้กำไรก็อย่าลืมเข้ามาเม้นท์แทงก์ยูนะฮ่ะ

สำหรับสายหุ้นเติบโตอยากลงทุน ต้องรู้จัก “เมกะเทรนด์” บอกแบบเร็วๆ ไว้ก่อน ค่อยมาเจาะลึก นั้นก็คือกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงโลกร้อน พวก “พลังงานทดแทน ยานยนต์ไฟฟ้า” พวกนี้พูดปุ๊บเหมือนสปริงดีดได้ ยิ่งรัฐบาลร่ำๆว่าจะออกแพ็คเก็จหนักมาด้วย ส่วนพวก ฟินเทค กับ ดิจิทัล แอสเซท ก็ยังโดดเด่นต่อไป ตามตลาดที่คนมาลงเล่นเยอะขึ้น

ขอปิดท้ายด้วยชัยชนะของ ฟุตบอลทีมชาติไทย” ที่คว้าแชมป์อาเซียนอย่างงดงาม แต่เบื้องลึก นี่คือฝีมือของผู้จัดการทีมอย่าง “คุณแป้ง นวลพรรณ ล่ำซำ” ที่โชว์ฝีมือด้านบริหารจัดการ สามารถรวบรวมนักเตะเก่งๆ จากทั้งไทยลีก และที่ไปค้าแข้งจากต่างแดนให้มารวมทีม แถมยังทำให้ทีมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน นี่ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่เชื่อลองไปดูในอดีตที่เราทะลักทุเลกัน

ด้วยความสามารถแบบนี้ เลยอยากให้จับตาดู หุ้นเมืองไทยประกันภัย หรือ MTI ที่คุณแป้งเป็น CEO ให้ดี เพราะ ดูจากผลกำไรแล้วก็ไม่ธรรมดา ปี 2561 มีกำไร 415 ล้านบาท ปี 2562 กำไรแตะ 425 ล้านบาท ปี 2563 กำไร 590 ล้านบาท ส่วนปี 2564 แค่ 9 เดือน กำไรแซงปีที่ผ่านมาแล้วอยู่ที่ 624 ล้านบาท ยอมรับในฝีมือ!

เพิ่มเราเป็นเพื่อนได้แล้ววันนี้!.... เพิ่มเพื่อน